FFT พรีวิว: ไทย - อัฟกานิสถาน

ราชมังคลากีฬาสถาน I พฤหัสบดีที่ 3 กันยายน I เวลา 19.00 น. I ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี

ก่อนเกม

“ช้างศึก” ที่รั้งอันดับ 139 ในฟีฟ่าแรงกิ้งกำลังจะเปิดบ้านพบทีมชาติอัฟกานิสถานที่อยู่สูงกว่าพวกเขา 5 อันดับโดยเกมนี้จะเป็นโอกาสดีของ “ซิโก้” ที่จะได้ทดลองวางแผนและปรับปรุงทีมก่อนเกมสำคัญที่จะพบทีมชาติอิรักในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกวันอังคารหน้า

วิเคราะห์เจาะลึก

จนถึงตอนนี้ต้องเรียกว่าเส้นทางในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ของทีมชาติไทยดูจะไปได้สวยทีเดียว เมื่อ "ช้างศึก" ที่นำทัพโดยตำนานดาวยิงตลอดกาลอย่าง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ลงเล่นไปแล้ว 2 นัดเก็บได้ 6 คะแนนเต็ม โดยเป็นการเปิดบ้านเอาชนะคู่ปรับร่วมภูมิภาคอย่างทีมชาติเวียดนาม 1-0 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ก่อนที่อีก 11 วันถัดมาจะบุกไปทุบทีมชาติไต้หวันคาบ้านได้ 0-2

ทีมชาติไทยฉลองชัยชนะในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก นัดแรก หลังเปิดบ้านเฉือนชนะคู่ปรับร่วมภูมิภาคอย่าง เวียดนาม 1-0

ปัจจุบันผู้เล่นบางคนที่เป็นตัวหลักไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บ และแมเจะเเป็นข่าวร้อย แต่อีกแง่หนึ่งก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งที่ทำผลงานน่าประทับใจในซีเกมส์ครั้งล่าสุดได้แสดงฝีเท้า

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ทริสตอง โด และ สุริยา สิงห์มุ้ย คือสามผู้เล่นแกนหลักของทีมชาติไทยชุด ยู-23 ที่พาช้างศึกรุ่นน้องป้องกันแชมป์ซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ที่มีชื่อติดทีมชาติชุดล่าสุด โดยพวกเขาเก็บชัยชนะทุกนัดที่ลงแข่งขันพร้อมกับกลับบ้านด้วยเหรียญทองตามความคาดหมาย และครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่พวกเขาจะได้ซื้อใจ “ซิโก้” เพราะหากโชว์ฟอร์มดีนั่นอาจหมายถึงโอกาสในการติดทีมชาติชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ทริสตอง โด วิงแบ็คลูกครึ่งฝรั่งเศสทำผลงานโดนใจ "ซิโก้" หลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมช่วยช้างศึกรุ่นน้องคว้าเหรียญทองในซีเกมส์ครั้งล่าสุด

ส่วนผู้เล่นรายอื่นนั้นก็ถือเป็นขาประจำของทีมชาติไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีรทร บุญมาทัน, สุทธินันท์ พุกหอม, เกริกฤิทธิ์ ทวีกาญจน์, มงคล ทศไกร, สารัช อยู่เย็น, อดุลย์ หละโสะ, ปกเกล้า อนันต์ และ ธีรศิลป์ แดงดา ขณะที่รายอื่นอย่าง ประทุม ชูทอง, ประวีณวัช บุญยงค์, ศราวุฒิ มาสุข และ ธนา ชะนะบุตร แม้จะไม่ใช่ขาประจำ แต่ก็มีประสบการณ์ในระดับทีมชาติมาแล้วทั้งนั้น

โดยเกมนี้ที่จะได้ลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติอัฟกานิสถานนั้นนับเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญก่อนที่ “ช้างศึก” จะมีคิวดวลแข้งในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง นัดที่สาม กับทีมชาติอิรัก อีก 5 วันหลังจากนั้น เพราะมันคือโอกาสที่พวกเขาจะได้ศึกษารูปแบบการเล่น รวมถึงทดลองแท็คติคในการรับมือกับทีมที่มีสไตล์ฟุตบอลคล้ายๆ กับทีมจากตะวันออกกลาง...ผลการแข่งขันอาจจะเป็นเรื่องรองสำหรับนัดอุ่นเครื่องที่จะถึงนี้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าทุกชัยชนะที่เก็บได้จะส่งผลต่อคะแนนในการจัดอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งด้วย

ด้านทีมชาติอัฟกานิสถานนำทัพมาโดย สลาเวน สเกเลชิช กุนซือหนุ่มวัย 43 ปีที่มีประสบการณ์ในการคุมทีมระดับเยาวชนในเยอรมันอย่างโชกโชน ทั้งกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และ ฮันโนเวอร์ ก่อนที่ช่วงต้นปีจะโยกมารับงานคุมทีมต่างทวีปครั้งแรกในแดนเอเชียกลาง โดยผลงานก็ถือว่าน่าพอใจ คุมทีมมา 4 นัดเก็บชัยชนะได้ 2 เสมอ 1 และแพ้อีก 1 และหากนับแต่เฉพาะทัวร์นาร์เมนต์ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเล่นไปแล้วทั้งหมด 2 นัด นัดแรกแพ้ทีมชาติซีเรีย 6-0 ส่วนนัดต่อมาเอาชนะทีมชาติกัมพูชาได้ 1-0 โดยทั้งสองเกมแข่งขันกันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ข่าวข้างสนาม

สภาพความพร้อมของทีมชาติไทยในสนามอาจเรียกว่าเป็นข่าวร้ายของแฟนๆ เลยทีเดียว เมื่อ “ซิโก้” จะมีปัญหาในการจัดทัพมากพอสมควรหลังจากที่ต้องขาดผู้เล่นตัวหลักมากมายที่ไม่มีชื่อในทีมชุดนี้เพราะติดปัญหาอาการบาดเจ็บ ไล่ตั้งแต่ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, นูรูล ศรียานเก็ม, อาทิตย์ ดาวสว่าง และ อดิศักดิ์ ไกรษร ดังนั้นหน้าที่หลักจึงตกเป็นของเฮดโค้ชช้างศึกคนนี้ที่จะต้องวางหมากปรับรูปแบบเล็กน้อย ขณะที่แข้งหน้าใหม่หลายรายที่อาจจะได้โอกาสลงสนามก็น่าจะต้องพิสูจน์ฝีเท้าให้ด้วยว่าทำไมพวกเขาจึงควรมีชื่ออยู่ใน 23 นักเตะสัญชาติไทยที่ดีที่สุดในประเทศ

"เมสซีเจ" ชนาธิป สรงกระสินธิ์ ที่แม้จะกลับมาฝึกซ้อมได้บ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ฟิตพอช่วยมีชื่อช่วยช้างศึก

มองทางฝั่งคู่แข่งกันบ้าง ผู้เล่นแกนหลักของทีมชาตอัฟกานิสถานชุดนี้เน้นใช้แข้งดาวรุ่งอายุตั้งแต่ 20 - 25 ปีผสมกับนักเตะประสบการณ์สูงอีกหลายราย โดยผู้เล่นส่วนใหญ่นั้นถือว่ามีดีกรีที่ไม่ธรรมดา แม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงแต่ก็ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งในเยอรมัน, ออสเตรเลีย, เดนมาร์ก, สวีเดน รวมถึง ไทยด้วย สำหรับสองนักเตะที่น่าจับตามอง ได้แก่ อาห์มัด ฮาติฟี มิดฟิลด์ที่ค้าแข้งอยู่กับ ซาร์บรู๊คเค่น อดีตต้นสังกัดของ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล และ ไฟซอล ซาเยสเตห์ จอมทัพแนวรุกจากสงขลา ยูไนเต็ด

นักเตะน่าจับตา : ธีรศิลป์ แดงดา vs ไฟซอล ซาเยสเตห์

“เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ที่เพิ่งติด 1 ใน 25 สุดยอดนักเตะไทยตลอดกาล โดย FFT TH ถือเป็นความหวังสำคัญในเกมรุกของ “ช้างศึก” ตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัยหลังจากที่ทีมชาติไทยจะต้องขาด ชนาธิป และ อดิศักดิ์ ที่ปัญหาอาการบาดเจ็บจนไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้ และแม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเขาอาจจะโดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำลงไปหลังกลับมาจากช่วงยืมตัว อัลแมเรีย เมื่อปีก่อน แต่ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา “เทพเจ้ากิเลนผยอง” คนนี้ก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้นและเป็นกำลังหลักสำคัญที่พา เมืองทอง ยูไนเต็ด รั้งรองจ่างฝูงไทยพรีเมียร์ลีกพร้อมเบียดลุ้นแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนิดหายใจรดต้นคอ

"เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา คีย์แมนสำคัญในเกมรุกของ "ช้างศึก" หลังตัวหลักรายอื่นมีปัญหาอาการบาดเจ็บพลาดลงสนาม

กับ “กิเลนผยอง” นั้นหน้าที่ทำประตูไม่เคยเป็นงานหลักของเขา เพราะมีทั้ง เคลตัน ซิลวา และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ รวมถึง ชนานันท์ ป้อมบุปผา เป็นเครื่องจักรผลิตสกอร์กันอยู่ แต่ในทีมชาติไทยของ “ซิโก้” ที่เน้นแผนการเล่นแบบหน้าเป้าเดียวนั้น ภาระการทำประตูจึงตกเป้นของ ธีรศิลป์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อมองดูสถิติที่ผ่านมาของเขาแล้วก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในโมงยามที่ทีมต้องขาดศูนย์หน้าแบบโป้งเดียวหายอย่าง อดิศักดิ์ หรือจอมทัพที่ยิงไกลได้ดีอย่าง ชนาธิป

ในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ “เจ้ามุ้ย” ลงสนามครบทุกเกมทั้ง 20 นัด และแม้บทบบาทในการสร้างสรรค์เกมจะยังทำได้ยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยนแปลง แต่จำนวนประตูที่เขาทำได้เพียง 4 ลูกกลับน้อยจนน่าใจหาย ขณะที่ในนามทีมชาติ ธีรศิลป์ ลงเล่นให้ช้างศึกไปทั้งหมด 5 นัดในปีนี้ ทำได้ 2 ประตู ซึ่งทั้งสองประตูนั้นมาจากเกมที่พวกเขาบุกไปเอาชนะไต้หวันในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก นัดที่สอง 0-2 ฉะนั้นจึงเป็นที่น่าสนใจว่าเมื่อทีมชาติไทยจะต้องขาดผู้เล่นสำคัญในแนวรุกคนอื่นไป ธีรศิลป์ แดงดา จะสามารถรับมือกับภาระในการทำประตูได้หรือไม่ ซึ่งเกมอุ่นเครื่องที่จะพบกับอัฟกานิสถานที่มีแนวรับรูปร่างสูงใหญ่คล้ายกับทีมชาติอิรักจึงเป็นบททดาอบลับคมชั้นดีก่อนแมตช์สำคัญลำดับถัดไป

มาดูทางฝั่งคู่แข่งกันบ้าง ไฟซอล ซาเยสเตห์ มิดฟิลด์ตัวรุกของทีมชาติอัฟกานิสถานคนนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล อันที่จริงเขาเป็นนักเตะที่น่าจะคุ้นเคยกับฟุตบอลไทยพอสมควร เพราะปัจจุบันค้าแข้งอยู่ในประเทศไทยและรับบทจอมทัพเบอร์ 10 กับ สงขลา ยูไนเต็ด โดย ซาเยสเตห์ นั้นย้ายเข้ามาค้าแข้งในแดนสยามเมื่อเดือนตุลาคม 2013 หลังจากหมดสัญญากับต้นสังกัดเก่าและลงเล่นให้กับ "วัวชนแดนใต้” ในฤดูกาล 2014 ที่ขณะนั้นยังฟาดแข้งอยู่บนเวทีพรีเมียร์ลีกไปทั้งหมด 17 นัด ทำได้ 3 ประตู

ไฟซอล ซาเยสเตห์ จอมทัพอัฟกานิสถานที่ค้าแข้งอยู๋ในประเทศไทยกับ "วัวชนแดนใต้" สงขลา ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 หลังสุดของไทย

  • ไทย 2-3 แคเมอรูน (อุ่นเครื่อง)
  • ไทย 0-1 เกาหลีเหนือ (อุ่นเครื่อง)
  • ไทย 1-0 เวียดนาม (ฟุตบอลโลก)
  • ไทย 1-1 บาห์เรน (อุ่นเครื่อง)
  • ไต้หวัน 0-2 ไทย (ฟุตบอลโลก)

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของอัฟกานิสถาน

  • ปากีสถาน 2-1 อัฟกานิสถาน (อุ่นเครื่อง)
  • ลาว 0-2 อัฟกานิสถาน (อุ่นเครื่อง)
  • บังกลาเทศ 1-1 อัฟกานิสถาน (อุ่นเครื่อง)
  • ซิเรีย 6-0 อัฟกานิสถาน (ฟุตบอลโลก)
  • กัมพูชา 1-0 อัฟกานิสถาน (ฟุตบอลโลก)

สำหรับในนามทีมชาตินั้น แข้งวัย 24 กะรัตคนนี้ติดทีมชาตอัฟกานิสถานครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2014 และจากนั้นก็มีชื่อมาต่อเนื่องและลงเล่นไปทั้งหมด 10 นัดด้วยกันพร้อมกับทำไป 3 ประตู โดย ซาเยสเตห์ นั้นถือเป็นนักเตะทีมชาติอัฟกานิสถานเพียงคนเดียวที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศไทย และตรงนี้อาจจะเป็นข้อได้เปรียบไม่เฉพาะในเรื่องของสไตล์การเล่นเท่านั้น แต่กุนซือของทีมอย่าง สลาเวน สเกเลชิช น่าจะได้ประโยชน์จากข้อมูลนักเตะที่เจ้าตัวมีไม่มากก็น้อย

ข้อมูลและสถิติน่าสนใจ

  • เกมครั้งนี้จะถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติอัฟกานิสถานเมื่อทั้งคู่ไม่เคยเจอกันเลยสักครั้งก่อนหน้านี้
  • ทีมชาติไทยชนะเกมอุ่นเครื่องในปีนี้ได้เพียงเกมเดียวเท่านั้นคือเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ 2-0 สิงค์โปร์ นอกจากแพ้ แคเมอรูน 0-3 (มีนาคม), เกาหลีเหนือ 0-1 (พฤษภาคม) และ เสมอ บาห์เรน 1-1 (มิถุนายน)
  • ทีมชาติอัฟกานิสถานเล่นเกมอุ่นเครื่องในปีนี้ทั้งหมดสามเกมและเป็นทีมเยือนทั้งหมด โดยเอาชนะ 1 (ลาว 0-2) เสมอ 1 (บังกลาเทศ 1-1) และแพ้อีก 1 (ปากีสถาน 2-1)