ยาปลุกมังกรไฟยี่ห้อ "คาชูด้า"

บีอีซี เทโรศาสน ยักษ์ใหญ่ไทยลีกต้องเจอวิกฤตอย่างหนักหลังจมอยู่ท้ายตาราง จนบอร์ดบริหารสุดทนจำต้องเปลี่ยนแปลงโค้ชหนที่ 3 ในรอบ 1 ปี

มานูเอล เวนตูรา คาชูด้า กุนซือชาวโปรตุเกสวัย 64 ปี เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ทัพ “มังกรไฟ” แบบแหกโผ หลังก่อนหน้านี้มีตัวเลือกมากมายทั้ง ฆวน รามอน โลเปซ ชาวสเปน ที่อดีตเคยคุมทีมเรอัล มาดริด ยุคกาลาติกอส, ปิแอร์ เลอชองตร์ ชาวฝรั่งเศส, แซร์โจ ฟาริอาส อดีตกุนซือสุพรรณบุรี ผู้ที่เคยเถลิงบัลลังก์แชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก หรือ กระทั่ง ดีเอโก้ มาราโดน่า เทพเจ้าวงการลูกหนังอาร์เจนติน่า ที่ถูกเอเย่นต์เสนอชื่อเข้ามาแบบงงๆ  

มองมาที่ บีอีซี เทโรศาสน กับสถานการณ์จมอยู่โซนท้ายตารางอันดับ 14 เสียประตูมากเป็นอันดับ 3 ถึง 34 ลูก มีแต้มอยู่เหนือทีมโซนแดงเพียง 1 คะแนน และการตกรอบฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการถือเป็นความตกต่ำที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา

FFT พาคอลูกหนังมารู้จักแม่ทัพคนใหม่มังกรไฟให้มากขึ้น พร้อมบทวิเคราะห์เหตุใดที่ ไบรอัน แอล มาร์คา บอสใหญ่เทโรเลือก มานูเอล คาชูด้า มากุมบังเหียน

"คาชูด้า" มีดีอย่างไร....

มานูเอล คาจูด้า วัย 64 ปี ทำงานในการเป็นผู้จัดการทีมมานานกว่า 30 ปี เขาแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุได้ 32 ปี และเริ่มต้นวิถีอาชีพโค้ชกับทีมสุดท้ายที่เขาค้าแข้งด้วยทันที นั่นคือ ฟาเรนเซ่ (ทีมในเซกุนด้า ลีก้า ลีกรองของโปรตุกีส) เขามีประสบการณ์มากมาย ในลีกบ้านเกิด โดยเฉพาะกับ บราก้า ที่ยุคนั้นมีผู้เล่นดาวรุ่งฝีเท้าดีมากมาย ทั้ง ติอาโก้ เมนเดส กองกลางของแอตเลติโก มาดริด ในปัจจุบัน, กวิม อดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติโปรตุเกส,  ริคาร์โด โรชา อดีตกองหลังทีมชาติโปรตุเกส ที่ในเวลาต่อมาโด่งดังสุดๆกับ เบนฟิก้า และย้ายไปเล่นกับท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ นอกจากนี้เขายังเคยพา วิตอเรีย กิมาไรส์ คว้าอันดับ 3 ของลีกสูงสุดโปรตุเกส ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เมื่อปี 2007 - 2008, เคยคุมทีม อูดี เลเรีย ที่เขาสร้างประวัติศาสตร์พาทีมจบอันดับที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสรด้วยการคว้าท็อปไฟว์ รวมถึงพาทีมเข้าชิงโปรตุกีส คัพ เมื่อปี 2002 ก่อนจะแพ้ ปอร์โต้ ที่ตอนนั้น มีโชเซ มูรินโญ คุมทีมอยู่ แถมยังเคยพาทีม มาริติโม่ มาเดรา ทีมหมู่เกาะซึ่งเป็นบ้านเกิดของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ไปเล่นยูฟ่า คัพ จนถูกขนานนามว่าเป็น "มิสเตอร์ ยูฟ่า ลีก"

แม้ว่านับตั้งแต่เขาย้ายมาคุมทีมในลีกเอเชีย ทั้งที่จีน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะยังไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ของดีในอดีตของเขายังคงหยิบมาใช้ได้อีกเยอะ 

เพราะอะไรต้องเป็นเขา....

แม้อายุจะมากถึง 64 ปี แต่ไฟในการทำงานยังสูงปรี๊ด พร้อมพุ่งชนทุกความท้าทายและด้วยแรงกระตุ้นที่เต็มเปี่ยมถือว่าเหมาะสมอย่างมากสำหรับมังกรไฟที่ขาดทั้งความมั่นใจและผลงานในสนามที่ต่ำกว่าแฟนบอลคาดหวัง นี่คือเหตุผลหลักที่ ไบรอัน แอล มาร์คา ตัดสินใจแหกโผตัวเลือกทั้งหมดและจัดการแต่งตั้งกุนซือคนนี้เข้าสู่ทีม

บรรยายใต้ภาพ : คาชูด้า เปิดตัวเป็นนายใหญ่มังกรไฟภายใต้ความหวังของแฟนบอลว่าเขาจะเข้ามากอบกู้สถานการณ์

ไม้เด็ด....

4-2-3-1 และ 4-4-2 (แบบไดม่อนด์) คือแบบแผนการเล่นหลักที่ มานูเอล คาชูด้า มักเลือกใช้มาตลอดการทำงาน ซึ่งอาจตรงกับแนวทางแผนของ บีอีซี เทโรศาสน นอกจากนี้เขายังชอบทำงานกับแข้งวัยรุ่นเป็นพิเศษมาแต่ไหนแต่ไร  

อดีตลูกศิษย์ก็อยู่ที่ไทย

ด้วยความที่เขาชอบใช้เด็ก โดยเฉพาะสมัยอยู่กับ บราก้า ระหว่างปี 1998 – 2002 ในยุคนั้นมีผู้เล่นดาวรุ่งในทีมมากมาย แถมยังเคยดึงตัว ฟาบิโอ บาร์โบซ่า กองหน้าบราซิล ที่เคยค้าแข้งกับ สมุทรสงคราม และ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีมมาแล้วเมื่อปี 2000 โดยขณะนั้น ฟาบิโอ เพิ่งมีอายุเพียง 20 – 21 ปีเท่านั้น... แม้วันนี้ ฟาบิโอ จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่เขายังอยู่ที่เมืองไทย เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ เคลตัน ซิลวา สุดยอดกองหน้าของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด (รุ่นน้องของเขาที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน)... นอกจากนี้ยังมี อีฟส์ เดสมาเรต์ ปีกซ้ายของ พีทีที ระยอง ในศึกดิวิชั่น 1 ของไทย ชาวเฮติ ก็เคยเป็นนักเตะในสังกัดของ คาชูด้า ถึง 3 ปีเต็มระหว่างค้าแข้งกับ วิตอเรีย กิมาไรส์ บนลีกสูงสุดของแดนฝอยทอง...  

ฟาบิโอ บาร์โบซ่า สมัยร่วมงานกับ คาชูด้า ที่บราก้า เขาการันตีความยอดเยี่ยมของกุนซือคนนี้ที่มักทำหน้าที่เป็นเหมือนพ่อของนักเตะทุกคนภายใน้ทีม

เขาว่ากันว่า....

คาชูด้า ถือเป็นกุนซือจอมเฮี้ยบและเป็นสิงห์อมควันดูดบุหรี่จัดพอตัว ส่วนเรื่องงานเขาเป็นคนจริงจังกับเรื่องตรงต่อเวลา จริงจังจริงใจ และ มักจะเน้นย้ำต่อนักเตะเสมอเรื่องการมีวินัยทั้งเวลาแข่งจริงและเวลาซ้อม

ฟาบิโอ บาร์โบซ่า ที่เคยเป็นลูกศิษย์เขาที่โปรตุเกส เล่าว่า…บุคลิกของ คาชูด้า เหมือนกับเป็นพ่อของนักฟุตบอลทุกคน เขาใจดี อบอุ่น แต่บางครั้งก็มีลูกขำขันบ้าๆ บ้าง แม้สมัยนั้นเขาจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนามมากเท่าไหร่ แต่เขากับ คาชูด้า ก็มีสัมพันธ์ที่ดี และคงจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียมเร็วๆนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป.... การรับงานโค้งสุดท้ายของฤดูกาลไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เพราะไม่ว่าใครเข้ามาก็ต่างถูกคาดหวังว่าต้องพาทีมติดเครื่องให้เร็วที่สุด ไม่มีเวลามาลองผิดลองถูกใดๆทั้งสิ้น ซึ่ง "คาชูด้า" ก็ทราบดี และพูดถึงการรับงานหนนี้ว่า "ผมทราบดีตั้งแต่ก่อนรับงานที่นี่ว่าพวกเราอยู่ในสถานการณ์ตกต่ำ เรื่องจะตกชั้นหรือไม่ ไม่มีอยู่ในความคิดผมและลูกทีมของผมเช่นกัน" "การรับงานที่เทโรถือเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของตัวผมเอง และผมรู้ดีว่าบอลไทยพัฒนาขึ้นมาก และตัวผมจะมาช่วยพัฒนาให้สโมสรแข็งแกร่งขึ้นและสานต่อให้ฟุตบอลไทยเติบโตขึ้นไปอีก"

4 เดือนต่อจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า คาชูด้า นายใหม่ จะปลุก “มังกรไฟ” ให้ตื่นตัวอีกครั้งได้หรือไม่ ผลงานในสนามจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด...