เหมือนพี่เหมือนน้อง : บุนเดสลีกา...แดนสวรรค์ของแข้งเอเชีย

การปรากฎตัวของตัวแทนจากบุนเดสลีกาในลิสต์สุดยอด 50 แข้งเอเชีย ปี 2016 โดยโฟร์โฟร์ทู นั้นแข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ ปีเตอร์ ลีเบลอ หัวหน้าคณะผู้แทนของเดเอฟแอล สปอร์ตส์ เอ็นเตอร์ไพรส์ คาดหวังไว้ว่าจะเติบโตไปพร้อมกับการเวลา

มันอาจเป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากว่าเหตุใดเหล่านักเตะในลิสต์สุดยอด 50 แข้งเอเชียนั้นมาจากลีกญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ หรือกระทั่งในออสเตรเลีย
 
อันที่จริงแล้วนักเตะญี่ปุ่นมีชื่ออยู่ในลิสต์ปีนี้มากที่สุดถึง 12 คน เหนือกว่าเกาหลีใต้ (9 คน), ออสเตรเลีย (8 คน) และจากยูเออี (4 คน)
 
กลับกลายเป็นว่าบุนเดสลีกา ส่งนักเตะเข้าประกวดมากที่สุดในลิสต์นี้
 
7 นักเตะจากสุดยอด 50 แข้งเอเชีย การรวบรวมประจำปีของโฟร์โฟร์ทู ที่คัดเลือกผู้เล่นเอเชียที่ดีที่สุดจากทั่วโลกตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ต่างค้าแข้งในลีกสูงสุดของเยอรมันทั้งหมด
 
ซูเปอร์สตาร์วัย 23 ปีของญี่ปุ่นอย่าง โยชิโนริ มูโตะ ที่เคยอยู่ในเรดาร์ของทั้งเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับเลือกย้ายไปสวมเบอร์ 7 ให้กับไมนซ์ และกำลังประเดิมซีซั่นแรกในเมืองเบียร์อย่างสวยหรู
 
อีกหนี่งดาวดังแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง ชินจิ คางาวะ คือผู้เข้าร่วมรายถัดมาของบุนเดสลีกา ในฐานะนักเตะหมายเลข 27 หลังทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม ภายใต้การคุมทีมปีแรกของโธมัส ทูเคิล

เปิดซิงซีซั่นแรกในบุนเดสลีกาอย่างสวยงาม ทำให้มูโตะเป็นอีกหนึ่งแข้งเอเชียที่โดดเด่น

แม้จะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกทูเคิลโรเตชั่นบ่อยครั้ง คางาวะก็ผลิตประตูและแอสซิสต์สุดสำคัญให้ทีมได้เสมอ ทำให้เขาทะยานขึ้นจากอันดับ 44 เมื่อปีก่อน

 
กู จา โชล (เอ๊าก์สบวร์ก), มาโคโตะ ฮาเซเบะ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต), ปาร์ค จู-โฮ (โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์), แมทธิว เล็คกี้ (อิงโกลสตัดท์) และเก็งกิ ฮารางูชิ (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน) ก็มีชื่ออยู่ใน 50 คนสุดท้ายด้วย
 
แข้งจากไชนีส ซูเปอร์ ลีก (6 คน), พรีเมียร์ลีก (5 คน) และยูเออี อารเบียน กัล์ฟ ลีก (5 คน) คือจำนวนที่เยอะที่สุดรองลงมา
 
ปีเตอร์ ลีเบลอ ชาวเยอรมัน หัวหน้าคณะผู้แทนภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก ของ เดเอฟแอล สปอร์ตส์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ที่รับผิดชอบเรื่องการขายลิขสิทธิ์บุนเดสลีกาทั่วโลก รู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างลีกและนักเตะเอเชีย
 
"ทัศนคติของทั้งญี่ปุ่นและเยอรมันนั้นเข้ากันได้ดีสุดๆ" ลีเบลอบอกกับโฟร์โฟร์ทู "เหล่านักเตะมีความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งมาก และตั้งสมาธิไปที่กีฬาเพียงอย่างเดียว ดังนั้นโค้ชเยอรมันจึงรักพวกเขา"
 
"เมื่อผมเริ่มทำงานให้บุนเดสลีกาในปี 2006 มีแค่นาโอฮิโระ ทากาฮาระ คนเดียวเท่านั้นที่เป็นนักเตะเอเชียคนเดียวที่เรามีในลีก"
 
"ตอนนี้เรามีนักเตะญี่ปุ่น 10 คน และเกาหลีอีก 5 คน เรามีทั้งนักเตะบิ๊กเกมจากญี่ปุ่นและเกาหลี ส่วนเราก็จะมีชื่อเสียงมากขึ้นเช่นกัน"

บุนเดสลีกาไม่เคยสิ้นสตาร์ชื่อดัง ยกตัวอย่างเช่น คางาวะ

ลีเบลอคือผู้ที่ช่วยผลักดันนำธงของบุนเดสลีกาไปโบกสะบัดในตลาดเอเชียได้สำเร็จ
 
ทั้งบุนเดสลีกาและโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์มีออฟฟิศอยู่ในสิงคโปร์ ขณะที่บาเยิร์น มิวนิคก็มีแผนที่จะเปิดออฟฟิศในประเทศจีน อีกทั้งเกมการแข่งขันยังถูกถ่ายทอดสดไปทั่วภูมิภาคบนช่องฟ็อกซ์ สปอร์ตส์
 
นักเตะเอเชียมากมายที่สามารถย้ายไปค้าแข้งในทีมของบุนเดสลีกาได้ ยิ่งทำให้เกิดผลดีต่อลีก
 
"เรากำลังสังเกตเรื่องทั้งหมดนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมันช่วยเราได้มากจริงๆ" ลีเบลอกล่าว
 
"เรารู้ดีว่าในอดีตบุนเดสลีกาคือสถานที่สุดยอดสำหรับนักเตะเอเชีย โดยเฉพาะเมื่อสองหรือสามปีที่ผ่านมา"
 
"พวกเขามีเทคนิคที่ดีมากๆเช่นกัน ถ้าคุณมองไปที่พรีเมียร์ลีกตอนนี้ มันต้องใช้สภาพร่างกายมากกว่าบุนเดสลีกามาก สิบปีก่อนมันกลับตรงกันข้ามกันเลย"

ลีเบลอ กล่าวว่า ความแคล่วคล่องแลความพยายามในการแข่งขัน ทำให้แข้งเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล

"ตอนนี้บุนเดสลีกานั้นมีเทคนิคสูงกว่า และนักเตะญี่ปุ่นก็เหมาะกับสิ่งนั้นเอาเสียมากๆ"
 
"แถมมันยังขีดเขียนประวัติศาสตร์อีกด้วย ตอนนี้นักเตะอย่างคางาวะเป็นซูเปอร์สตาร์ในญี่ปุ่น ทั้งที่เข้ามาค้าแข้งในเยอรมันแบบโนเนม จากนั้นเขาก็ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและกลับมาอีกครั้ง ไปถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าแชมป์ลีกเยอรมันได้ถึง 2 หน"
 
"มันเป็นเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จ และอาจดลใจให้แข้งหนุ่มจากญี่ปุ่นคิดเข้ามาค้าแข้งที่เยอรมัน"
 
"เอเย่นต์ที่ดูแลนักเตะญี่ปุ่นก็กำลังจับตามองบุนเดสลีกาอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อเรามีนักเตะญี่ปุ่นในลีกถึง 10 คน ก็จะมีที่ว่างให้กับคนอื่นๆและนักเตะเกาหลีด้วยเช่นกัน"
 
"ซน (ฮึง-มิน) คืออีกหนึ่งคน เขามาที่เยอรมันแบบนักเตะโนเนมกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และเราก็สร้างเขาให้ยิ่งใหญ่และตอนนี้ก็กำลังเล่นให้กับท็อตแน่ม"
 
ปัจจุบันบุนเดสลีกาได้รับคำขอมากมายจากผู้ประกาศข่าวชาวญี่ปุ่นที่อยากจะเข้าชมเกม บางคนต้องถูกปฏิเสธไป

เทคนิคของเหล่าแข้งเอเชีย คือสิ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องพัฒนาต่อไปไม่หยุดยั้ง

ในแง่ของการเข้าถึงทั่วทั้งเอเชีย ลีเบลอรู้ดีว่าลีกจำเป็นต้องคงความอดทนไว้ แต่การโฆษณาที่ดีที่สุดคือผลผลิตของตัวมันเอง ซึ่งแต่ละปีมีการทำประตูมากกว่าลีกไหนๆในยุโรป
 
"มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ" ลีเบลอกล่าว เมื่อถูกถามถึงการตอบโต้นับตั้งแต่เปิดออฟฟิศที่สิงคโปร์
 
"ในตอนนี้ตัวลีกเองอยู่ในตำแหน่งผู้นำยิ่งกว่าเดิม หลายสโมสรต่างก็กำลังดำเนินงานในระดับนานาชาติกันยกใหญ่"
 
"เรากำลังพยายามส่งเสริมให้สโมสรเล็กๆทำได้มากกว่าเดิมเช่นกัน เราต้องเจรจากับฟ็อกซ์และเราได้เห็นตัวเลขแล้ว ซึ่งเราก็แฮปปี้มาก และรู้ดีว่าบุนเดสลีกาได้ก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย"

 
"เราต้องการดึงดูดผู้คนกลุ่มใหม่ที่อาจไม่เคยดูบุนเดสลีกามาก่อน และมอบโอกาสให้พวกเขาได้รับชมมัน"
 
"พวกเขาส่วนใหญ่ต่างก็ประหลาดใจกับเทคนิคและความเร็วของบุนเดสลีกา"
 
"บางคนดูมันและพวกเขาพูดว่ามันน่าสนใจยิ่งกว่าเกมที่สโต๊คเจอกับเวสต์ บรอมเสียอีก อะไรทำนองนั้น"
 
"นั่นคือเรื่องราวที่เราต้องการบอก เรารู้ดีว่ามันใช้เวลาพอสมควร แต่เราต้องการดึงดูดผู้คนให้ได้"