Group B

อังกฤษ

คลื่นลูกเก่าออกไป คลื่นลูกใหม่เข้ามา โดยนักเตะทีมชาติอังกฤษถูกตั้งฉายาว่าเป็นยุคทองคำ (ทั้งที่ทีมชุดนี้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 0 ครั้ง และฟุตบอลยุโรป 0 ครั้ง) และเป็นที่อยู่ของดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

วิเคราะห์เจาะลึก

เดเล่ อัลลี, แฮรี่ เคน,รอสส์ บาร์คลี่ย์ และเอริค ไดเออร์ คือนักเตะคนสำคัญในช่วงฤดูร้อนนี้ แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของตำแหน่งดาวยิงทีมชาติสูงสุด เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังคงมีชื่อไปในรายการนี้ด้วยจากการเรียกตัวของ รอย ฮอดจ์สัน แม้สื่อต่างๆจะเห็นว่า ผู้เล่นจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้นี้ไม่ควรถูกเลือกให้เป็น 11 ตัวแรกก็ตาม

การจะได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศที่ฝรั่งเศสหรือไม่อาจไม่ใช่คำถามที่ยากที่สุด แต่อังกฤษสามารถภูมิใจได้กับการเอาชนะทั้งสิบเกมในรอบคัดเลือก ทีมสิงโตคำรามมักจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายอย่างไม่ยากเย็นนักอยู่เป็นประจำ แต่คงไม่เหมือนในครั้งนี้ที่ไม่ต้องออกแรงมากนัก แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะเป็นของจริงและในรอบนี้ทุกสิ่งจะไม่ง่ายอีกต่อไป การแข่งขันครั้งล่าสุดของอังกฤษแสดงให้เห็นว่า พวกเขาถูกยกย่องเป็นอย่างมาก แต่ในช่วง 10 ปีหลัง ตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2006 เป็นต้นมา อังกฤษเก็บชัยชนะในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ ได้เพียง 3 จาก 11 เกม เท่านั้น

เมื่อมองอีกด้านหนึ่ง การมีนักเตะวัยรุ่นอยู่มากในสนามอาจทำให้ขาดประสบการณ์ในการเล่นระดับสูง และเมื่อย้อนกลับไปดูการเลือกตัวผู้เล่นของ รอย ฮอดจ์สัน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีเพียงแค่ เวย์น รูนี่ย์, โจ ฮาร์ต, แกรี่ เคฮิลล์ และเจมส์ มิลเนอร์ เท่านั้นที่ติดทีมชาติผ่านหลัก 40 นัด แต่นั่นก็อาจจะไม่แย่ทั้งหมดเมื่อนักเตะเหล่านี้จะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา ขณะที่มีนักเตะจำนวนมากถูกเลือกขึ้นมาเนื่องจากฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา มากกว่าชื่อเสียงเก่าๆ

การจับสลากในครั้งนี้ดูจะเป็นใจให้กับอังกฤษเมื่อเทียบกับยูโรปี 2012 (ฝรั่งเศส, สวีเดน และเจ้าภาพยูเครน) และฟุตบอลโลกปี 2014 (อิตาลี,อุรุกวัย และทีมจอมเซอร์ไพรส์ คอสตาริก้า) แม้ผลการจับสลากทำให้เกิดดาร์บี้แมทต์ขึ้นกับทีมชาติเวลส์ แต่นักเตะของ รอย ฮอดจ์สัน ก็มีดีพอที่จะไม่ต้องกังวลกับมัน

บทเรียนในรอบคัดเลือก

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า อังกฤษกำลังมีทีมที่เหมาะสม พวกเขายิงไป 31 ประตู จาก 10 นัด (สูงสุดเป็นอันดับสองของยุโรป) และเสียแค่ 3 ประตู (น้อยที่สุดในยุโรป) โดยหลังจากสองสามปีแห่งความเศร้าโศก อังกฤษ พกพาความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยมเพื่อลุยศึกยูโรในครั้งนี้

จุดแข็ง

ถึงแม้ว่า รูนี่ย์ จะเริ่มหาฟอร์มเก่งเจอแล้ว แต่ทีมชุดนี้หวังก็พึ่งนักเตะชื่อดังน้อยกว่าเมื่อ 20 ปีก่อน แม้ว่า มาร์ค โนเบิล ผู้เล่นของเวสแฮม อาจจะไม่เห็นด้วยที่ไม่ได้รับเลือกให้ติดทีมชาติ แต่นี่คือทีมที่ถูกเลือกขึ้นมาจากความสามารถมากกว่าชื่อเสียง

จุดอ่อน

การแข่งขันแมทช์อุ่นเครื่องพบกับเยอรมันและฮอลแลนด์ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาทำให้อังกฤษค้นพบเกมรุกที่หลากหลาย แต่เกมรับยังคงเป็นจุดอ่อน คริส สมอลลิ่ง เริ่มพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นกองหลังตัวหลัก แต่ เคฮิลล์, จอห์น สโตนส์ จำเป็นต้องมีการพัฒนาตัวเองที่มากกว่านี้ ถ้าอังกฤษยังคงคิดถึงเรื่องการผ่านเข้ารอบต่อไป

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด

ยิงจุดโทษพลาด ดังเช่นในเกมกับเนเธอร์แลนด์ อังกฤษคือผู้เชี่ยวชาญในการพลาดจุดโทษประจำทัวร์นาเมนท์ เคน, บาร์คลี่ย์ และเจมี่ วาร์ดี้ คือเพชรฆาตระยะ 12 หลา แต่ทั้งหมดกลับยิงพลาด

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด

กองหน้าที่สามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำและการขาดกองกลาง การแข่งขันของอังกฤษครั้งนี้คงไม่มีการยิงประตูน้อยๆอย่างแน่นอน

สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น

การผ่านรอบแบ่งกลุ่มและเข้าสูรอบน็อกเอ้าท์ ซึ่งเป็นการปลดแอกความกดดันจากปีที่ผ่านมา พวกเขาจะผ่านเข้ารอบในรายการใหญ่ๆได้ในที่สุด

อะไรจะเกิดขึ้น

การผ่านรอบแบ่งกลุ่มและเข้าสูรอบน็อกเอ้าท์ ซึ่งเป็นการปลดแอกความกดดันจากปีที่ผ่านมา พวกเขาจะเข้าไปพบกับโปรตุเกสในรอบแปดทีมสุดท้าย และมันเป็นความโชคดีอีกครั้งที่อังกฤษจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

คีย์แมน - เอริค ไดเออร์

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่อังกฤษขาดผู้เล่นกลางรับที่เชื่อใจได้ และ ไดเออร์ อาจจะตอบโจทย์นั้นได้ดีในที่สุด นักเตะวัย 22 ปี กลายมาเป็นตัวหลักในทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของสเปอร์สในฤดูกาลนี้ และตอนนี้อังกฤษจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากความดุดันของเขา

ผู้จัดการทีม - รอย ฮอดจ์สัน

ผู้จัดการทีมวัย 68 ปีผู้นี้ คุมทีมชาติอังกฤษครบ 50 เกมพอดีในช่วงการเล่นเกมอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนท์ ซึ่งมีเพียงแค่ บ๊อบบี้ ร็อบสัน และสเวน โกรัน อิริคส์สัน เท่านั้นที่สามารถทำสถิตินี้ได้ในรอบ 34 ปีที่ผ่านมา

Q&A - ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับทัวร์นาเมนท์ระดับโลกในช่วงที่คุณแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิล?

ผมได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการเล่นที่ต้องเข้าๆออกๆสโมสรและทีมชาติในแต่ละสัปดาห์ มันต้องใช้สมาธิมากทีเดียว คุณต้องก้าวไปข้างหน้าแต่ต้องไม่มองไกลจนเกินไป ในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆคุณต้องมีสมาธิอยู่กับเกมถัดไปและผ่านมันไปให้ได้ แน่นอนมันมีความยากมากกว่าปกติ เมื่อคุณจากครอบครัวคุณมาเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่ามันดีที่จะได้รู้จักกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นซึ่งคุณอาจไม่เคยใช้เวลาเหล่านั้นมากขนาดนี้

คุณคิดว่าอะไรเป็นจุดเด่นที่สุดของทีมชาติอังกฤษชุดนี้?

แนวทางที่ รอย ฮอดจ์สัน สอนเราคือให้เราไปข้างหน้าอยู่เสมอแม้ว่าจะไม่มีบอลก็ตาม และเราก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม มันช่วยได้มากเพราะเขาทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว ผมไม่คิดว่าแค่สองปีจะเพียงพอสำหรับผู้จัดการทีมระดับชาติ และคุณจะไม่ได้เจอกับนักเตะบ่อยเท่าที่ควรถ้าคุณไม่ได้บริหารทีม

ในเรื่องของการแข่งขันกันภายในทีม คุณคิดว่านี่เป็นทีมชาติอังกฤษที่มีการแข่งขันกันมากที่สุดหรือเปล่า?

ใช่เลย ในระดับทีมชาติไม่มีใครการันตีตำแหน่งตัวจริง มีผู้เล่นมากมายหมุนเวียนเข้ามาในแต่ละฤดูกาล เล่นได้ดีกับสโมสรและสมควรติดทีมชาติ ดังนั้นคุณต้องทำมันให้ดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา

คุณคิดว่าทีมชาติอังกฤษสามารถเป็นแชมป์ยูโร 2016 ได้มั๊ย?

โดยส่วนตัวแล้ว เมื่อไปแข่งในแต่ละทัวร์นาเมนท์ผมก็ต้องการที่จะคว้าแชมป์ทั้งนั้น มันไม่ใช่แค่ต้องการไปเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์นาเมนท์นั้นๆ เราจะไปที่ฝรั่งเศสและทำมันให้ดีที่สุด และหวังว่าเราจะเข้าไปรอบลึกๆได้

*ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ใส่ชุดแข่งใหม่ของทีมอังกฤษในปี 2016 ทำมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่งด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของไนกี้ที่มีนำหนักเบา เยี่ยมชมเว็บไซด์ Nike.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

โปรแกรมและผลการแข่งขัน

โปรแกรม

11 มิถุนายน พบ รัสเซีย - แข่งที่ มาร์กเซย, 02.00

16 มิถุนายน, พบ เวลส์ - แข่งที่ ล็องส์, 20.00

20 มิถุนายน, พบ สโลวาเกีย - แข่งที่ แซงต์ เอเตียน, 02.00

ผลการแข่งขันรอบที่ผ่านมา

แชมป์กลุ่ม อี

VS สวิตเซอร์แลนด์ (เยือน) 2-0

VS ซาน มาริโน่ (เหย้า) 5-0

VS เอสโตเนีย (เยือน) 1-0

VS สโลวีเนีย (เหย้า) 3-1

VS ลิทัวเนีย (เหย้า) 4-0

VS สโลวีเนีย (เยือน) 3-2

VS ซาน มาริโน่ (เยือน) 6-0

VS สวิตเซอร์แลนด์ (เหย้า) 2-0

VS เอสโตเนีย (เหย้า) 2-0

VS ลิทัวเนีย (เยือน) 3-0

สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

1960 ไม่ได้เล่นรอบคัดเลือก

1964 ไม่ผ่านเข้ารอบ

1968 รอบรองชนะเลิศ

1972 ไม่ผ่านเข้ารอบ

1976 ไม่ผ่านเข้ารอบ

1980 รอบแบ่งกลุ่ม

1984 ไม่ผ่านเข้ารอบ

1988 รอบแบ่งกลุ่ม

1992 รอบแบ่งกลุ่ม

1996 รอบรองชนะเลิศ

2000 รอบแบ่งกลุ่ม

2004 รอบก่อนรองชนะเลิศ

2008 ไม่ผ่านเข้ารอบ

2012 รอบก่อนรองชนะเลิศ

Words and interview James Maw

Promo sitewide