รูนซัดทาบเซอร์บ็อบ! สิงโตบุกยำซานมารีโน 6-0

ดาวยิงกัปตันทีมหมายเลข 10 ของสิงโตคำราม กดประตูเทียบเท่าสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เบิกร่องให้ทีมถล่มบ๊วยของกลุ่มอีแบบขาดลอย

ปิแอร์ อันเจโล มานซาโรลี กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นทีมบ๊วยของกลุ่มอี แข่ง 6 นัด เก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น และยังไม่สามารถยิงประตูได้เลยแม้แต่ลูกเดียวด้วย รวมถึงนักเตะในทีมส่วนใหญ่เป็นแข้งสมัครเล่นแทบจะทั้งหมด นำโดย แอนดี้ เซลวา กองหน้ากัปตันทีมจอมเก๋าวัย 39 ปี  ซึ่งจะลงทำเกมรุกร่วมกับ มัตเตโอ วิตาอิโอลี

ด้านทีมเยือนของ รอย ฮอดจ์สัน ให้โอกาส จอนโจ้ เชลวีย์ และ เจมี วาร์ดี้ ออกสตาร์ตเป็น 11 คนแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก รวมทั้งแข้งดาวรุ่งหลายรายที่ได้ลงสัมผัสเกมตั้งแต่นาทีแรก โดยมี เวย์น รูนีย์ สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเหมือนเดิม ซึ่งหากเขายิงได้เกิน 2 ประตูขึ้นไป ก็จะแซงหน้า เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมทันที

เริ่มเกมเพียง 13 นาทีเท่านั่น เป็นอังกฤษที่มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ดาวิเด้ ซิมอนชินี แนวรับซานมารีโน เจตนาดึง จอห์น สโตนส์ ล้มลงในกรอบ 18 หลา ก่อนจะเป็น รูนีย์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ส่งให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0 และยังทำให้เจ้าตัวยิงทาบสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ 49 ประตูอีกด้วย

ถัดมานาทีที่ 30 อังกฤษมาได้ประตูที่สองแบบโชคช่วยเล็กน้อย จากจังหวะที่ ลุค ชอว์ ครอสบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษ แต่ คริสเตียน บรอลลี แนวรับเจ้าบ้านกฃับโหม่งสะกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ช่วยให้สิงโตคำรามหนีห่างเป็น 2-0 และจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังได้ไม่ถึงนาที อดีตแชมป์โลกปี 1966 ก็มาบวกลูกสามเพิ่มได้อีกอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน โยนบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาให้ รอสส์ บาร์คลีย์ ขึ้นโขกเข้าไป ส่งให้อังกฤษนำห่างเป็น 3-0

จากนั้นสิงโตคำรามมีการเปลี่ยนตัวสำรองลงมาสัมผัสเกมบ้าง เริ่มจากส่ง ฟาเบียน เดลฟ์ และ แฮร์รี เคน ลงมาแทน มิลเนอร์ กับ รูนีย์ ในนาทีที่ 59 ตามด้วย ธีโอ วัลคอตต์ แทนที่ของรุ่นน้องในอาร์เซนอลอย่าง อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ในอีก 8 นาทีต่อมา

จนกระทั่งนาทีที่ 68 อังกฤษก็มาพังประตูที่สี่ได้อีก จากจังหวะที่ เดลฟ์ ตวัดเปิดจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ชอว์ ยิงวืดแต่ลูกยังลึกไปเสาสองเข้าทาง วัลคอตต์ เข้าฮอร์สจ่อๆไม่เหลือซาก ส่งให้ทีมเยือนทิ้งห่างแบบหายห่วงถึง 4-0

ถัดมานาทีที่ 77 สิงโตคำรามมาบวกลูกห้าเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ เชลวีย์ จ่ายทะลุช่องให้ เคน หลุดเดี่ยวไปชิพบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูซานมารีโนเข้าไปแบบสบายๆ ทำให้อดีตแชมป์โลก 1966 นำขาด 5-0

เท่านั้นไม่พอเมื่อนาทีต่อมา อังกฤษมาใส่สกอร์ที่หกเพิ่มอีก จากจังหวะที่ บาร์คลีย์ ลากลุยขึ้นมาจากแดนกลาง ก่อนจะจ่าายเข้าช่องให้ วัลคอตต์ หลุดเดี่ยวไปยิงสวนตัวนายทวารเจ้าบ้านเข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้ทีมเยือนนำห่างถึง 6-0

สุดท้ายจบเกมเป็นอังกฤษที่บุกมาถล่มเอาชนะไปขาดลอยถึง 6-0 เก็บชัยชนะไปแบบ 100% เจ็ดนัดรวด มี 21 แต้ม นำโด่งเป็นจ่าฝูงของกลุ่มอี ในศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ส่วนซานมารีโนแพ้เป็นนัดที่หก มีแค่คะแนนเดียว และยังยิงประตูทีมใดไม่ได้เหมือนเดิม