FFT คอลัมน์: เบี้ยในสงครามซื้อขายที่ยังไร้จุดจบ

มหากาพย์ “ดาบิด เด เฮอา” ถือเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ประจำตลาดซัมเมอร์ปีนี้ เมื่อทีแรกทุกอย่างดูจะลงเองในทางที่ดี แต่ปัญหาเรื่องเอกสารล่าช้าทำให้ดีลนี้กลายเป็นหมันในวินาทีสุดท้าย

...และไม่ว่ามันจะเป็นเกมการเจรจาของฝ่ายไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่เสียผลประโยชน์มากที่สุดก็คือมือกาวชาวสแปนิช

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นประมาณเดือนกรกฏาคมเมื่อ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีก้า สเปน ตกเป็นข่าวว่าสนใจล่าตัว ดาบิด เด เฮอา ผู้รักษาประตูทัพกระทิงดุของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นตัวตายตัวแทนของ อิเกร์ กาซิยาส ที่เพิ่งจะโดนสโมสรปล่อยตัวไปอยู่กับ ปอร์โต้ ก่อนหน้านี้

หลังจากนั้นข่าวลือซื้อขายของ เด เฮอา ก็ยืดเยื้อต่อมาเรื่อยๆ เมื่อทั้งสองสโมสรไม่สามารถตกลงค่าตัวของนายทวารชาวสแปนิชคนนี้ได้สำเร็จ... “ปีศาจแดง” ต้องการค่าตัวระดับทุบสถิติโลกหากว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะเกิดขึ้น แต่ทางฝั่งทัพโลส บลังโกส กลับยอมชะลอการเจรจาไปก่อน เพราะไม่ต้องการจ่ายเงินค่าตัวในระดับที่สูงขนาดนั้น

อันที่จริงแล้วสโมสรระดับ เรอัล มาดริด ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับตัวเลขทางการเงินแต่อย่างใด เพราะพวกเขาคือทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกโดยมีทรัพย์สินรวมกว่า 3.26 พันล้านยูโรด้วยกัน ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นรั้งอันดับสามโดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 3.1 พันล้านยูโร...ฉะนั้นในดีลนี้เรื่องเงินจึงไม่น่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ คำถามจึงตามมาว่าแล้วอะไรคือสาเหตุที่การเจรจาต้องยืดเยื้อจากสัปดาห์กลายเป็นเดือนๆ

ต้องไม่ลืมก่อนว่าสัญญาของ ดาบิด เด เฮอา กับ แมนฯ ยูไนเเต็ด นั้นกำลังย่างเข้าสู่ปีสุดท้ายและจะหมดลงในเดือนมิถุนายนปีหน้า และหากว่าอดีตผู้รักษาประตูของแอตเลติโก มาดริด ไม่เซ็นสัญญาใหม่พร้อมกับเต็มใจรอให้สัญญาปัจจุบันหมดลง นั่นจะทำให้เขาสามารถย้ายทีมในตลาดซัมเมอร์รอบหน้าได้แบบฟรีๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ เรอัล มาดริด จะชะลอการเจรจาเมื่อสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่รอและให้เวลานับถอยหลังจนค่าตัวของนายด่านทัพผีเท่ากับศูนย์

อย่างไรก็ตามกรณีการเจรจาซื้อขายโดยใช้มาตรการ “ผ่าเส้นตาย” ของ เรอัล มาดริด นั้นไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ พวกเขาใช้วิธีการแบบนี้มานักต่อนักเมื่อต้องการเจรจาซื้อนักเตะเวิล์ดคลาสมาร่วมทีมสักคน ตัวอย่างรายล่าสุดก็คือกรณีการคว้าตัว แกเร็ธ เบล จากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส

สถานการณ์ของ ดาบิด เด เฮอา คือภาพซ้ำที่เคยเกิดขึ้นกับกรณีของ แกเร็ธ เบล

ย้อนกลับไป 2 ปีก่อน มหากาพย์ย้ายทีมของอดีตปีกจรวดไก่เดือยทองเริ่มต้นขึ้นจาก “ข่าวลือ” ที่แพร่สะพัดในสเปน โดยมีสื่อกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง AS ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ประจำอยู่ที่กรุงมาดริดเป็นหัวเรือในการประโคมข่าว จากนั้นแม้จะมีการพูดคุยตลอดทั้งซัมเมอร์ แต่กว่าทุกอย่างจะลงตัวและ เรอัล มาดริด จะประกาศเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการก็ต้องรอถึงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ

“แกเร็ธ (เบล) เป็นนักเตะที่สำคัญกับเราสุดๆ และสโมสรก็ไม่เคยมีความประสงค์ที่จะปล่อยเขาออกจากทีม” ดาเนียล เลวี ประธานสโมสรคลับไก่กล่าว “เรอัล มาดริด แสดงความสนใจในตัวเขาอย่างมาก ขณะที่ฝั่งแกเร็ธเองก็ต้องการย้ายไปเล่นที่สเปนมากไม่แพ้กัน หากเขาอย่กับเราต่อ สมาธิและความทุ่มเทที่สโมสรจะได้รับก็อาจจะน้อยลงไปและเป็นการทำร้ายตัวนักเตะและทีมไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นเราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะปล่อยให้แกเร็ธได้ไปเล่นที่มาดริด”

กรณีของ แกเร็ธ เบล และ เด เฮอา นั้นคล้ายคลึงกันในหลายๆ จุด... หนึ่งคือ นักเตะทั้งสองคนต่างแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการย้ายไปอยู่สเปน สอง จุดเริ่มต้นของข่าวลือซื้อขายมาจากการประโคมข่าวของสื่อในแดนกระทิงเหมือนกัน และสาม ขั้นตอนสุดท้ายในการเจรจาของทั้งคู่เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ...แต่จุดที่ต่างกันอย่างชัดเจนก็คือดีลหนึ่งสำเร็จเสร็จสิ้นทันเวลา ขณะที่อีกดีลหนึ่งพังพาบไม่เป็นท่า

ทีแรกนั้นท่าทีของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อดีลนี้ดูยังไงๆ ก็จะไม่ยอมปล่อยนายด่านสแปนิชพ้นอ้อมอกท่าเดียว หากพวกเขาไม่ได้ตัวเลขที่สูงกว่าค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาที่ จานลุยจิ บุฟฟอน เป็นเจ้าของอยู่ที่ 32.6 ล้านปอนด์ แต่เมื่อผ่านเวลาร่วมเดือนและการเจรจาไม่มีทีท่าว่าจะคืบหน้าไปไหน บวกกับขุมกำลังในตำแหน่งดังกล่าวที่เริ่มร่อยหรอ ทำให้ “เดอะ เรด เดวิลส์” จำใจต้องยอมผ่อนปรนค่าตัวและตกลงกับ เรอัล มาดริด ได้ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย โดยมีมูลค่าการย้ายทีมประมาณ 25 ล้านปอนด์บวกกับ เคย์เลอร์ นาบาส นายด่านทีมชาติคอสต้าริก้าที่จะสลับขั้วมาเฝ้าเสาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ถึงตอนนั้นดูเหมือนว่ามหากาพย์การซื้อขายประจำซัมเมอร์ที่แสนวุ่นวายกำลังจะรูดม่านปิดฉากลง แต่แล้วก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นในนาทีสุดท้าย เมื่อ เรอัล มาดริด ไม่สามารถทำเอกสารสำคัญส่งไปยังสำนักงานใหญ่ของฝ่ายจัดการแข่งขันได้ทันเวลาปิดตลาดนักเตะของสเปน ทำให้ดีลดังกล่าวต้องล่มไปโดยปริยาย

จากว่าที่นายด่าน เรอัล มาดริด...ดาบิด เด เฮอา กลับต้องเป็นผู้เล่นของปีศาจแดงต่อไปเมื่อดีลซื้อขายล่มในวินาทีสุดท้าย

เช้าวันต่อมา เรอัล มาดริด ไม่รอช้าออกแถลงการณ์โดยอธิบายถึงหลายสาเหตุที่ทำให้ดีลดังกล่าวต้องล้มเหลว โดยคำแถลงจากสโมสรมีใจความสำคัญคือการชี้แจงที่มาที่ไปของปัญหา และเวลาที่พวกเขาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องเอกสารทุกขั้นตอน โดยในคำแถลงการณ์นั้นมีหลายจุดที่พาดพิงไปถึง แมนฯ ยูไนเต็ด และบอกเป็นนัยว่าสาเหตุที่ทำให้เอกสารสำคัญไม่สามารถถูกส่งไปได้ตรงเวลาก็เป็นเพราะปีศาจแดงนั้นมีความล่าช้าในการดำเนินการ

“เรอัล มาดริด ดำเนินการทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้การย้ายทีมของผู้เล่นทั้งสองคนจบลงอย่างเสร็จสมบูรณ์” ส่วนหนึ่งจากถ้อยแถลงของราชันชุดขาว... อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงมุมหนึ่งเท่านั้นในเรื่องราวอันชวนน่าปวดหัวและปวดใจนี้ เพราะวันรุ่งขึ้นทางฝั่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่อยู่เฉยและออกมาโต้ตอบคำครหาทันที พร้อมกับยืนยันว่าพวกเขานั้นได้ดำเนินตามขั้นตอนอย่างถูกต้องทุกอย่างแล้ว “เมื่อเวลา 22.58 น. ตามเวลาท้องถิ่น เอกสารข้อตกลงต่างๆ ถูกส่งมาให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเราก็ยอมรับและได้อัพโหลดขึ้น TMS แล้ว ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนเดดไลน์ตลาดนักเตะ”

ท่ามกลางความสับสนระหว่างความจริงสองชุดที่แตกต่างกัน มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ไม่ใช่เรื่องโกหก...ผู้เขียนเองเป็นเพียงคนที่คอยสังเกตการณ์จากวงนอก ดังนั้นจึงเป็นเป็นไปไม่ได้หากจะให้ฟันธงว่าของใคร “แท้” และของใคร “เทียม” สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่านที่จะคิดวิเคราะห์และเลือกเชื่อด้านไหนของ “เหรียญความจริง” สองหน้า

ไม่ว่าใครจะถูกใครจะผิด ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน ดาบิด เด เฮอา ก็ยังคงเป็นผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งในเชิงทฤษฏีและปฏิบัติ และจะเป็นเช่นนั้นต่อไปจนกว่าตลาดหน้าหนาวจะเปิดขึ้นอีกครั้งในเดือนมกราคม 2016 หรือหากยืดเยื้อที่สุดก็คือซัมเมอร์ปีหน้าที่สัญญาของเขาจะหมดลงพอดี แต่บางทีมันอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับเจ้าตัวเท่าไหร่ เพราะนับแต่เปิดฤดูกาลมา เขายังไม่มีชื่อในทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล แม้แต่เกมเดียว

ดาบิด เด เฮอา ยังไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่เกมในเดียวในฤดูกาลนี้

และหากว่านั่นยังไม่เลวร้ายพอ ล่าสุดหากไม่ได้ลงสนามต่อเนื่อง เด เฮอา ก็อาจจำต้องสูญเสียตำแหน่งในทีมชาติสเปนที่จะลุยรายการยูโร 2016 ด้วย “ผมหวังว่าเขาจะได้ลงเล่นอีกครั้งและมีความสุขกับการเล่นฟุตบอล ถ้าเขาทำได้ดี เราก็พร้อมที่จะเรียกเขามาติดทีมได้เสมอ แต่หากเขาไม่ได้ลงเล่น มันก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะได้ร่วมทีมไปยูโร” คำยืนยันจากปากของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือมากประสบการณ์ทัพกระทิงดุ

...หากเปรียบมหากาพย์ซื้อขายครั้งนี้เป็นเสมือนเกมหมากรุก ดาบิด เด เฮอา ก็ไม่ต่างอะไรกับ “เบี้ย” ตัวหนึ่งที่ถูกใช้เพื่อเดินหมากวัดคมศักดิ์ศรีในสงครามซื้อขายระหว่างสองสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ...และบางทีอาจมีเขาเพียงคนเดียวที่จะพลิกชะตาและใช้ความเป็นมืออาชีพก้าวออกไปจากวังวนที่ไร้จุดจบนี้ เพราะเขาเองก็มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างมันขึ้นมา

หากไม่ใช่เพื่อแฟนๆ แมนฯ ยูไนเต็ด ....อย่างน้อยๆ ก็เพื่อรักษาตำแหน่งมือหนึ่งในทีมชาติที่เริ่มสั่นคลอน