Group C

ไอร์แลนด์เหนือ

ไม่มีประเทศไหนคว้าแชมป์กลุ่มยูโร รอบคัดเลือก ทั้งที่ตอนจับสลากอยู่ในโถ 5 แต่ไอร์แลนด์เหนือทำได้ และยังเป็นการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 ด้วย

วิเคราะห์เจาะลึก

แม้มันจะเป็นความสำเร็จที่ยากจะเอื้อมถึง (ไม่มีสตาร์, ไม่มีรูปแบบที่แท้จริงในการเล่นในรอบคัดเลือก) แต่ ไมเคิ่ล โอนีล และลูกทีมก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทุกคน

ถึงกลุ่มของพวกเขาจะไม่ยากเย็นอะไรนัก และทีมวางอย่างกรีซก็ดูอ่อนแอเหลือเกิน แต่ไอร์แลนด์เหนือก็ได้แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาที่ไม่เพียงแค่เอาชนะแชมป์ยูโร 2004 ได้ทั้งไปละกลับเท่านั้น แต่ยังมีชัยเหนือฮังการี และแพ้แค่ครั้งเดียวในการเยือนโรมาเนียอีกด้วย

โดยก่อนหน้านี้ไอร์แลนด์เหนือลงเล่นในฟุตบอลโลกแค่ 3 หน ซึ่งคุณคงจะได้เห็นประตูชัยของ เจอร์รี่ อาร์มสตรอง ที่ยิงใส่เจ้าภาพสเปนในศึกฟุตบอลโลก 1982 ฉายตามหน้าจอโทรทัศน์กันหลายครั้งหลายหน แต่นี่ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในทัวร์นาเม้นต์ยูโรของพวกเขา

มีน้อยคนนักที่จะคาดหวังอะไรจากพวกเขา เมื่อมีเพื่อนร่วมสายอย่างเยอรมนี, โปแลนด์ และยูเครนซึ่งไม่ง่าย อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่แพ้ใครมา 10 เกมติดต่อกันแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีนัดอุ่นเครื่องกับเบลารุสและสโลวาเกียให้ลงเตะกันอีกก่อนยูโรรอบสุดท้ายนัดแรกกับโปแลนด์จะเริ่มที่นีซ

การสูญเสีย คริส บรันท์ ที่บาดเจ็บเอ็นหัวเข่าคือสิ่งที่พวกเขาจะต้องหาทางรับมือให้ได้ แต่บรรดาแข้งที่มีประสบการณ์อย่าง แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, คริส แบร์ด, จอนนี่ อีแวนส์ และ สตีเว่น เดวิส จะเป็นตัวนำน้องๆในทีมเอง​

โดย คอนอร์ วอชิงตัน ศูนย์หน้าคิวพีอาร์วัย 23 ปีกำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก หลังจากที่ยิงประตูชัยในเกมกระชับมิตรกับสโลวีเนียเมื่อเดือนมีนาคม ขณะเดียวกันก็มี 4 พ่อค้าแข้งในลีกวันอย่าง เชน เฟอร์กูสัน, คอนอร์ แม็คลาฟลิน, ลุค แม็คคัลลัฟ และ ไมเคิ่ล สมิธ ร่วมกับ รอย คาร์โรลล์ อดีตนายด่านแมนฯยูไนเต็ดที่ตอนนี้ค้าแข้งกับน็อตต์ส เคาน์ตี้ ในลีกทูอยู่ในทีมด้วย

บทเรียนจากรอบคัดเลือก

อย่าประมาทพวกเขาเป็นอันขาด เพราะมีคู่ต่อสู้หลายรายที่ทำพลาดในการเจอกับลูกทีมของ ไมเคิล โอนีล ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาต้องน้ำตาตกมาแล้ว

จุดแข็ง

ทีมชุดนี้จัดได้ว่าไปได้ไกลกว่าทุกชุดในอดีตเสียอีก แต่คงไม่สามารถมาไกลขนาดนี้ได้ถ้าไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันและความมุ่งมั่น ซึ่งสมาธิของทีมชุดนี้ก็น่าประทับใจมากเช่นกัน โดยพวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลังเพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้นในรอบคัดเลือก

จุดอ่อน

ไม่มีนักเตะคนไหนในทีมชุดนี้ที่มีประสบการณ์ลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่เลย และเกือบทั้งหมดแทบจะไม่เคยเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปด้วยซ้ำ ทำให้อาจมีปัญหาเวลาเจอกับของจริง

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด

เสียงเชียร์ดังกระหึ่มจากกองเชียร์เขียว-ขาว ถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ถึงขนาดที่มีข่าวว่าอัฒจันทร์ด้านหนึ่งของวินเซอร์พาร์คในเบลฟาสต์กำลังจะถล่มก็เพราะพวกเขาเลยทีเดียว

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด

การร่ายยาวของ ไมเคิล โอนีล เวลาที่ทีมเป็นฝ่ายชนะดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากสุดแล้ว เพราะขนาดตอนที่รับรางวัลบุคคลด้านกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี 2015 ของบีบีซี เจ้าตัวยังพูดแค่ 2-3 คำเท่านั้นเอง โดยมักจะใช้คำซ้ำๆอย่างขอบคุณชาวไอร์แลนด์เหนือทุกคนแค่เท่านั้น

สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น
นั่นก็คือการรักษาฟอร์มจากในรอบคัดเลือกเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด โดยพวกเขาหวังจะให้เกิดผลการแข่งขันที่ช็อคโลกสักครั้งหนึ่งเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไป

อะไรจะเกิดขึ้น
เมื่อดูจากคู่ต่อสู้ในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาน่าจะตกรอบอย่างกล้าหาญ ซึ่งมาได้แค่นี้ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว

คีย์แมน - ไคล์ ลาฟเฟอร์ตี้

“เขามีความเป็นผู้หญิงจนยากจะควบคุมได้ เมาริซิโอ ซามปารินี่ ประธานสโมสรปาแลรโม่ได้กล่าวไว้ตอนที่ลาฟเฟอร์ตี้ค้าแข้งในอิตาลี และนั่นทำให้เขาต้องย้ายไปค้าแข้งยังสก็อตแลนด์,​ สวิตเซอร์แลนด์ และตุรกี แม้ผลงานในระดับสโมสรจะจัดว่าธรรมดา แต่เขากลับฉายแสงในเวทีระดับชาติ โดยยิงไป 7 ลูกในรอบคัดเลือก

ผู้จัดการทีม - ไมเคิล โอนีล

โอนีลอาจไม่ใช่กุนซือบิ๊กเนมอย่างที่แฟนๆต้องการเมื่อทำการแต่งตั้งเขาในปี 2011 หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับแชมร็อก โรเวอร์ส แถมยังแพ้ในสองนัดแรกด้วยสกอร์ 3-0 และ 6-0 อีกต่างหาก แต่เขาก็ได้นำพาควมสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับทีมนับตั้งแต่นั้น

Q & A - ไมเคิล แม็คโกเวิร์น

มันดูเหมือนว่าคุณกำลังจะเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ณ การแข่งขันยูโร 2016 สิ่งนั้นจะมีความหมายต่อคุณอย่างไร?

มันจะมีความสำคัญอย่างมาก ปีที่แล้วเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมันคือเดือนมีนาคม [2015] เท่านั้นที่ผมเพิ่งจะได้รับใช้ชาติเป็นนัดที่ 2 มันคือ 5 ปีนับจากครั้งแรกของผม และผมไม่แน่ใจเลยว่าครั้งที่ 2 กำลังจะมาหรือไม่ แต่กลายเป็นว่าผมเฝ้าเสาปีที่ผ่านมาไป 9 ครั้ง และในเกมกับกรีซ เมื่อเราผ่านเข้ารอบ มันเป็นความน่าเหลือเชื่อมากๆ นับเป็นไฮไลท์สำคัญของอาชีพนักฟุตบอลที่ผมมีเลยทีเดียว เราเอาชนะ 3-1 และช่วง 10 นาทีสุดท้ายเรารู้ว่าเราทำมันสำเร็จแล้ว มันเหมือนความฝัน ผมเพียงพยายามที่จะซึมซับการเฉลิมฉลองทั้งหมด เวลานี้ผมไม่อาจที่จะรอการไปยังฝรั่งเศสได้ ผมมี 12 คนจากครอบครัวของผมที่จะเดินทางไปที่นั่น และผมต้องพยายามที่จะจัดหาตั๋วให้กับพวกเขาทั้งหมด!

คุณคาดหวังจริงๆหรือไม่กับการเข้าสู่รอบสุดท้ายสำหรับทัวร์นาเม้นต์นี้?

ช่วงแรกๆของรอบคัดเลือก เป้าหมายของเราคือการไปเล่นเพลย์ออฟ, ดังนั้นการคว้าแชมป์กลุ่มจึงเป็นความสำเร็จชั้นเยี่ยม หลังจากนี้หวังว่าเราจะสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มในฝรั่งเศสได้ นั่นคือการตั้งเป้า เราต้องการทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำมัน เราไม่แพ้ใครมา 10 เกมติดต่อกันแล้ว ซึ่งถือเป็นสถิติของไอร์แลนด์เหนือ และการมีโมเมนตัมแห่งชัยชนะคือส่วนที่ยิ่งใหญ่ของฟุตบอล

คุณถูกจับมาอยู่ในกลุ่มเดียวกับเยอรมนี, โปแลนด์ และยูเครน นั่นมันจะยากอย่างไร?

เราอยู่ในโถสุดท้าย ดังนั้นมันจึงเป็นงานที่ยากเสมอ แต่เราจะเจอเยอรมนีเกมสุดท้าย หากเราได้ผลการแข่งขันที่ดีจากเกมแรกที่จะพบกับโปแลนด์ มันจะเป็นต้นทุนให้เราอย่างแท้จริงสำหรับเกมกับยูเครน มีความเป็นไปได้ว่า 4 คะแนนอาจจะพาคุณเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายจากการเป็นหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ผู้คนอาจไม่ให้โอกาสกับเรามากนัก แต่การเป็นม้ามืดคือตำแหน่งที่ดีสำหรับเรานะ

ผู้จัดการทีม ไมเคิ่ล โอนีล มีความสำคัญอย่างไร?

เราต้องการผู้จัดการทีมที่แข็งแกร่งเพื่อเก็บผลการแข่งขันต่างๆเนื่องจากเราไม่มีผู้เล่นสตาร์อย่าง เวย์น รูนี่ย์ และ โจ ฮาร์ท ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกผลการแข่งขันทั้งหลายของเรามันไม่ดีนัก และบางครั้งเราไม่มีโชค, ดังนั้นผมจึงรู้สึกยินดีที่ผู้จัดการทีมสามารถคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการเพื่อเดินไปข้างหน้าด้วยการทำงานอย่างหนักของเขา ณ เวลานี้ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม

โปรแกรมและการแข่งขัน

โปรแกรม

12 มิถุนายน พบ โปแลนด์ - แข่งที่ นีซ, 23.00

17 มิถุนายน พบ ยูเครน - แข่งที่ ลียง, 23.00

22 มิถุนายน พบ เยอรมันนี - แข่งที่ ปารีส, 02.00

พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้อย่างไร

แชมป์กลุ่ม เอฟ

VS ฮังการี (เยือน) 2-1

VS หมู่เกาะแฟโร (เหย้า) 2-0

VS กรีซ (เยือน) 2-0

VS โรมาเนีย (เยือน) 0-2

VS ฟินแลนด์ (เหน้า) 2-1

VS โรมาเนีย (เหย้า) 0-0

VS หมู่เกาะแฟโร (เยือน) 3-1

VS ฮังการี (เหย้า) 1-1

VS กรีซ (เหย้า) 3-1

VS ฟินแลนด์ (เยือน) 1-1

สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

1960 ไม่ได้เล่นรอบคัดเลือก

1964 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1968 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1972 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1976 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1980 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1984 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1988 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1992 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1996 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2000 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2004 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2008 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2012 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

Words and interview Chris Flanagan

Promo sitewide