Exclusive ชินจิ โอคาซากิ สุดยอดแข้งเอเชียแห่งปี: 'รานิเอรี่เป็นคนตลก แต่บางครั้งก็คลั่งเหมือนกัน'

หลังจากเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับชิมิสุ เอส-พัลส์ ทีมในเจ-ลีกสมัยเป็นวัยรุ่น ชินจิ โอคาซากิ ก็เล่นให้กับ 2 สโมสรในบุนเดสลีกาก่อนจะย้ายมาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นที่กำลังคั่วแชมป์พอดี และวันนี้เขาก็ได้กลายเป็นสุดยอดพ่อค้าแข้งชาวเอเชียจากการจัดอันดับของโฟร์โฟร์ทู ซึ่งเจ้าตัวได้ให้เกียรติมาพูดคุยกับเราในครั้งนี้ด้วย...

แม้เลสเตอร์จะฟอร์มแรงในซีซั่นนี้ และเจ้าตัวก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแข้งเอเชียอันดับ 1 ของโฟร์โฟร์ทู แต่โอคาซากิก็ยอมรับว่าตัวเขาไม่พอใจกับฟอร์มของตัวเองในฤดูกาล 2015-16

SHINJI OKAZAKI

วันเกิด: 16 เมษายน 1986

สถานที่เกิด: เฮียวโก, ญี่ปุ่น

ตำแหน่ง: ศูนย์หน้า

สโมสร: เลสเตอร์ ซิตี้

ต้นสังกัดเก่า: ชิมิสุ เอส-พัลส์, สตุ๊ตการ์ท, ไมนซ์

ทีมชาติ: 100 นัด, 48 ประตู

ซึ่งเราก็ได้พุดคุยกับเขาในหัวข้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การทำทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่, ความโล่งใจที่ "จิ้งจอกสยาม" รอดตกชั้น และปัจจัยที่ทำให้เลสเตอร์ประสบความสำเร็จ

FFT: สวัสดีครับชินจิ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะเอเชียยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโฟร์โฟร์ทู! คุณขยับขึ้นมาหนึ่งอันดับจากปีที่แล้วขึ้นมาอยู่เหนือ ซน ฮึง-มิน คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?

SO: ผมรู้สึกมีความสุขมากกับอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว ผมรู้สึกพอใจที่มีคนเห็นว่าผมมีผลงานที่ดีในยุโรป มันเป็นเรื่องดีสำหรับผมที่ได้อยู่อันดับที่ดีมา 2 ปีติดต่อกันแล้ว และปีนี้ผมก็ได้มาอยู่อันดับ 1

FFT: คุณต้องตื่นเต้นแน่เลยกับฟอร์มขอเลสเตอร์ในซีซั่นนี้ คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ?

So: ผมคิดว่าเป็นทีมเวิร์คนะ นักเตะแต่ละคนรู้ว่าพวกเขาต้องทำอะไร ทุกๆคนรู้ถึงวัตถุประสงค์ในการทำสิ่งนั้น และทุกคนก็เชื่อเหลือกันเป็นอย่างดี มันทำให้เรามีผลงานที่ดีตามไปด้วย

FFT: คุณช่วยให้คะแนนฟอร์มตัวเองในซีซั่นนี้หน่อยสิ?

SO: อืม… ยากแฮะ น่าจะ 5.5 หรือ 6 ได้มั้ง

โอคาซากิอยากยิงประตูให้มากกว่านี้ในซีซั่นหน้า

FFT: นั่นมันน้อยเหลือเชื่อเลยนะ…

SO: ครับ เพราะผมก็ต้องการทำอะไรมากขึ้นตลอดเวลา ในฐานะศูนย์หน้าของทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ผมก็ต้องการจะทำให้ดีขึ้นตลอด ผมต้องการจะประสบความสำเร็จให้มากขึ้น

FFT: 6 ประตูซึ่ง 5 ในนั้นมาจากพรีเมียร์ลีกไม่เพียงพอว่างั้น?

SO: ผมยังคงพยายามยิงให้เยอะขึ้นเพราะเราเองก็ยังมีเกมเหลืออยู่บ้าง เพราะการยิงได้ 5 ประตูทั้งที่ฤดูกาลจะจบอยู่แล้วมันไม่พอหรอกสำหรับศูนย์หน้า

FFT: คุณคาดหวังอะไรก่อนที่ฤดูกาล 2016-17 จะเริ่มต้นขึ้นทั้งในฐานะทีมและส่วนตัว?

SO: เลสเตอร์ ซิตี้ เริ่มจะมองเห็นถ้วยแชมป์แล้ว และทุกๆอย่างก็อยู่ในกำมือของเรา นอกจากนี้เรายังได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มในปีหน้าด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาฟอร์มให้ได้อย่างนี้ไปจนจบฤดูกาล นี่คือความสำคัญลำดับแรกของเรา

สำหรับตัวผมเองแล้ว ผมต้องการทำผลงานที่ดี ผมมักจะโดนเปลี่ยนตัวออกราวนาทีที่ๆ 60-70 ดังนั้นผมจึงต้องการทำผลงานให้ดีที่สุดและพัฒนาตัวเองมากขึ้น

ถึงเจ้าตัวจะไม่ชนะที่นั่น แต่แอนฟิลด์ก็เป็นสนามที่ชินจิชื่นชอบ

FFT: ในฤดูกาลนี้เลสเตอร์ชนะทีมใหญ่ๆ ได้ทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้,​ ลิเวอร์พูล, เชลซี มีเกมไหนที่คุณคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุด?

SO: มันเป็นเรื่องยากนะที่จะเลือกมาเพียงหนึ่ง เพราะทุกๆเกมก็ถือเป็นจุดเปลี่ยน เราตกเป็นฝ่ายตามหลังแล้วพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้งในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกหลังจากที่เราเล่นได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆและเราก็บรรลุเป้าหมายที่จะอยู่รอดในลีกสูงสุดได้ตั้งแต่ต้นครึ่งฤดูกาลหลัง เราปลดปล่อยความกดดันที่จะต้องหนีตกชั้นได้ และเราก็มีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ตกชั้น ถึงแม้หลายๆคนอาจคิดว่าเราจบเห่ไปแล้วหลังจากที่แพ้อาร์เซนอล (5-2 ที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อเดือนกันยายน) ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล

FFT: เป็นการยากแค่ไหนที่จะห้ามตัวเองไม่ให้ฝันถึงการเป็นแชมป์ลีกหรือการลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก?

SO: ผมคงพูดไม่ได้ว่ามันง่าย แต่มันก็ไม่ยากจนเกินไปนัก เพราะผมก็ไม่ได้พอใจกับผลงานของตัวเอง และไม่มีใครในทีมผมที่พอใจเช่นกัน รวมถึงแฟนบอลด้วย แฟนบอลต้องการจะเห็นเราต่อสู้ตลอดทั้งฤดูกาล

การซ้อมและมีบทบาทที่ชัดเจนคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ

FFT: นอกเหนือจากสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมแล้ว สนามแห่งไหนที่คุณชอบมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก?

SO: พูดตามตรงนะว่าผมจำสนามอื่นไม่ได้เลย! (หัวเราะ) นอกเหนือจากที่นี่ มันเป็นเรื่องยากที่จะเลือกมาสักหนึ่งสนาม เราแพ้ที่แอนฟิลด์ก็จริงแต่ผมชอบสนามของลิเวอร์พูลนะ ของนิวคาสเซิลก็แจ่มเหมือนกัน บรรยากาศในสนามพวกนั้นสุดยอดไปเลย

FFT: ในทุกๆเกม เคลาดิโอ รานิเอรี่ ได้ขอร้องอะไรคุณบ้าง? แล้วสิ่งไหนที่เขาพูดกับคุณ?

SO: เขาให้เราพักหนึ่งวันหลังจากจบแมตช์ จากนั้นเขาก็จะนัดประชุมและคุยเกี่ยวกับเรื่องการเล่นเกมรับของเรา จากนั้นเขาก็จะพูดว่าเราควรลืมสิ่งที่ผ่านไปแล้วและโฟกัสอยู่กับเกมถัดไป เขาเป็นคนมองได้ทะลุปรุโปร่งมาก

ผมเชื่อว่าอะไรที่ทำเป็นกิจวัตรทำให้เราดีขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็นคนตลกนะ แต่ก็มีบางครั้งที่คลั่งได้เหมือนกัน นอกจากนี้เขายังดูการซ้อมของเราอย่างละเอียดและคอยสังเกตว่าใครทำผลงานได้ดีบ้าง ผมคิดว่ามันค่อนข้างยุติธรรมและนั่นคือเหตุผลที่เราต้องทำงานหนักในการซ้อม

อ่านชีวิตที่เลสเตอร์และความแตกต่างระหว่างบอลเยอรมันกับอังกฤษได้ในหน้าถัดไป