มังกรเติบใหญ่: ฟุตบอลจีนอยู่ตรงจุดไหนแล้ว ณ ตอนนี้?

มีการลงทุนขนานใหญ่ในวงการฟุตบอลของจีนจนสะท้อนได้ถึงการจัดอันดับ 50 นักเตะเอเชียยอดเยี่ยมของโฟร์โฟร์ทู ซึ่งมีผู้เล่นจากไชนีส ซูเปอร์ ลีก 6 คนในลิสต์ดังกล่าว เรามาดูกันว่าประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกประเทศนี้มาไกลแค่ไหนแล้วในกีฬาลูกหนัง

ค่อนข้างเป็นที่น่าสังเกตว่าในบรรดานักเตะเอเชียยอดเยี่ยม 50 คนของโฟร์โฟร์ทู มีอยู่ 6 คนด้วยกันที่มาจากสโมสรในไชนีส ซูเปอร์​ ลีก

ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นรองเพียงแค่บุนเดสลีก้า และมันก็แสดงให้เห็นว่าลีกแดนมังกรกำลังจะกลายเป็นลีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปและมีอิทธิพลต่อวงการลูกหนังเอเชียโดยรวม

โดยนักเตะจากลีกแดนมังกรที่ติดอันดับนั้นแบ่งเป็นนักเตะสัญชาติจีน 3 ราย และนักเตะที่ไม่ใช่ชาวจีนอีก 3 ราย โดยที่ 1 ในนั้นคือ หวู เหล่ย จากสโมสรของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี กองกลางตัวรุกรายนี้คือผู้ที่ยืดหยัดเป็นกำลังสำคัญให้กับเกมรุกของสโมสรในวันที่มีสตาร์จากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามามากมาย นอกจากนี้ อีก 2 แข้งจีนในลีกที่ติด 50 อันดับคือ จาง หลินเผิง ปราการหลังสุดแกร่ง และ เจิ้ง จื่อ กองกลางตัวเก๋า 2 ผู้เล่นจากสโมสรกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ซึ่งพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและกลายมาเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่พาต้นสังกัดประสบความสำเร็จในหลายปีที่ผ่านมา

แม้ว่าความทุ่มเทของนักเตะชาวจีนแท้ๆ ที่มีให้กับสโมสรกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ จะเป็นแรงขับที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 5 ปีติดต่อกัน รวมถึงแชมป์ฟุตบอลระดับทวีปอย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 2 ครั้งในช่วง 3 ปีหลังสุด แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้ามด้วยการดึงบรรดาผู้เล่นบิ๊กเนมจากต่างชาติเข้ามาเสริมทัพ เนื่องจากชื่อเสียงของผู้เล่นเหล่านั้นสามารถเรียกความสนใจจากคนในประเทศได้ และเมื่อแข้งหน้าใหม่ที่เข้ามาสามารถทำประตูได้ พวกเขาก็จะเป็นที่สนใจของแฟนบอล และได้ขึ้นหน้า 1 ตามหนังสือพิมพ์ต่างๆ ซึ่งมักจะเป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ

แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกๆ แห่งบนโลก เพียงแต่ที่ประเทศจีน มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัดเท่านั้น ยกตัวอย่างลีกใหญ่ของโลกอย่าง ลา ลีก้า สเปนที่ขึ้นชื่อเรื่องมีมาตรฐานที่สูงพอตัว ทว่าหากลองมองไปที่ซูเปอร์สตาร์ที่ดังที่สุดในลีก ก็จะพบว่าพวกเขาไม่ใช่ชาวสเปน แต่เป็นอาร์เจนตินา โปรตุเกส อุรุกวัย และบราซิล หรืออย่างลีก เอิง ฝรั่งเศสก็มีตัวชูโรงเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เป็นชาวสวีเดน และลีกที่คนติดตามมากที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษเองก็ขึ้นชื่อว่ามีคนมากมายหลากหลายชาติที่โด่งดังอยู่ที่นั่น

จางถือเป็นหนึ่งในสตาร์คนหนุ่มที่รันวงการลีกจีน

ดังนั้นคำถามก็คือจะสร้างสมดุลระหว่างนักเตะท้องถิ่นและนักเตะต่างชาติอย่างไร โดยลีกสูงสุดของจีนมีข้อกำหนดว่าใน 1 ทีมนั้นจะมีผู้เล่นต่างชาติได้ 4 คน และนักเตะเอเชียอีก 1 คน ซึ่งด้วยข้อกำหนดนี้น่าจะส่งผลดีต่อจีนในระยะยาว

เนื่องจากหลายๆ ทีมในลีกทำการดึงแข้งบิ๊กเนมมารวมทีมเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายๆ คนกังวลว่าเรื่องนี้จะเป็นการปิดโอกาสแจ้งเกิดของเหล่าดาวรุ่งจีนหรือไม่ (ในนัดเปิดสนามของลีก 16 ประตูที่เกิดขึ้นล้วนมาจากแข้งต่างชาติทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆ คนกังวล) แต่สำหรับในระยะสั้น การที่ผู้เล่นมีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกย้ายมายังลีกนี้จะเป็นการช่วยยกระดับลีกจีนให้ไปในอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่

จุดที่กล่าวถึงก็คือจุดที่พวกเขาเป็นลีกที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในเอเชีย ถึงจะยังไม่ได้หมายความว่าเป็นลีกที่ดีที่สุดก็ตาม ในตอนนี้พวกเขามีผู้ชมเฉลี่ยราว 30,000 คนต่อสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขนี้คงจะเป็นที่น่าประทับใจของทุกๆ แห่งบนโลกใบนี้ยกเว้นอยู่ 2 ลีก

ด้วยจำนวนผู้ชมขนาดนี้ ทำให้เป็นเรื่องยากที่ที่อื่นๆ จะเทียบกับที่นี่ได้ในเรื่องของบรรยากาศในสนาม ดังนั้นมันทำให้ประเทศจีนมีโอกาสที่สดใสที่จะตั้งตัวเองเป็นศูนย์กลางของทวีปเอเชียตามที่พวกเขาตั้งตัวเองเป็น “อาณาจักรกลาง” (ศูนย์กลางอำนาจและอารยธรรมของโลก) มาตลอดนับตั้งแต่อดีต เนื่องจากพวกเขามีทั้งบรรดาผู้เล่นที่ดีที่สุดของทวีป ผู้ชมที่มากที่สุดของทวีปและผู้เล่นต่างชาติที่ดีที่สุดของทวีป

พวกเขาสามารถดันตัวเองไปเป็นศูนย์กลางของทวีปได้ถ้าหากสามารถดึงผู้เล่นเอเชียไปเล่นที่นั่นมากกว่าเดิมได้ ทว่าตอนนี้พวกเขาก็มีมากอยู่แล้ว ซึ่งหากพูดถึงนักเตะเอเชียในตอนนี้ จะเห็นว่าสโมสรจากญี่ปุ่นเองก็พยายามดึงผู้เล่นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลี โดยอาศัยข้อได้เปรียบเรื่องค่าเหนื่อยที่เค-ลีกของเกาหลียังมีข้อจำกัดสำหรับดาวรุ่งที่ค่อนข้างล้าสมัยอยู่ ทำให้ญี่ปุ่นมักจะหาผู้เล่นฝีเท้าดีจากที่นี่เสมอ

สโมสรในจีนเองก็เคยดึงผู้เล่นเกาหลีที่ผ่านการลับแข้งที่ญี่ปุ่นมาบ้าง ยกตัวอย่างเช่น คิม ยอง ควอน นักเตะอันดับที่ 10 ใน 50 อันดับสุดยอดนักเตะเอเชีย ซึ่งถือว่าเป็นคนที่มีอันดับสูงที่สุดของไชนีส ซูเปอร์ ลีก โดยเขาคือนักเตะสัญชาติเกาหลีที่ย้ายไปลับแข้งในดินแดนซามูไรก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศจีน

การมาของบิ๊กฟิลช่วยให้ลีกจีนยิ่งใหญ่

ก่อนหน้านี้การที่มีนักเตะเกาหลีโยกมาค้าแข้งอยู่ในประเทศจีนทำให้แฟนบอลของเกาหลีเกิดความกังวลเพราะพวกเขาคิดว่าลีกจีนนั้นไม่ดีพอสำหรับนักเตะระดับทีมชาติ ทว่าในตอนนี้ความกังวลเหล่านั้นกำลังค่อยๆ ลดลงเนื่องจากผู้เล่นเกาหลีในจีนอย่าง คิม ยอง ควอน ที่ตอนนี้ค้าแข้งอยู่กับกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ เห็นได้ชัดว่ามีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นภายใต้การคุมทีมของโค้ชอย่าง มาร์เซลโล่ ลิปปี้ และ ฟาบิโอ คันนาวาโร รวมถึงกุนซือคนปัจจุบันอย่าง หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ นอกจากนี้ยังได้ซ้อมท่ามกลางสตาร์มากประสบการณ์จากยุโรปอย่าง ดาริโอ คองก้า, แจ็คสัน มาร์ติเนซ, เปาลินโญ และ อเลสซานโดร เดียมานติ รวมถึงปะทะกับคู่แข่งอย่าง อเล็กซ์ เตเซรา, แชร์วินโญ และ อซาโมอาห์ กียาน ด้วย

และนี่คือสาเหตุที่ทำให้คนออสเตรเลียมองลีกจีนเปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อ ทิม เคฮิลล์ และ เทรนท์ เซนส์บิวรี่ 2 แข้งแดนจิงโจ้ที่มีชื่ออยู่ใน 50 อันดับของโฟร์โฟร์ทู ที่ไม่ได้เติบโตขึ้นพร้อมกับความฝันว่าจะได้ลงเล่นในไชนีส ซูเปอร์ ลีก และข้อเสนอจากลีกอื่นๆที่ยื่นมาให้พวกเขาก็ไม่ต่างจากลีกจีนเท่าไหร่  แต่กลับเลือกที่นั่นเป็นจุดหมายปลายทางของตัวเอง

นักฟุตบอลหลายๆ คนได้รับโอกาสให้มาค้าแข้งที่นี่ซึ่งเป็น 1 ในประเทศที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดพวกเขามีลีกที่เพียบพร้อมที่สุดลีกหนึ่ง ทั้งสนามฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและอีกอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าไชนีส ซูเปอร์ ลีก นี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นพื้นที่สำหรับนักฟุตบอลมากความสามารถอย่างแท้จริง

และในตอนนี้ มีดาวดังหลายๆ คนมาทำงานที่นี่ ทั้งอดีตนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลอย่าง มาโน เมเนเซส และสโคลารี่ หรืออดีตบิ๊กบอสของเอซี มิลาน อย่าง อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี และ สเวน โกรัน อิริคส์สัน ก็ด้วย

สำหรับโค้ชชาวเอเชียมักจะหางานในต่างประเทศยากสักเล็กน้อยเนื่องจากสโมสรในประเทศญี่ปุ่นก็มักจะใช้ผู้จัดการทีมชาวบราซิลเป็นประจำ ในขณะที่ทีมในเค-ลีกของเกาหลีนั้นก็สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ แต่ทว่าทีมงานของพวกเขามักจะไม่ได้มาจากหลายเชื้อชาติ สำหรับในประเทศทางตะวันตกของเอเชียนั้นดูจะดีกว่าที่อื่นๆ เพราะพวกเขามักจะใช้โค้ชจากประเทศต่างๆ แต่ก็แลกกลับการที่มีอัตราการลาออกของผู้ฝึกสอนในประเทศแถบนี้สูงมากๆ โดยเฉพาะกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ดูจะหาผู้จัดการทีมที่คุมทีมมาอย่างยาวนานไม่ได้เลย

ทว่ากลับกันในประเทศจีน โค้ชชาวจีนจำเป็นจะต้องปรับตัวให้เข้ากับปัจจุบันโดยการเรียนรู้วิธีจัดการกับนักฟุตบอลชื่อดังหลายๆ คน รวมถึงวิธีการต่อกรกับบรรดาคู่แข่งที่เก่งขึ้นด้วย นอกจากนี้พวกเขายังให้โอกาสผู้ฝึกสอนเอเชียมากกว่าที่อื่นๆ อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ฮง เมียง โบ ที่เป็นผู้จัดการทีมไฟแรงที่ถูกยกให้เป็นกุนซือที่เก่งที่สุดในภูมิภาคนี้ เขาย้ายมาทำหน้าที่ในดินแดนมังกรแห่งนี้หลังจากที่มีช่วงเวลาที่ไม่ดีนักกับทีมชาติเกาหลีในการลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล

เตเชราตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป แต่กลับมาลงเอยที่จีน

ในตอนนี้อดีตกัปตันทีมชาติเกาหลีชุดทำศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ย้ายมาทำงานในประเทศจีน เป็นครั้งแรกกับสโมสรหางโจว กรีนทาวน์ และเมื่อสัปดาห์ก่อนเขามีโอกาสนำลูกทีมไปแข่งกับชานตง ลูเนิ่งที่มีเมเนเซสเป็นกุนซืออยู่ ซึ่งกุนซือชาวบราซิลรายนี้คือผู้ที่พาทีมชาติบราซิลเขี่ยทีมชาติเกาหลีใต้ของ ฮง เมียง โบ ตกรอบในศึกฟุตบอลโอลิมปิกปี 2012 ทว่าในการพบกันครั้งนี้กลับเป็นทีมหางโจวของฮงที่สามารถแก้แค้นโดยการเอาชนะไปได้ ดังนั้นถ้าหากว่าสามารถเพิ่มบรรดาผู้จัดการทีมชาวญี่ปุ่นและออสเตรเลียเข้าในไปในลีกได้อีกละก็ อาจจะทำให้ลีกสูงสุดของประเทศจีนนี้กลายมาเป็นลีกให้ทุกๆ ชาติในเอเชียติดตามก็เป็นได้

ดูแล้วหลายๆ สโมสรในดินแดนมังกรแห่งนี้คงจะทุ่มเงินซื้อเหล่าบิ๊กเนมเข้ามาอีกมากมาย ทำให้จะมีนักเตะระดับโลกหลั่งไหลเข้ามาที่นี่ รวมทั้งนักเตะระดับท็อปของเอเชียด้วย ดังนั้นมันคงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ถ้าในอีก 50 ปีข้างหน้า ในการจัดอันดับ 50 สุดยอดนักเตะเอเชียจะมีนักเตะจากลีกจีนที่ไม่ใช่ชาวจีนติดอยู่ในลิสต์มากกว่า 3 คน

ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายสำหรับประเทศจีนในตอนนี้ แน่นอนว่าก็คือการที่พวกเขาจะต้องผลิตนักฟุตบอลชาวจีนแท้ๆ ออกมาให้ได้มากขึ้น และจากการที่มีนักเตะซูเปอร์สตาร์หลั่งไหลเข้ามาเฉกเช่นปัจจุบัน แฟนๆ ก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเข้ามาช่วยยกระดับลีกทั้งลีกให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมันอาจจะใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่ผลผลิตเหล่านั้นจะผลิดอกออกผลให้เห็นกัน ดังนั้นทุกๆ ฝ่ายจึงจะต้องอดทนไว้ และเมื่อไหร่ที่ผลผลิตเหล่านั้นปรากฏออกมาให้เห็น ไม่แน่ว่าทางทีมงานโฟร์โฟร์ทูอาจจะต้องเปลี่ยนจาก 50 อันดับเป็น 100 อันดับสุดยอดนักเตะเอเชียแทนก็ได้