คนสู้ชีวิต : 8 แข้งทำอาชีพสุดแหวกแนวก่อนเป็นนักเตะอาชีพ

ก่อนกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพ...เส้นทางชีวิตของบางคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองมากมายสารพัด ซึ่งบางอย่างดูไม่ใกล้เคียงกับการได้มาเป็นนักฟุตบอลเลยแม้แต่น้อย  

บางคนต้องไปเป็นการ์ดหน้าผับจนเกือบถูกลูกกระสุนเจาะร่าง, บางคนขับ 10 ล้อ และบางคนยิงกะปอมเลี้ยงชีพ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เพื่อฝันที่หวังไปให้ถึงบวกกับโชคชะตา ทำให้วันนี้ พวกเขาเป็นนักเตะไทยลีก… มีใครกันบ้าง และเรื่องราวชีวิตที่พวกเขาต้องต่อสู้มาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

กฤษดา เหมวิพัฒน์

พ่อหนุ่มเต๊นท์รถ  

“เล่นฟุตบอลไทยลีก..ลีกที่หนึ่งของไทย” บทเพลงของ “ปู” พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ก้องอยู่ในหูของ “บ็อบบี้” กฤษดา เหมวิพัฒน์ เด็กหนุ่มจากบ้านหัวทุ่งคำไฮ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้มีความฝันอยากที่จะก้าวขึ้นไปเป็นแข้งอาชีพและเล่นลีกสูงสุดของประเทศให้ได้สักครั้งในชีวิต

คำอธิษฐานของหนุ่มน้อยเมืองหมอแคนดูเหมือนจะเป็นฝันที่ไกลจริง หลังจบม.6 ที่ ร.ร แก่นนคร 2 เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเบนเข็มเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยต่อยังเมืองหลวง แต่แล้ว...ฝันนั้นสลายลงในพริบตา เมื่อฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย

“ผมใฝ่ฝันมาตลอดตั้งแต่เด็กว่าผมอยากจะเป็นนักเตะอาชีพ อยากเล่นไทยลีกให้ได้สักครั้งในชีวิต และเมื่อดูจากรุ่นพี่ๆคนบ้านเดียวกันหลายคนที่ได้เล่นไทยลีก เพราะเขาไปเรียนที่กรุงเทพฯ มหานครของพี่น้องชาวไทยจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ผมใฝ่ฝันอยากจะไปลองดูสักตั้ง แม้ต้องไปตายเอาดาบหน้าก็ยอม แต่สุดท้ายด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ได้มีเงินมากมายพอที่จะส่งผมเรียนต่อได้ ฝันของผมก็เริ่มมืดมน” หนุ่มอีสานผู้มีฝันอันยิ่งใหญ่เปิดใจ

เมื่อไม่อาจแหกกฎฟ้า..ไปค้นหาความท้าทายในเมืองหลวงได้ แต่ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป “บ็อบบี้”ตัดสินใจไม่เรียนต่อ โดยเลือกที่จะทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ด้วยความรู้ความสามารถที่พอมีในเรื่องของการ “ซ่อมรถยนต์”จึงได้ทำงานที่ “เจริญศรี มอเตอร์” โดยได้ค่าตอบแทนเดือนละ 6,000 บาทเท่านั้น

ณ เต๊นท์รถชื่อดังเมืองหมอแคนแห่งนี้ “บ็อบบี้” ได้รับความเอ็นดูจาก “เสี่ยปู”โกเมน ธีฆธนานนท์ เจ้าของเจริญศรี มอเตอร์ ซึ่งมีความบ้าฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ถึงขั้นสร้างสนามฟุตบอล “มังกรหลวง” เพื่อไว้ให้พนักงานลงฝึกซ้อม ก่อนจะสร้างทีม “เจริญศรี” เพื่อส่งเข้าร่วมล่ารางวัลในรายการเดินสายต่างๆทั่วจังหวัดขอนแก่น จนเริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

“หน้าที่ของผมหลังจากเสร็จงาน คือเป็นผู้ดูแลสนามฟุตบอลมังกรหลวง ทั้งรดน้ำสนาม ทำความสะอาด และอื่นๆเกือบจะทั้งหมด ผมโชคดีที่มีเจ้านายที่ชื่นชอบฟุตบอล ซึ่งท่านได้สนับสนุนผมอย่างเต็มที่ ผมได้เป็นนักฟุตบอลของบริษัท มีเวลาไปฝึกซ้อมหลังเสร็จงานรวมถึงแข่งขันอยู่บ่อยๆ”

“เด็กเส้น” คือ ประโยคนินทาของเพื่อนร่วมงาน ที่ตราหน้าให้กับ”บ็อบบี้” เพราะด้วยความที่เป็นนักฟุตบอลต้องออกไปแข่งขันก่อนเวลาเลิกงาน จึงเป็นเสมือนการผลักภาระหน้าที่ซ่อมรถไปให้เพื่อน ช่วงแรกก็ไม่กระทบเท่าไหร่ แต่เมื่อนานไปก็เริ่มก่อตัวเป็นความบาดหมาง ถึงขั้นเกือบจะวางมวยกันเลยทีเดียว

“เขาหาว่าผมเป็นเด็กเส้น ผู้ใหญ่เอ็นดู ผมยอมรับว่าการเล่นฟุตบอลกับการทำงานเริ่มมีอุปสรรคมากยิ่งขึ้น เพื่อนๆพากันมองว่าผมเห็นแก่ตัว ผมยอมรับว่าบางทีกำลังอยู่ในเวลางาน แต่ด้วยความที่ต้องไปแข่งบอลทำให้ต้องออกก่อน เพื่อนๆก็เลยไม่แฮปปี้ บางทีเขาพูดจาเสียดสีจนผมเกิดอารมณ์และเกือบมีเรื่องกันอยู่บ่อยครั้ง”

วันหนึ่ง “เสี่ยปู” โกเมน ธีฆธนานนท์ มีความสนิทสนมกับ ดร.กษม ชนะวงศ์ ประธานสโมสรขอนแก่น เอฟซี จึงได้เชิญมาร่วมอุ่นเครื่องกับทีมเจริญศรี ก่อนจะฝากฝังห้องเครื่องพลังม้ารายนี้ไปร่วมทดสอบฝีเท้า

“ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเสี่ยปู เขาฝากบ็อบบี้มาให้ผมบอกว่าไอ้หัวแดงๆที่เล่นกองกลางน่ะมันเล่นดี มีความขยัน ลองเอาไปทดสอบฝีเท้าดูหน่อย ด้วยความเกรงใจเบื้องต้นก็รับเอาไว้ ฝีเท้าของเขาก็ไม่เท่าไหร่ แต่เขามีความขยัน วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย สุดท้ายผมก็ลองให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองกับขอนแก่น เอฟซี แม้จะไม่เก่ง ไม่ใช่นักเตะพรสวรรค์ แต่เขาก็ทดแทนมันด้วยความทุ่มเทที่เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง นี่คือจุดเด่นของเขา” ดร.กษม ชนะวงศ์ บอสใหญ่ทีเร็กซ์พูดถึงวินาทีที่พบหน้าหนุ่มหัวแดง

แม้จะหนีจากคำนินทา ณ อู่รถเจริญศรี การย่างก้าวสู่แข้งอาชีพของ “บ็อบบี้” ก็หาใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบไม่ ปรากฎการณ์“เด็กเส้น” ก่อตัวหลอกหลอนเขาอีกครั้ง..

“วันที่คัดตัวขอนแก่น เอฟซี มีคนมาคัดเยอะมากเป็นพันคน แต่ละคนผ่านบอลอาชีพมาทั้งนั้น ผมยอมรับว่าใจสั่นและรู้สึกท้อ ไม่รู้ว่าตัวเองจะไหวหรือไม่ แต่มาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องเต็มที่ไว้ก่อน ผมกัดฟันวิ่งสู้ฟัดอย่างสุดความสามารถ จากคนนับพันปรากฎว่าเอาแค่ 5 คนเท่านั้น วินาทีที่โค้ชเรียกชื่อผมไปยืนหน้าแถวคนที่ 5 มันยังตราตรึงในหัวใจไม่หาย ปลื้มสุดๆ แต่ด้วยความที่ผมมาสายเสี่ยปู ก็ทำให้หลายคนมองว่าผมเป็นเด็กเส้นอยู่ดี”

“มึงมันบอลไม่มีสมอง ฉะนั้นมึงไม่ต้องใช้สมอง เพราะกูมีบอลสมองอย่าง เริ่มรัตน์ งามเจริญ, ผดุงศักดิ์ กิตติวราพล และกัตตูโซ่ บัญชาการอยู่แล้ว หน้าที่ของมึงแค่วิ่งพล่านทำลายเกมคู่แข่ง แย่งบอลมาให้เร็วที่สุด ไม่ต้องปั้นเกมใดๆทั้งสิ้น วิ่งโง่ๆในแบบของมึงนี่แหละ เอาบอลมาให้พี่ๆเขาปั้นเกมก็พอ” ดร.กษม ชนะวงศ์ เผยถึงบทบาทของไอ้หนุ่มหัวแดงเพลิงในสีเสื้อทีเร็กซ์

“บ็อบบี้” ได้ร่วมทัพขอนแก่น เอฟซีสมใจในการปรับจากโปรลีกมาดิวิชั่น 1 ปีแรก ด้วยค่าตอบแทนเดือนละ 6,000 บาทเท่านั้น ก่อนจะอยู่ช่วยทีมเรื่อยมาจนได้ก้าวสู่ไทยลีก ปี 2011 ประตูสุดประทับใจของเขาก็คือ การจักรยานอากาศยิงประตูให้ทีมตีเสมอเมืองทอง 2-2 ในช่วงทดเจ็บ ชนิดที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตสตาร์ดังหงส์แดงยังตะลึงตาค้าง

หลังยุคเรืองรองของ “เดอะทีเร็กซ์” ที่ค่อยๆสาละวันเตี้ยลง ตกชั้นไปตามกาลเวลา “บ็อบบี้” ได้ย้ายไปค้าแข้งกับเชียงราย ยูไนเต็ด, กระบี่ เอฟซี, สุโขทัย เอฟซี และล่าสุดฤดูกาลใหม่ 2017 นี้กับ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จากขวบแรกที่เคยรับ 6,000 วันนี้เขาได้รับ 6 หลัก

“มันเหมือนความฝัน จากเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ทำงานเต๊นท์รถ เงินเดือนไม่กี่บาท หนังสือก็ไม่ได้เรียนจบสูงอะไร ต้องขอขอบคุณเสี่ยปู-โกเมน ธีฆธนานนท์ และ ดร.กษม ชนะวงศ์ ที่ให้โอกาสผมมาโดยตตลอด ถ้าไม่มีท่านในวันนั้น ผมคงไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน วันไหนที่ผมซ้อมอย่างเหน็ดเหนื่อย บางทีก็รู้สึกท้อ อยากเลิกเล่นบอล แต่พอผมนึกถึงช่วงเวลาที่ลำบากเงินเดือนแค่ 6,000 บาท มันทำให้ผมลืมความเหนื่อยไปเลยทันที” อดีตหนุ่มเต้นท์รถกล่าวทิ้งท้าย

Pages