23 เหตุผลทำให้ยูโร 2016 ดีที่สุดที่เคยมีมา

23 เหตุผลที่ทำไมยูโร 2016 ถึงเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปครั้งที่ดีที่สุดที่เคยมีมา

1. มีทีมมากกว่าเดิม
ความจริงที่เกิดขึ้นคือมีจำนวนทีมซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าปี 2012 ถึง 8 ทีม นั่นคือการมีผู้จัดการทีม 24 คน, ชุดแข่ง และเพลงชาติต่างๆที่คุณสามารถเข้าใจสิ่งนั้นได้, และมีชื่อของผู้เล่นถึง 552 รายให้ โจนาธาน เพียซ คอมเมนเตเตอร์ได้เจาะลึก ช่างน่ารักเสียจริงๆ

2. เกมการแข่งขันมากกว่าเดิม
มีเกมมากกว่าเดิมถึง 20 นัดให้ชี้ขาด ดังนั้นมันจะเป็นทั้งหมด 51 เกม นี่คือ 4,590 นาทีของฟุตบอลระดับท็อป บวกกับความเป็นไปได้สำหรับการต่อเวลาพิเศษ และการดวลจุดโทษตัดสินทั้งหลาย หากหัวหน้าของคุณถาม ให้บอกไปว่าคุณจะจองวันหยุดตั้งแต่ 10 มิถุนายนจนถึง 10 กรกฎาคม

3. การเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันไม่มีที่สิ้นสุด
จำได้ไหมว่านอกจากในฟุตบอลโลกปี 1986, 1990 และ 1994, มีตอนไหนอีกบ้างที่ 4 ทีมซึ่งจบอันดับที่ 3 จาก 6 กลุ่มจะได้การแข่งขันรอบน็อคเอ้าต์? โดยรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะมีขึ้นเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป, ทำให้ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ลองทายเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศเมื่อผู้ชนะของกลุ่ม ดี จะเผชิญหน้ากับที่ 3 จากกลุ่ม บี, อี หรือ เอฟ ดูสิ ไขว้กันไม่ถูกเลยใช่ไหม?

4. ฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพ, ภาค 1
มันคือ อองรี เดเลาเนย์ ชาวฝรั่งเศสที่ก่อตั้งการแข่งขันยูโรขึ้นมา ทำให้พวกเขาคือผู้มีประสบการณ์อย่างมากในสิ่งนี้ ทั้งการเป็นเจ้าภาพที่ประสบความสำเร็จ ณ การแข่งขันยูโรปี 1960, 1984 และในปี 1998 ที่ฟุตบอลโลกเล่นด้วยระบบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรก

5. ฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพ, ภาค 2
คุณจะรู้สึกชื่นชอบกับสถานที่แข่งขันทัวร์นาเม้นต์ระดับท็อปนี้ เพื่อนบ้านฝรั่งเศสของเราคือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวหมายเลข 1 ของโลก ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร, ไวน์, ภูเขา, ชายหาด, เอ็นโกโล่ ก็องเต้... มีอะไรที่จะไม่ชอบบ้าง?

6. สนามฟุตบอลใหม่ในนีซ
ปารีสคือเมืองที่น่าดึงดูดใจ แต่หากคุณกำลังมองหาการหลีกเลี่ยงจากกลุ่มคนมากมาย การมุ่งหน้าสู่ทางใต้ ยังเมืองหลวงของโค้ต ดาซัวร์ อันเป็นสถานที่เกิดของ จูเซปเป้ การิบัลดี้ และ ฮูโก้ ยอริส นีซได้อวดอัลลิอันซ์ ริเวร่าโฉมใหม่ซึ่งสร้างขึ้นมาสำหรับการแข่งขันยูโร 2016 และมันได้เป็นเจ้าภาพบางแมตช์ที่เจ๋งๆเอาไว้ด้วย ถึงเวลาที่จะขุดเอาพาสปอร์ตของคุณออกมาใช้แล้ว

7. มันเป็นการจัดเพียงชาติเดียว

นับตั้งแต่เพิ่มทีมขึ้นมาเป็น 16 ทีมในปี 1996 มี 3 ครั้งด้วยกันที่ยูโรมีการจัดมากกว่า 1 ชาติ ซึ่งก็ไม่ได้ดีเท่าทีมงานโฟร์โฟร์ทูคาดหวังไว้ ลืมเจ้าภาพร่วมไปได้เลย แล้วมาสนุกสนานกับเจ้าภาพเดี่ยวดีกว่า

8. 3 ทีมแห่งสหราชอาณาจักร...
.. ถ้าพ่วงด้วยสก็อตแลนด์เราก็จะได้ทีมที่หน้าตาเหมือนกับทัวร์นาเม้นต์โฮม เนชั่นส์ อันน่าดึงดูดใจ ไม่ว่าคุณชื่นชอบความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องแบบบริติชหรือไม่ แต่รับรองว่ามีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นมากมายแน่นอน น่าเสียดายที่ทีมวิสกี้ไม่ได้ตาม วิลลี่ คอลลั่ม ผู้ตัดสินจากกลาสโกว์มาฝรั่งเศสด้วย

9. แชมป์เก่าที่สามารถเอาชนะได้
นับจากการหยุดไม่อยู่ในปี 2012 ไปจนถึงการหลุดฟอร์มในปี 2014 ทำให้สเปนสูญเสียรัศมีทีมที่ไม่สามารถจะเอาชนะไปแล้ว แต่พวกเขาก็ทำการเก็บเกี่ยวจุดที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่

10. ทีมอันดับ 1 ของโลก
ใช่, เบลเยี่ยม - จากการเปิดเผยของการจัดอันดับฟีฟ่า อย่างไรก็ตามพวกเขาอยู่ในอันดับที่ 1 นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนกระทั่งเดือนที่ผ่านมาเท่านั้น เมื่ออาร์เจนติน่ายึดตำแหน่งของพวกเขาไป แต่หลังจากการโชว์ผลงานที่ดีพอประมาณในการแข่งขันฟุตบอลโลก มันก็ถึงเวลาสำหรับยุคทองของพวกเขาแล้วที่จะโชว์ฟอร์ม

11. หมายเลข 1 ของโลกที่แท้จริง
ความพ่ายแพ้เกมกระชับมิตรต่ออังกฤษไม่ได้ทำให้เยอรมนีเป็นทีมที่แย่เลย และดูเหมือนว่าการถล่มเอาชนะอิตาลี 4-1 คือการแสดงความโกรธกริ้วออกมา ซึ่งคุณคงจะไม่ชอบทีมแชมป์โลกเมื่อพวกเขาโกรธหรอกนะ

12. 5 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก

13. ไอซ์แลนด์กำลังสร้างประวัติศาสตร์
ในจำนวนกลุ่มคนหน้าใหม่ ไอซ์แลนด์คือชาติที่เล็กที่สุดที่เคยลงเล่น ณ การแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ผู้อาศัยของประเทศนี้มีทั้งหมด 329,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าเมืองเวคฟิลด์เสียอีก แต่อย่างไรก็ตมพวกเขาจะหนุนหลัง กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน และผองเพื่อนเป็นอย่างดี

14. อังกฤษกับการไม่มีอะไรจะเสีย
แม้ว่าจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายอย่างงดงาม และการไปอยู่ในกลุ่มที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นตัวเต็ง แต่ความคาดหวังต่างๆของอังกฤษมีไม่สูงมาก ต้องขอบคุณหายนะจากฟุตบอลโลก 2014 ณ ประเทศบราซิลและการมีกลุ่มนักเตะอายุน้อย ดังนั้นรอยสามารถทุ่มสุดตัวของพวกเขาลงไปได้ - นี่อาจจะเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายสำหรับการจะประสบความสำเร็จของเขาแล้ว

15. ความรุ่งเรืองของบรรดาตัวเก๋า
รายการสำคัญๆไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการแสดงตัวของสตาร์หน้าใหม่เท่านั้น เพราะเมื่อไม่นานมานี้ อิเคร์ คาซิยาส ได้กลายมาเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดของยุโรป (166 ครั้ง) และ จิจี้ บุฟฟ่อน (156 ครั้ง) ก็ไม่ได้ห่างไกลมากนัก ส่วน ร็อบบี้ คีน อยู่ที่ 143 ครั้ง และพวกเขาก็ยังมีพลังงานมากพอที่จะทำหลายๆสิ่ง

16. งานชิ้นสุดท้ายของซลาตัน
... ไม่มีอะไรจะพิสูจน์ตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้วของจอมคนสวีดิช จากการที่อายุย่าง 35 และมีพรีเมียร์ลีกเป็นที่หมายสุดท้าย ซึ่งอิบราฮิโมวิชอาจจะไม่สนไปรัสเซียในอีก 2 ปีข้างหน้าก็ได้ ดังนั้นจงสนุกสนานกับลีลาของเขาให้มากที่สุด

17. บอสของออสเตรีย มาร์เซล โคลเลอร์

18. การแข่งขันฉันท์พี่น้อง
มิดฟิลด์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ กรานิต ชาก้า อาจจะสร้างประวัติศาสตร์ของการแข่งขันยูโรขึ้นมาในวันที่ 11 มิถุนายนเมื่อเขามีชื่อลงเผชิญหน้ากับคนคุ้นเคยนั่นก็คือพี่ชายคนโตของเขา เทาแลนท์ซึ่งเป็นกองหลังให้แอลเบเนีย

19. แฟนๆ
กองเชียร์ได้สร้างทัวร์นาเม้นต์ต่างๆขึ้นมา หากจะจำกันได้เมื่อยูโร 2012 แฟนบอลชาวไอริชและโครเอเชียได้ฉลองการทำประตูหันหลังกระโดดขย่มๆแบบทีมเลช พอซนัน และพวกเขาจะยกขบวนมากเป็นพันๆคนในฝรั่งเศสซัมเมอร์นี้ รวมถึงบรรดาทีมจากสหราชอาณาจักรอีก รีบจองตั๋วไว้เลยหากไม่อยากผิดหวัง

20. มันคือเวลาของเลวี่
ผู้เล่นที่หาตัวจับได้ยากอย่างที่สุดสำหรับบาเยิร์น และดาวซัลโวสูงสุดในรอบคัดเลือกด้วยจำนวน 13 ประตู, เวทีนี้ถูกเซ็ตไว้ให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ของโปแลนด์เพื่อประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในรายการ อย่ากดดันตัวเองไปก่อนก็แล้วกันบ็อบ

21. จำนวนเกมดาร์บี้มากมาย
อังกฤษกับเวลส์ (และคู่ปรับของพวกเขา) ถือเป็นหนึ่งในเกมดาร์บี้ที่จะเขย่าเมืองน้ำหอม เช่นเดียวกับ เยอรมัน - โปแลนด์ และ ออสเตรีย - ฮังการี

22. โกลไลน์เทคโนโลยี
การตัดสินที่ก้ำกึ่งถือเป็นสเน่ห์ของเกมลูกหนังอย่างนั้นหรือ? ลองคิดดูใหม่ เพราะเสียเวลาเช็คไปแค่ไม่กี่วินาทีมันน่าจะดีกว่านะ และยูฟ่าก็โอเคด้วย ฮูเร่

23. ลูกฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม

Words: Louis Massarella

 

Promo sitewide