เจินโจ กีเยลต์เชน : บุรีรัมย์ คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของผม

ในห้วงเวลาของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก... ไม่ใช่แค่นักเตะไทยเท่านั้น ที่ต้องไปรับใช้ชาติ หากแต่นักเตะต่างชาติในลีกไทยหลายๆคนก็ต้องกลับไปรับใช้บ้านเกิด...

เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มวัย 19 ปี คนนี้ ผู้ที่เป็นหนึ่งเดียวและผู้ถูกบันทึกให้เป็นบุคคลประวัติศาสตร์ แห่งวงการลูกหนัง “ภูฏาน” เพราะเป็นนักฟุตบอลอาชีพคนแรกที่ได้ออกมาเล่นนอกแผ่นดินถิ่นเกิด ...เขา คือ ผู้ที่มีฉายาว่า “โรนัลโด้แห่งภูฏาณ” เจินโจ  กีเยลต์เชน ดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ปัจจุบันเล่นกับ สุรินทร์ ซิตี้ ในดิวิชั่น 2 ของไทย

เรื่องสั้น 60 วินาที

เจินโจว เกิดในครอบครัว ฐานะปานกลางของประเทศภูฏาน ดินแดนเล็กๆ ทางมีประชากรไม่ถึง 1 ล้านคน พ่อ-แม่ของเขาประกอบอาชีพเป็นคนขายผัก-ผลไม้ ตอนเด็กๆ เขาเคยชอบเล่นกีฬาเทควันโด...ความจริงเริ่มแรกเดิมทีคุณพ่อ-แม่เขาไม่ปลื้มสักเท่าไหร่กับการที่ เจินโจว อยากจะมุ่งมั่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกินกว่าชาวภูฏานทั่วไปจะจินตนาการนึกถึงได้ พวกเขาพร่ำบอกกับ เจินโจว ให้ตั้งใจเรียนหนังสือ และอยากให้เขาโตขึ้นมาเป็นทหาร รับใช้แผ่นดินถิ่นเกิดของตัวเอง มันเป็นอาชีพในฝันของผู้ปกครองส่วนใหญ่ในประเทศของเขาที่คาดหวังอยากจะให้ลูกๆได้เป็น แต่เขาบอกว่า... “การศึกษาไม่ใช่ตัวตนของเขา”

เขาเป็นใคร ทำไมต้องรู้จักเขา...

ถ้าจะบอกว่าเพราะเด็กหนุ่มผู้นี้ คือ (ว่าที่) ตำนาน และผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการลูกหนังของประเทศภูฏาน... มันก็มีคุณค่ามากพอแล้วที่จะบอกว่าทำไมเราต้องรู้จักเขา แต่ความจริงมันมีอีกหลายเรื่องที่เราควรต้องรู้จักกับเขา  

เจินโจว เริ่มเล่นและชอบฟุตบอลอย่างจริงจัง นับตั้งแต่วันที่เขาเห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในยุคที่ย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใหม่ๆ และนั่นทำให้เขากลายเป็นแฟนบอล “ปีศาจแดง” ไปโดยปริยาย เขาชื่นชอบฝีเท้า ความสามารถ และ ความมุ่งมั่นของของ CR7 และมันก็ไม่แปลก เพราะนิสัยเขาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน…

แม้ว่าจะชอบเล่นฟุตบอล หลังได้ คริสเตียโน่ เป็นแรงบันดาลใจ แต่วินาทีที่ทำให้เขามั่นใจว่า “ชีวิตต้องเดินมาทางสายลูกหนัง” ก็คือในวันที่เขาถูกส่งลงสนามในนามทีมชาติภูฏานชุดใหญ่ และยิงประตูได้ทันทีในเกมที่พบกับเนปาล เมื่อปี 2011 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น

เจินโจว รับรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของตัวเองที่เหนือกว่าเด็กทั่วไปในภูฏาน และจึงมีความกล้าฝันที่ยิ่งใหญ่ เขาถวิลหาถึงชีวิตการเป็นพ่อค้าแข้งในต่างแดน เพราะเขารู้ขีดจำกัดของวงการฟุตบอลในประเทศ... ปี 2013 เขาได้ร่วมทีม Yeedzin FC. ทีมแกร่งของภูฏาน และยิง 6 ประตูพาทีมเป็นแชมป์คิงส์คัพของประเทศ ก่อนถูกทีม Macchindra FC. ทีมจากเนปาล สนใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีม แต่ติดว่าเขากำลังศึกษาอยู่   

เขามีความมุ่งมั่นเป็นแรงขับชั้นยอดที่จะพัฒนาตัวเอง และก้าวไปสู่ความสำเร็จข้างหน้า หากเปรียบกับนักเตะไทยในยุคก่อนคงจะเหมือนกับ วิทยา เลาหกุล… และความมุมานะของเขาก็ทำให้ Yiwang Pindarica เจ้าหญิงแห่งภูฏานส่งเขามาฝึกซ้อมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา... ในเกมที่ บุรีรัมย์ ลงอุ่นเครื่องกับ ศรีสะเกษ เขาขอร้องอ้อนวอนกับทางสโมสรให้เปิดโอกาสให้เขาแสดงฝีเท้า และเพียงแค่ 18 นาทีในสนามในฐานะตัวสำรอง เขาก็ทำประตูได้

เจินโจ เปิดใจกับ FFT TH ว่า เขาประทับใจ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นมืออาชีพของสโมสร, สิงอำนวยความสะดวกต่างๆนาๆ และที่สำคัญที่สุด คือ คนทั้งจังหวัดรักฟุตบอล ทั้งที่ตอนก่อนมาเขาไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับที่นี่ เขารู้แค่อย่างเดียวว่า บุรีรัมย์ เป็นทีมที่เก่งและเป็นแชมป์ของไทย

หลังการฝึกซ้อมกับบุรีรัมย์ เมื่อต้นปี เจินโจ ก็ได้กลับไปร่วมทีม Thimphu FC. ซึ่งมี Yiwang Pindarica เจ้าหญิงแห่งภูฏานเป็นเจ้าของสโมสร โดยตอนที่เขาได้กลับไปเล่นกับ Thimphu นั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทีมได้เซ็นสัญญา แดน อิโตะ นักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นผู้ที่สร้างตำนาน ค้าแข้งจำนวนประเทศมากที่สุดในโลก (ปัจจุบัน 18 ประเทศทั่วเอเชีย) และระหว่างที่เล่นให้กับ Thimphu นี้เอง วันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เขาก็สร้างชื่อระบือไกลอีกครั้งด้วยการยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมชาติภูฏาน ที่รั้งอันดับสุดท้ายของโลก เปิดสนามชางลิมิตัง ชนะทีมชาติศรีลังกา 2 – 1 ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบแรก โซนเอเชีย ได้อย่างสุดยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเขาได้เข้ามาเล่นในรอบนี้ (ผลงานปัจจุบัน ลง 2 แพ้ 2  เสีย 13 ประตู)  

แต่ลีกของภูฏานมีระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 เดือน สุดท้าย เขาตัดสินใจกลับมาที่ประเทศไทย และเซ็นสัญญากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 ของซีซั่น ก่อนถูกส่งตัวไปเล่นให้กับสุรินทร์ ที่เป็นทีมสำรอง

จุดแข็ง

จุดแข็งของ เจินโจ ข้อแรกเลย คือ ความมั่นใจในตัวเองที่สูง (เหมือนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไอดอลของเขา) และแน่นอนว่าผลงานของเขาในสนามก็ดีเยี่ยมเช่นกัน ขณะนี้เขาลงเล่นในไทยไป 5 นัดยิงได้ 3 ประตู และทำ 1 แอสซิสต์ ส่วนในเชิงกายภาพ เขามีความเร็ว ไปกับบอลได้ดี และยิงประตูได้หนักหน่วงเฉียบขาดทีเดียวเชียว

จุดอ่อน

ด้วยความที่มุทะลุจนเกินไป บางครั้งความมั่นใจ กล้าเล่น กล้าได้-เสีย ของเขาก็ทำให้การเล่นเป็นทีมเสียสมดุลไป

รู้หรือไม่

เจินโจ กีเยลต์เชน อยากเล่นร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากๆ เขามีความเชื่อว่าหากมุ่งหน้าพัฒนาตัวเองต่อไป…ไม่แน่ว่าวันหนึ่งอาจจะได้เล่นกับ คริสเตียโน่ จริงๆ… อย่างไรก็ตามชีวิตทุกวันนี้เขาอยู่ที่เมืองไทย และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เปรียบเสมือนกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับเขาในชีวิตทุกวันนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป

เจินโจ ฝันว่าภายในปีหน้า เขาอยากจะก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ได้ เขาชื่นชอบ ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ ธีราธร บุญมาทัน เป็นพิเศษ มันคงเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุข หากเขาจะได้ลงเล่นกับ 2 นักเตะที่เขาชื่นชอบที่ไทยทั้งคู่... ทุกวันนี้เขาเหมือนตัวแทนของประเทศด้านฟุตบอล และเขาก็มีชื่อเสียงมากพอตัว ที่สำคัญที่สุด พ่อ-แม่ ที่เคยไม่อยากให้เขาเป็นนักเตะอาชีพ วันนี้กลับภาคภูมิใจในตัวเขา...

สำหรับวันพรุ่งนี้ (3 กันยายน 2015) เจินโจ จะนำทีมชาติภูฏาน บุกไปเยือน กาตาร์ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่ 2 โซนเอเชีย นัดที่ 3