Group B

เวลส์

นี่คือการปรากฎตัวบนทัวร์นาเม้นใหญ่ในรอบ 58 ปี ครั้งก่อนหน้านี้ที่ เวลส์ ได้มาโชว์ตัวก็คือฟุตบอลโลก 1958 - และพวกเขาก็ยังได้ไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกยูโรอีกด้วย

วิเคราะห์เจาะลึก

ในปี 1976 เวลส์ผงาดเป็นแชมป์กลุ่ม ก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อ ยูโกสลาเวียในการแข่งขันทั้ง 2 นัด แต่ในยุคนั้น รอบสุดท้ายประกอบด้วย 4 ทีมเท่านั้น โดยพฤตินัยแล้วหมายความว่ารอบก่อนรองชนะเลิศก็คือการเพลย์-ออฟเข้าสู่รอบสุดท้ายนั่นเอง
 
แฟน ๆ เวลส์คงไม่สนใจความอยุติธรรมใด ๆ อีกต่อไป ไม่ว่าจะการทำแฮนด์บอลของ โจ จอร์แดน ใน ยูโร '77; การพลาดจุดโทษของ พอล บอดิน ใน ยูโร '93; การไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้นของรัสเซียในปี 2003 - นั่นคือเรื่องที่ผ่านไปแล้วในอดีดทั้งหมด เพราะ เวลส์ ได้อยู่ในยูโร แชมเปี้ยนชิพ อย่างถูกต้องแล้ว และพวกเขาก็ดูจะหิวกระหายยิ่งกว่าเดิมเสียด้วย
 
ทีมของคริสโคลแมน ถูกให้นิยามว่าเป็นทีมของ 'แกเร็ธ เบล' + คนอื่นๆ อีก 10 คน' แต่ทีมไม่ได้มองไปยังสตาร์รายอื่นๆ อย่าง อารอน แรมซีย์, แอชลีย์ วิลเลียมส์, โจ เล็ดลี่ย์ และ โจ อัลเลน (ดาวเตะที่ โคลแมน เคยบอกว่าเขาอยากจะส่งลงสนามสัก 2 คน)  พวกเขาเป็นทีมของคนหนุ่มที่มากพรสวรรค์ และมีความหลากหลายแตกต่างในตัวนักเตะแต่ละคน คงมีเพียงแฟน ๆ เร้ดดิ้ง เท่านั้นที่จะเริ่มต้นเข้าใจได้ถึงความรักในตัวของ ฮัลล์ ร็อบสัน-คานู
 
สมมติว่าถ้าดาวรุ่งของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ถูกปล่อยยืมตัวอยู่อย่าง ทอม ลอว์เรนซ์ เกิดเหตุต้องถอนตัวจากทีม เขาจะเป็นเพียงศูนย์หน้าของเวลส์คนเดียวเท่านั้นในศึกยูโร 2016 ที่มีสัญญากับทีมบนลีกสูงสุด บ่งบอกถึงคุณภาพนักเตะอันหลากหลายในประเทศเล็กๆแห่งนี้ แต่การปรากฏตัวของเขาก็ไม่ถึงกับทำให้ทุกคนหายไปอยู่ในมุมมืด เพราะเหล่าหัวหอกกลุ่มนี้เล่นมาด้วยกันเป็นเวลาหลายปี ทำให้รู้สึกถึงความสามัคคีอย่างเห็นได้ชัด คติประจำทีมที่ว่า 'แข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกัน' นั้น ไม่มีอะไรจะเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว
 
เวลส์ มีขุมกำลังคนหนุ่ม แม้กระทั่ง เบล, แรมซีย์, อัลเลน ต่างก็ยังอยู่ในวัย 20 กลางๆ ดังนั้นนั่นคืออนาคตที่สดใส ที่ไม่ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ หากว่าผลการแข่งขันเกมอุ่นเครื่องจะนำมาสู่ผลการแข่งขันที่ชวนหมดกำลังใจ หากพวกเขาไม่ได้โชว์ฟอร์มที่ดีออกมา เวลส์จะเข้าสู่ ยูโร 2016 ด้วยความรู้สึกที่มั่นใจแบบเงียบ ๆ ไม่มีใครคาดหวังอะไรมากมาย และพวกเขาก็มาในฐานะทีมรองบ่อน การได้เข้ารอบลึกในทัวร์นาเม้นท์นี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว
 
บทเรียนจากรอบคัดเลือก
เวลส์ มีแท็คติกที่ยืดหยุ่นมาก; โคลแมน เคยอ้างว่า "แผนบี ก็คือการทำงานที่หนักกว่าแผนเอ" ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิด แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาเปลี่ยนระบบกลางเกมการแข่งขัน เขาก็ไม่เต็มใจนักที่จะเปลี่ยนผู้เล่นรายตัว อย่างในเกมเสมอ 0-0 ในบ้านกับอิสราเอล ซึ่งหากชนะ พวกเขาอาจจะการันตีการผ่านรอบคัดเลือก และการเปลี่ยนตัวครั้งแรกของเขา เกิดขึ้นในนาทีที่ 79 ที่ดูจะน้อยนิดเกินไปและสายเกินไปเช่นกัน
 
จุดแข็ง
ชัดเจนว่าคือ เบล แต่จุดแข็งหลักๆ ของเวลส์คือเกมรับ ที่เก็บคลีนชีทได้ถึง 10 นัดในรอบคัดเลือก เป็นเวลาร่วม 10 ชั่วโมงที่ปราศจากการเสียประตู และเสียไปเพียง 4 ประตูเท่านั้นเอง (หนึ่งในนั้น คือการเสียประตูอย่างน่าขายหน้าแก่ อันดอร์ร่า เพียง 6 นาทีของการแข่งขัน) การรักษาความรัดกุมพร้อมการมีตัวตัดสินเกมในตอนจบ คือการติดตั้งองค์ประกอบที่ดีสำหรับการแข่งขันฟุตบอลแบบทัวร์นาเม้นท์ นอกจากนั้นพวกเขายังปรับตัวได้ดี, มีความพอดี,มีการครองบอลที่ไหลลื่น และอย่าหัวเราะเยาะ - นั่นคือการมีตัวลากเลื้อยที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ซึ่งช่วยให้ทีมได้ลูกฟรีคิก เพื่อให้ เบล ได้เปลี่ยนมันเป็นประตู
 
จุดอ่อน
การทำประตู หรือการขาดแคลนการสร้างสรรค์ มีเพียงแอลเบเนียเท่านั้นที่เข้ารอบมาได้ได้การทำประตูน้อยกว่า 11 ลูก , การสร้างโอกาสในเกมที่ชัดเจนมีเพียงเล็กน้อย และเวลส์เล่นการแข่ง และไม่มีจอมถล่มประตูโดยธรรมชาติที่จะเปลี่ยนโอกาส ขุมกำลังในเชิงลึกยังคงเป็นปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นหลายคนไม่ได้เป็นตัวหลักของแต่ละสโมสร และ โคลแมน ได้ยอมรับว่าเขากังวลกับการตั้งรับลูกเซตพีท ในแมตช์กระชับมิตรที่ผ่านๆ มา
 
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด
แฟนบอลทั่วไปจะสับสนกับชื่อที่ซ้ำๆกัน ระหว่างจอนนี่ วิลเลียมส์ อายุยังน้อย, กองกลางหัวสีบลอนด์ผู้เกิดในเมืองเคนท์ และถูกยืมตัวที่ มิลตัน คียนส์ ส่วน จอร์จ วิลเลียมส์ ก็อายุน้อยเช่นกัน,กองกลางหัวสีบลอนด์ผู้เกิดใน มิลตัน คียนส์ และถูกยืมตัวที่ เคนท์; ส่วน แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ คือกัปตันทีม และโอแวง ฟอน วิลเลี่ยมส์ ที่เป็นผู้รักษาประตูสำรอง จากนั้นก็ยังมี จอร์แดน วิลเลี่ยมส์ เยาวช ลิเวอร์พูล ลูกชายของโค้ชทีมชุด U21 อย่าง เกเรนท์ วิลเลียมส์
 
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด
การทำประตูจากตำแหน่งฟูลแบ็ก ไม่ว่าจะ นีล เทย์เลอร์, เบน เดวี่ส์, คริส กันเทอร์, อดัม แมทธิวส์ และ แจ๊ส ริชาร์ด ที่ติดทีมชาติร่วมกัน 134 นัด พร้อมผลงาน 0 ประตู
 
สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น
การเอาชนะอังกฤษ, สู่การเป็นจ่าฝูงกลุ่ม B จากนั้นใครจะรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป?
 
อะไรจะเกิดขึ้น
การจบเป็นอันดับ 2 อาจจะนำไปสู่การพบกับ ออสเตรียหรือโปรตุเกส ในขณะตำแหน่งที่ 3 อาจหมายถึงการดวลกับสเปนหรือเยอรมัน การเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายดูพอจะเป็นไปได้
 
คีย์แมน
แกเร็ธ เบล - การจัดการในแนวรับของ แอชลีย์ วิลเลียมส์ คือกุญแจสำคัญต่อการผ่านรอบคัดเลือก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกันว่า เบล มีส่วนร่วมกับ 10 จาก 11 ประตูของเวลส์ ประตูและแอสซิสต์ที่มีความสำคัญของเขา ไม่ว่าจะมาจากการโหม่งทำประตู, ลูกยิงด้วยเท้าขวา, ฟรีคิกจากเท้าซ้าย เขาเป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งลูกทุ่มไกลก็เช่นกัน 10 จากเวลส์ 11 ประตู เป้าหมายสำคัญของเขาและช่วยมาจากส่วนหัวที่สูงตระหง่านตวัดด้วยเท้าขวา, เท้าซ้ายลูกฟรีคิก - มาก เขาเป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์ ยาวโยนดีเกินไป
 
ผู้จัดการทีม - คริส โคลแมน
นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง หลังพาทีมกรีซตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2และการหลบหนีจากโอกาส 2-3 นัดสุดท้าย โคลแมน ได้เติบโตขึ้นอย่างมั่นใจ แม้จะต้องคารวะแก่ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เจอปัญหานักเตะบาดเจ็บมากมาย แต่เขาก็คือคนสำคัญ

Q & A - ฮัลล์ ร็อบสัน-คานู

การผ่านเข้ารอบ ยูโร 2016 รอบสุดท้ายมีความหมายอย่างไรบ้าง?
การพา เวลส์ เข้ามายังทัวร์นาเม้นท์นี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ นับเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม มันเป็นสิ่งที่ยาก ตอนนี้เรากำลังมองหาทางสร้างเซอร์ไพรส์เล็กน้อยแก่ผู้คน เรามีแกนหลักที่เล่นด้วยกันมา 6 หรือ 7 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อคุณพบหน้ากัน คุณย่อมไม่มีทางที่รู้สึกว่าไม่สบายใจหรืออึดอัด - ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้านตัวเอง ดังนั้นเมื่อคุณรู้สึกเช่นนั้น คุณย่อมสามารถแสดงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
 
รู้สึกอย่างไรที่กลายมาเป็นฮีโร่ในหมู่แฟน ๆ เวลส์?
มันเป็นเรื่องพิเศษ ตอนที่เราชนะเบลเยี่ยมในบ้านของเราเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา การมีกองเชียร์ที่ร้องเพลงเรียกชื่อของผมร่วม 20 นาที คือความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม
 
บอกเราหน่อยสิ ว่าเพลงที่ว่ามันเป็นยังไง ...
[หัวเราะ] คุณคงต้องไปหาดูบนยูทูบ! มันนำโดยวงของ แบร์รี่ ฮอร์นส์ - พวกเขามีชื่อเสียงมากในเวลส์ และพวกเขาก็กำลังจะไปที่ฝรั่งเศส ผู้เล่นทุกคนล้วนมีเพลงของตัวเอง เราทุกคนรู้ดีว่ามันจะกระแทกใจของแต่ละคนมากแค่ไหนในตอนนี้!
 
ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณกลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ?
ผมคิดว่าแฟนๆ เห็นความมุ่งมั่นของผม ผมทำงานหนัก ผมมีพื้นที่ว่าง เหมือนอย่าง แกเร็ธ เบล และ อาร่อน แรมซีย์ และผมชอบที่จะใช้ความเร็ว และความแข็งแกร่งของผม ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่สร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งได้มาก
 
แฟนๆ เวลส์ 1 ถึง 2 ราย สังเกตุเห็นว่าคุณอาจจะเป็นที่นิยมยิ่งกว่า แกเร็ธ เบล เสียอีก...
ไม่ เขาคือผู้เล่นคนโปรดของผม! เขาสามารถสร้างความแตกต่างในเกมที่ตึงเครียด ที่กำลังจะจบลง 0-0 ก็อาจจะกลายเป็น 1-0 ได้
 
คุณต้องคิดว่า คุณได้ทำการตัดสินใจที่ดีมากๆ ที่เลือกเล่นให้เวลส์ ถูกต้องหรือไม่?
ใช่เลย ไบรอัน ฟลินน์ ต้องการตัวผมเพื่อเล่นให้เวลส์มาอย่างยาวนาน และผมเพียงต้องการจะโฟกัสไปที่สโมสรของผม และเล่นในทีมเยาวชนของอังกฤษ แต่คุณยายของผมเป็นชาวเวลส์ ที่ปราถนามาตลอดว่าอยากเห็นผมเล่นให้เวลส์ เรานั่งคุยกันทั้งครอบครัวตอนที่ผมอายุ 20 และผมบอกว่า: "ผมคิดว่าผมต้องการจะทำเช่นนั้น - ผมต้องการเล่นให้เวลส์ ผมไม่กลับไปคิดทบทวนอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา
 

โปรแกรมและผลการแข่งขัน

โปรแกรม
11 มิถุนายน พบ สโลวาเกีย - แข่งที่ บอร์กโดซ์, 23:00
16 มิถุนายน พบ อังกฤษ - แข่งที่ ล็องส์, 20:00
21 มิถุนายน พบ รัสเซีย - แข่งที่ ตูลูส, 02:00
 
พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้อย่างไร
รองแชมป์กลุ่ม B
VS อันดอร์รา (เยือน) 2-1
VS บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีนา (เหย้า) 0-0
VS ไซปรัส (เหย้า) 2-1
VS เบลเยียม (เยือน) 0-0
VS อิสราเอล (เยือน) 3-0
VS เบลเยียม (เหย้า) 1-0
VS ไซปรัส (เยือน) 1-0
VS อิสราเอล (เหย้า) 0-0
VS บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีนา (เยือน) 0-2
VS อันดอร์รา (เหย้า) 2-0
 
สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
1960 ไม่ได้เข้าร่วม
1964 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1968 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1972 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1976 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1980 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1984 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1988 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1992 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1996 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2000 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2004 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2008 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2012 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
 
Words Huw Davies; Interview Chris Flanagan

Promo sitewide