Group B

สโลวาเกีย

สโลวาเกีย กลายมาเป็นหนึ่งในทีมที่มีผลงานในบ้านยากต่อการคาดเดาที่สุด พร้อมโค้ชเปี่ยมประสบการณ์อย่าง แยน โคซัค ที่พาทีมคว่ำทั้ง สเปน, สวิตเซอร์แลนด์ และ ยูเครน เช่นเดียวกับความพ่ายแพ้คาบ้านต่อ เบลารุส  ความเชื่อมั่นได้แผ่กระจายไปทั้งทีมชุดนี้ ซึ่งร่วมตัวกันมาอย่างยาวนาน

วิเคราะห์เจาะลึก

บทเรียนจากเกมรอบคัดเลือก
คุมสติของคุณไว้ให้ดี สโลวาเกีย โชว์ผลงานสุดยอดราวกับพายุบ้าคลั่งในรอบคัดเลือก ด้วยการชนะ 6 นัดรวด รวมทั้งชัยชนะ 2-1 เหนือแชมป์ยุโรปอย่าง สเปน แต่ในโค้งสุดท้าย พวกเขากลับสะดุดแพ้ 2 นัดติด และเสมออีก 1 นัด จาก 3 เกมสุดท้ายของพวกเขา
 
จุดแข็ง
พวกเขามีกองหลังที่แข็งแกร่งอย่างกัปตัน มาร์ติน สเคอร์เทล พร้อมคู่มิดฟิลด์โฮลดิ้งที่แข็งแกร่งอย่าง  ยูราจ คุกก้า และ วิคเตอร์ เปคอฟสกี้ และผู้นำที่แท้จริงในเกมรุก นั่นก็คือ : มาเร็ค ฮัมซิค กัปตันเพลย์เมกเกอร์นั่นเอง
 
จุดอ่อน
แผงหลังแบ็กโฟร์ของพวกเขาไม่ได้มีความเร็ว - ซึ่งเป็นของโปรดสำหรับ แกเร็ธ เบล และ เจมี่ วาร์ดี้ - และในวัย 34 ปีของ โรเบิร์ต วิตเท็ค คงไม่มีทางที่จะถล่มประตูได้มากมายอีกต่อไป
 
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด
ทำในสิ่งที่พวกเขาเคยทำที่แอฟริกาใต้เมื่อปี 2010 ฟอร์มที่ตกต่ำในการอยู่รวมกลุ่มกับทีมที่อ่อนกว่า ก่อนจะเซฟฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา ในการเจอกับทีมที่แข็งแกร่งสุดๆ ในนัดสุดท้าย
 
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด
การเสมอกับ เวลส์ 0-0 การพบกัน 2 ครั้งหลังสุดใน ยูโร 2008 มีการยิงกันไม่น้อยกว่า 13 ประตู
 
สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น
เบื้องต้นก็คือการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
 
อะไรจะเกิดขึ้น
ด้วยแผงหลังที่อายุเยอะ สโลวาเกีย คงยากที่จะทำผลงานได้ดีเหมือนเมื่อปี 2010
 
คีย์แมน - มาเร็ค ฮัมซิค
ความพอดีและความร้อนแรงของ มาเร็ค ฮัมซิค จะเป็นกุญแจสำคัญต่อโชคชะตาของ สโลวาเกีย กัปตัน นาโปลี วัย 28 ปีมีบทบาทสำคัญด้วยวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์ของเขา รวมทั้งแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นรอบตัวยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองไปด้วย และ 17 ประตูจาก 85  นัดในตำแหน่งกองกลาง คงไม่สามารถจะมองข้ามได้แต่อย่างใด
 
ผู้จัดการทีม - แยน โคซัค
อดีตสตาร์ทีมชาติเช็กถูกวิพากษ์วิจารณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ นับตั้งแต่การมาคุมทีมของเขาในปี 2013 เขาได้ฟื้นคืนความเชื่อมั่นลงไปในทีมที่เปี่ยมพรสวรรค์ ที่กำลังขาดความมั่นใจ

Q & A - ปีเตอร์ เพคาริค

เป้าหมายของ สโลวาเกีย ในทัวร์นาเม้นท์นี้คืออะไร?
เป้าหมายหลักนั้นคือการผ่านเข้ารอบจากกลุ่มที่ยากมากๆ -นั่นจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มันจะเป็นความสวยงามซ้ำกับความสำเร็จของเราจากการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งเราเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย
 
สเปนไม่ผ่านรอบคัดเลือกถึง 8 ปีก่อนที่คุณจะชนะพวกเขาได้ในปี 2014 มันมีความพิเศษอย่างไรบ้าง?
การเอาชนะหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือนได้ การชนะการแข่งขันนัดของรอบคัดเลือก, การไปเยือนที่ยูเครน และจากนั้นก็เอาชนะสเปนได้ในบ้าน มันเพิ่มความเชื่อมั่นของเราในการที่จะก้าวหน้าต่อไป
 
คุณคิดอย่างไรกับกลุ่มของคุณที่ฝรั่งเศส? คุณมีคุณภาพเพียงพอที่จะเอาชนะอังกฤษได้หรือไม่?
กลุ่มของเรายากมากจริงๆ อังกฤษคือตัวเต็ง และไม่ใช่แค่ในการแข่งขันของเราและกลุ่มของเรา - พวกเขาสามารถคิดถึงการคว้าแชมป์ทัวร์นาเม้นท์นี้ได้ด้วย แต่ในฟุตบอลทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ - เรามีความเชื่อมั่นในตัวเองหลายต่อหลายครั้ง - ดังนั้นเราจะรอและดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น การดวลกับอังกฤษอาจมีเซอร์ไพรส์ได้ ความฝันของเราคือการต่อสู้ และคว้าตำแหน่งที่ 2 ของกลุ่ม ซึ่งนั่นหมายถึงการผ่านเข้ารอบต่อไป

โปรแกรมและผลการแข่งขัน

โปรแกรม
11 มิถุนายน พบ เวลส์ - แข่งที่ บอร์กโดซ์, 23:00 
15 มิถุนายน พบ รัสเซีย - แข่งที่ ลีลล์, 20:00
21 มิถุนายน พบ อังกฤษ - แข่งที่ แซงต์-เอเตียน, 02:00
 
พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้อย่างไร
รองแชมป์กลุ่ม C
VS ยูเครน (เยือน) 1-0
VS สเปน (เหย้า) 2-1
VS เบลารุส (เยือน) 3-1
VS มาซิโดเนีย (เยือน) 2-0
VS ลักเซมเบิร์ก (เหย้า) 3-0
VS มาซิโดเนีย (เหย้า) 2-1
VS สเปน (เยือน) 0-2
VS ยูเครน (เหย้า) 0-0
VS เบลารุส (เหย้า) 0-1
VS ลักเซมเบิร์ก (เยือน) 4-2
 
สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
1996 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2000 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2004 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2008 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
2012 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
 
คำ ลูคัส วราบิลค์ ; สัมภาษณ์ มาร์ติน เรนเด็ค

Promo sitewide