5 พ่อค้าแข้ง ที่หวังแก้ตัวในซีซั่นที่ 2

ดีแคลน วอร์ริงตัน คอลัมนิสต์ FourFourTwo เลือก 5 นักเตะพรีเมียร์ลีก ที่น่าจะกลับมท็อปฟอร์ม กับการพิสูจน์ตัวเองในฤดูกาลที่ 2

วลีที่ว่า “เหมือนได้นักเตะใหม่” มักจะใช้กับนักเตะที่บาดเจ็บไปนาน แล้วกลับมาโชว์ฟอร์มดี แต่สำหรับบทความชิ้นนี้ขอใช้กับเหล่าสตาร์ดังค่าตัวแพง แต่มีปัญหาในการปรับตัวในพรีเมียร์ลีก รวมทั้งการใช้ชีวิตในและนอกสนาม ทำให้ฟอร์มของพวกเขาไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่เมื่อนักเตะเหล่านี้มีการปรับตัวและสไตล์การเล่นให้เข้ากับทีมมากขึ้น ทำให้เริ่มคืนฟอร์มเก่ง และนี่คือ 5 นักเตะที่น่าจะยกระดับการเล่นขึ้นมาสำหรับซีซั่นที่ 2 บนลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

เอเลียควิม มองกาลา

Eliaquim Mangala, Manchester City

Mangala has looked solid in City's first four games this season

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างความฮือฮาด้วยการคว้าตัว มองกาลา มาร่วมทีมด้วยสถิติกองหลังค่าตัวแพงสุดในอังกฤษ 32 ล้านปอนด์ จาก ปอร์โต้ ช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ซึ่งเซนเตอร์ฮาล์ฟวัย 23 ปี ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวเป็น 1 ในเซนเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดในโลก

โชคไม่ดีที่ มองกาลา เข้ามาในถิ่นเอติฮัต สเตเดี้ยม ในยุคปฏิวัติทีม อีกทั้งการจับคู่กับ แวงซองต์ กองปานี กัปตันทีม อาจยังไม่เข้าขา เพราะปราการหลังทีมชาติเบลเยียมก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในซีซั่นที่ผ่านมา

เป็นที่น่าสังเกตว่ากองหลังอายุน้อยสามารถพัฒนาฝีเท้าได้ง่าย เพียงแค่ต้องเพิ่มเรื่องความเข้าใจในเกม ,การยืนตำแหน่ง และความมั่นใจ ส่วนเรื่องเทคนิคและความเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ซึ่งหากคู่หูอย่าง ก็องปานี กลับมาฟิตสมบูรณ์ เชื่อว่า มองกาลา จะกลับมาเล่นได้แข็งแกร่ง เหมือนสมัยเล่นให้กับเอฟซี ปอร์โต้

While Mangala's positioning and concentration still need work, his technique and athleticism are already of a high standard

ขณะเดียวกันฤดูกาลนี้ เรือใบสีฟ้าเพิ่งคว้าตัว นิโคลาส โอตาเมนดี้ ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ หลังจากกองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา โชว์ฟอร์มสุดยอดกับบาเลนเซีย แต่ โอตาเมนดี้ ต้องปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับพรีเมียร์ลีก เหมือนๆกับ ยาป สตัม อดีตกองหลังแมนฯยู และ โลรองต์ กอสเซียลนี เซนเตอร์อาร์เซนอล ที่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ จึงเป็นโอกาสดีที่ มองกาลา แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาในช่วงนี้

เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร

ช่วงย้ายมาอังกฤษใหม่ๆ ปีกชาวเอกวาดอเรียน ต้องใช้เวลาปรับสไตล์การเล่นอยู่นาน กว่าจะเรียกฟอร์เก่งของตัวเองออกมา กระทั่งในช่วงปลายซีซั่น แฟนบอลสวอนซีได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของ มอนเตโร ตรกลายเป็นนักเตะคนสำคัญที่กุนซือแกรี มังค์ จะขาดไม่ได้

มอนเตโร มีโอกาสประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ เนื่องจากมีความเป็นผู้ใหญ่ และเข้าใจฟุตบอลอังกฤษมากขึ้น อีกทั้งการได้ประสานงานกับ กิลฟี ซิเกิร์ดสัน,บาเฟแต็งบี โกมิส รวมทั้ง จอนโจ เชลวี น่าจะมี่ส่วนช่วย มอนเตโร ได้มาก

พูดถึงการเสริมทัพของ สวอนซี นับตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2011 ได้นักเตะหลายคนที่น่าสนใจ อาทิ อ็องเดร อายิว ที่ได้ตัวมาแบบฟรีๆ หลังหมดสัญญากับมาร์กเซย เช่นเดียวกับ ซิเกิร์ดสัน และโกมิส ที่กำลังท็อปฟอร์ม รวมถึงนักเตะในอดีตทั้ง วิลเฟรด โบนี และ มิชู ที่ถล่มประตูจนถูกทีมดังซื้อตัวไปร่วมทีม ซึ่งในรายของ มอนเตโร หงส์ขาวควักเงิน 4 ล้านปอนด์ ดึงมาจาก บียาร์เรอัล น่าจะโชว์ฟอร์มคุ้มค่าตัว โดยเฉพาะการสร้างสรรค์เกมรุกริ้มเส้นให้สวอนซี

เฟเดริโก้ ฟาซิโอ

Federico Fazio, Tottenham

Fazio remains at White Hart Lane despite interest from West Brom

ฟาซิโอ้ มีฤดูกาลที่น่าผิดหวังกับ ทอตแนม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขามีปัญหากับการปรับตัวในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่ในความเป็นจริง ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ ได้รับโอกาสลงสนามคุมแนวรับให้ไก่เดือยทองจาก เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือเพื่อนร่วมชาติ

Fazio was at times left exposed by his colleagues in front of him, with worrying holes often appearing between the midfield and defence as a result of an individual failing to press properly

โปเชตติโน ต้องการให้แผงหลังเล่นแนวรับเหนียวแน่นอนและมีประสิทธิภาพ จึงต้องทดลองใช้แทคติกหลากหลายรูปแบบ แต่ที่ผ่านมา ฟาซิโอ กลับทำให้แผงกองกลางรู้สึกพะวงเกมรับ จึงกลายเป็นความล้มเหลวที่ ฟาซิโอ ที่ปฏิเสธไม่ได้

อดีตกองหลังเซบีญา อาจเปิดตัวไม่ดีนัก โดยในนัดประเดิมสนามพบกับ แมนฯซิตี้ เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ฟาซิโอ อยู่ในสนามได้ 60 นาทีเศษ ก่อนโดนใบแดงหลังทำฟาล์ว เซร์คิโอ อเกวโร สุดท้าย สเปอร์ส แพ้ไป 1-4 ซึ่งเกมนั้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของเขาลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นกองหลังที่แย่นัก

ช่วงปิดซีซั่น เวสต์บรอมวิช อัลเบียน สนใจดึง ฟาซิโอ ไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเขาก็ยังอยู่ในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน ซึ่งแม้ต้องแย่งชิงตำแหน่งกับ แยน แฟร์ตองเก้น และ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กองหลังตัวใหม่ แต่หาก โปเชตติโน เข้าใจถึงลักษณะการเล่นของทั้ง 3 เซนเตอร์ และหมุนเวียนส่งทั้ง 3 ลงสนาม ฟาซิโอ จะกลับมาโชว์ฟอร์มแกร่งในฤดูกาลนี้ได้แน่

อันแดร์ เอร์เรรา

Ander Herrera, Manchester United

Herrera will hope to nail down a regular first-team place this term

Herrera's speed of thought and vision were crucial to United, the Spaniard bringing a balance to the side that had previously been lacking

การเสริมทัพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์นี้ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่านักเตะใหม่ที่ได้มาของจริงหรือของปลอม แต่สำหรับ เอร์เรรา น่าจะเป็นตัวยืนสำหรับคุมเกมแดนกลางให้กับทีม ซึ่งยังดูเป็นปัญหาสำหรับผลงานในฤดูกาลนี้

ภาพรวมซีซั่นที่แล้ว ปัญหาของ เอร์เรรา ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด คือไม่ค่อยได้โอกาสลงสนามต่อเนื่อง แต่ในแมตช์สำคัญที่ เอร์เรรา นำปีศาจแดงคว้าชัยเหนือ ทอตแนม,ลิเวอร์พูล,แอสตัน วิลลา รวมทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างความประทับใจให้ ฟาน กัล ในระดับหนึ่ง และน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในแผงมิดฟิลด์ในปีนี้

เป็นไปได้ว่ายิ่ง เอร์เรรา ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปรับการเล่นให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะเมื่อมองจากปีก่อน กองกลางจากแคว้นบาสก์ ถูกเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่ง ในเกมนัดที่ 5 ของฤดูกาล และมีชื่อออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกแค่นัดเดียว ในเกมช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่หลังจากนั้น เอร์เรรา ยกระดับการเล่นขึ้นมาทำให้แผงมิดฟิลด์ของแมนฯยูมความสมดุลมากขึ้น

สำหรับฤดูกาลใหม่ที่ผ่านไปแล้ว 4 นัด ดูเหมือนว่าแมนฯยู ยังมีปัญหาในแดนกลาง เพราะนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายคนยังสอดประสานกันได้ไม่ดีนัก แต่เชื่อว่าหาก ฟาน กัล ส่ง เอร์เรรา ลงสนาม น่าจะช่วยให้มิดฟิลด์คนอื่นๆ เล่นได้ง่ายขึ้น และส่งผลดีต่อฟอร์มของแชมป์ลีกอังกฤษ 20 สมัย

เคราร์ด เดอโลโฟ

อีก 1 ผลิตผลที่น่าจับตามองจากลา มาร์เซีย ศูนย์ฝึกเยาวชนของบาร์เซโลนา แต่มิดฟิลด์วัย 21 ปี ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงจากบาร์ซ่ามากนัก แต่กับการค้าแข้งในอังกฤษ หากเขาได้รับโอกาสจาก โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ มากเท่าที่ควร ฟอร์มของ เดโลโฟ น่าจะกลับมาฉายแสงอีกครั้ง

เดอโลโฟ โชว์ผลงานโดดเด่นหลายๆเกม ช่วงที่ถูกยืมตัวมาเล่นในถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ฤดูกาล 2013-2014 แต่การต้องแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกับ สตีเฟน พีนาร์, และเควิน มิรัลลาส ทำให้ได้ออกสตาร์ท11 คนแรกแค่ 9 นัด หลังจากนั้นฤดูกาลก่อน ไม่ประสบความสำเร็จในสัญญายืมตัวกับ เซบีญา แต่เชื่อว่าการกลับมากูดิสันปาร์ค รอบนี้ เดโลโฟ โตขึ้นและมีประสบการณ์มากกว่าแต่ก่อน รวมทั้งการที่สไตล์การเล่นของทอฟฟี่เมนส์ไม่ต่างไปจากเดิม เชื่อว่าเทคนิคและความเร็วของนักเตะสเปนรายนี้ น่าจะเข้าขากับ รอสส์ บาร์คลีย์ และจะเป็นคู่มิดฟิลด์ที่น่าจับตามองอีกคู่ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้