Group C

เยอรมัน

นักเตะส่วนใหญ่จากชุดฟุตบอลโลกที่บราซิลเมื่อสองปีที่ผ่านมายังคงอยู่กันครบทั้งตัวหลักและตัวสำรอง แต่เยอรมันชุดนี้จะไม่เหมือนครั้งนั้นอย่างแน่นอน

วิเคราะห์เจาะลึก

อาจมีนักเตะเพียงแค่ไม่กี่คนที่ โยอาคิม เลิฟ จะนำมาทดแทนชุดที่ได้แชมป์ปี 2014 แต่พวกเขาเหล่านั้นคือกำลังหลักในการชิงชัยในครั้งนี้  การที่ ฟิลิปป์ ลาห์มและมิโรสลาฟ โคลเซ่ อำลาไปจากทีมชาติ ทำให้เกิดช่องโหว่บริเวณแบ็กขวาและศูนย์หน้า ซึ่ง เลิฟ เองก็ยังไม่สามารถหานักเตะที่เหมาะสมได้ในช่วงระหว่างสองปีที่ผ่านมา ในขณะที่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ก็เริ่มที่จะโรยราลงไป

ในที่สุด เยอรมัน ก็เสียสมดุลภายในทีม ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นไล่มาตั้งแต่เกมบุกยันเกมรับ ดังเช่นตัวอย่างในเกมที่แพ้อังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่อง 3-2 ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมันคือความพ่ายแพ้นัดที่หกนับตั้งแต่จบการแข่งขันฟุตบอลโลกที่บราซิล ทำให้เชื่อได้ว่าจากทีมที่เคยเป็นจักรกลสังหาร ตอนนี้ได้กลายมาเป็นแค่ทีมธรรมดาๆ เท่านั้น

แต่ยังก่อน ผลการแข่งขันในอดีตอาจไม่ใช่ตัวตัดสินผลงานอนาคต มีชาวเยอรมันเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่อยู่ในอาการตื่นตระหนก เพราะส่วนใหญ่ตั้งแต่นักเตะและสต๊าฟฟ์โค้ชจนกระทั่งแฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญคุ้นชินกับมันเพราะเคยสัมผัสกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว

ยูโร 2016 จะเป็นทัวร์นาเมนท์ใหญ่รายการที่หกติดต่อกันของเยอรมัน ที่ถูกตั้งคำถามมากกว่าคำตอบ ไล่ตั้งแต่ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะ ความฟิต และการแสดงออกของนักเตะในเกมอุ่นเครื่อง แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเยอรมันก็จบที่รอบรองชนะเลิศเป็นอย่างน้อยในห้าทัวร์นาเมนท์ล่าสุด

ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากขุนพลอินทรีเหล็กในตอนนี้ แม้ว่าจะพ่ายแพ้อย่างคาดไม่ถึงและเจ็บปวดในบางเกม แต่เยอรมันก็ยังคงมีทัศนคติที่ดีในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ และโดยปกติแล้วทีมก็มีความพร้อมเสมอเมื่อทัวร์นาเมนท์เริ่มต้นขึ้น

บทเรียนจากรอบคัดเลือก

การได้แชมป์ฟุตบอลโลกนั้นง่ายกว่าการป้องกันแชมป์เสมอ เยอรมันพ่ายแพ้สองนัดในรอบคัดเลือก นัดหนึ่งคือ โปแลนด์ เป็นการแพ้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และอีกนัดเกิดขึ้นในวันที่แฟนบอลชาวไอริชจะไม่มีวันลืมเมื่อ เชน ลอง กดประตูชัยในเกมที่ดับลิน โดยการพ่ายแพ้สองนัดในรอบคัดเลือกของเยอรมัน เคยเกิดขึ้นมาแค่ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ในช่วงก่อนยูโรปี 84 ซึ่งในครั้งนั้นกลายเป็นหายนะของเยอรมันและโค้ช จุ๊ป เดอร์วาล ต้องออกจากตำแหน่งไป  แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านั้นคงไม่เกิดขึ้นอีกเมื่อแนวทางการทำทีมในสองปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างชัดเจน เยอรมันยังคงยอดเยี่ยมแต่อาจไม่ดีพอที่จะทำสิ่งที่คาดหวังไว้

จุดแข็ง

ไม่มีทีมไหนในยูโร 2016 แม้กระทั่งสเปน ที่สามารถชนะได้ด้วยการเล่นที่หลากหลายเหมือนเยอรมัน พวกเขามีจินตนาการในการเล่นที่ยอดเยี่ยมจาก เมซุต โอซิล มีความเร็วจาก มาร์โก รอยส์ และการอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอๆของ โธมัส มุลเลอร์ ทำให้เขาเป็นอัจฉริยะ พวกเขามีแม้กระทั่งศูนย์หน้าตัวเป้าสไตล์โบราณอย่าง มาริโอ โกเมซ ที่กลับมาเล่นได้ดีอีกครั้งกับเบซิคตัสด้วย           

จุดอ่อน

การมีกองกลางตัวรุกที่มากเกินไปเมื่อเทียบกับการขาดตัวรับที่มีประสิทธิภาพ เยอรมันนั้นมีผู้รักษาประตูระดับโลก (มานูเอล นอยเออร์) สองสุดยอดกองหลังตัวกลาง (มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ และเยโรม บัวเต็ง) และอีกหนึ่งกองกลางตัวรับที่ยอดเยี่ยม (ซามี่ เคดิรา) แต่ เลิฟ ก็ต้องภาวนาให้ทั้งสี่คนนี้ฟิตพอในเวลาที่ต้องการพวกเขา

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด

สูญเสียผู้เล่นหลักที่เป็นสามทหารเสือของทีม นั่นก็คือ มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด

การที่จะได้เห็น มาริโอ เกิตเซ่ ย้ายไปอยู่กับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในระหว่างทัวร์นาเมนท์

สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น

มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ทั้งฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นั่นคือ เฮลมุท โชน และบิเซนเต้ เดลบอสเก้ ซึ่งวันที่ 10 กรกฎาคม นี้ เลิฟ จะย้ายไปคุมระดับสโมสร

เกิดอะไรขึ้น

เยอรมันจะพ่ายแพ้อิตาลีหรือสเปนอยู่เป็นประจำ ขึ้นอยู่กับว่าจะเจอใครก่อน แต่ในปีนี้พวกเขาจะต้องเจอกับเจ้าภาพที่แข็งแกร่งในรอบรองชนะเลิศ และจะตกรอบไปในที่สุด

นักเตะสำคัญ - เยโรม บัวเต็ง

ห้าปีก่อน เขาเป็นแค่อะไหล่แบ็กขวาของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ตอนนี้กับบาเยิร์น มิวนิค เขาพัฒนาจนกลายเป็นยอดกองหลังตัวกลาง มีความเป็นผู้นำ และจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ เมื่อเขาต้องออกจากสนามไปจากอาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบ อังกฤษก็สามารถกลับมายิงสองประตูและปล้นชัยชนะไปได้ที่เบอร์ลิน

ผู้จัดการทีม - โยอาคิม เลิฟ

หลายคนคิดว่า เลิฟ น่าจะลงจากตำแหน่งหลังจากจบฟุตบอลโลกที่บราซิล แต่กลับกลายเป็นว่าเขาได้รับการต่อสัญญาออกไปจนกระทั่งปี 2018 และดูเหมือนว่าประสบการณ์ของเขาในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ จะไม่เป็นที่กังขาอีกต่อไป

Q&A - ลูคัส โพดอลสกี้

คุณรู้สึกอย่างไรที่เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก และประสบการณ์ต่างๆ จะช่วยคุณได้หรือไม่ในปีนี้?

มันเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์มากๆ และเป็นสิ่งที่พิเศษสุดๆ เรารู้ว่าควรจะทำงานกันอย่างไรในทัวร์นาเมนท์นี้ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร และควรจะเล่นอย่างไร เมื่อคุณเป็นแชมป์โลก คุณต้องชนะในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเท่านั้น นั่นคือเป้าหมาย

ทีมใดคือคู่แข่งของคุณในทัวร์นาเมนท์ปีนี้?

แน่นอนฝรั่งเศสคือผู้ท้าชิง พวกเขาเป็นทีมที่ดีและยังเล่นในบ้านอีกด้วย สเปนและอังกฤษคืออีกหนึ่งคู่แข่งที่มีความแข็งแกร่งเมื่อเราเล่นด้วยในตอนนี้ พวกเขากดดันได้ดี มีความมุ่งมั่น และเล่นฟุตบอลได้ยอดเยี่ยม เราต้องมุ่งสมาธิไปที่เกมของเราซึ่งมันหนักมาก ถ้าเราเจอฝรั่งเศสหรืออังกฤษ เราจะต้องมุ่งมั่นมากๆเพื่อที่จะชนะพวกเขา แต่ก่อนอื่นเราต้องทำให้ดีในรอบแบ่งกลุ่มก่อน

มันมีความกดดันจากแฟนบอลชาวเยอรมันมากไหมที่จะต้อประสบความสำเร็จอีกครั้งต่อจากที่บราซิล?

ทุกๆคนมีความต้องการที่มากขึ้นแต่มันยากมาก ทุกคนต้องการชนะแชมป์โลก ทุกๆทีมจะต้องตั้งรับเราอย่างดี และสู้จนถึงที่สุด เป้าหมายของเราคือการเอาชนะทีมอย่าง ยูเครน และไอร์แลนด์เหนือ เพราะทีมเหล่านี้ไม่ได้เล่นแบบฝรั่งเศสหรือสเปน พวกเขาจะเล่นตั้งรับกับเรา

คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับทีมไอร์แลนด์เหนือ?

ฟุตบอลเปลี่ยนไปมากในสหราชอาณาจักร มันไม่ใช่แค่บอลยาว เตะทิ้ง และลูกขยัน อีกต่อไป มันยังมีการตั้งรับที่ดี เราเคยเล่นกับสก็อตแลนด์และอังกฤษ และพวกเขาเล่นบอลได้ดีมาก และเมื่อเราเล่นกับไอร์แลนด์เรายังแพ้พวกเขาอีกด้วย

ทีมเยอรมันเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนับตั้งแต่ฟุตบอลโลกจบลง?

ผู้เล่นตัวหลักบางคนเลิกเล่นไป แต่ทีมยังคงไม่เปลี่ยนไปมากเท่าใดนักและโค้ชก็ยังเป็นคนเดิม ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเขาเป็นคนสร้างทีมเยอรมันรูปแบบใหม่

คุณติดทีมชาติมาแล้ว 127 นัดจนถึงตอนนี้ คุณมีความภูมิใจมากแค่ไหน?

เมื่อคุณติดทีมชาติครบ 100 นัดให้กับประเทศอย่างเยอรมัน คุณสามารถภูมิใจได้อย่างมากและผมก็รู้สึกอย่างนั้น ผมมีความสุขมากที่ได้ติดทีมชาติครบ 127 นัด เมื่อคุณเริ่มจากเด็กห้าขวบที่เล่นฟุตบอลบนถนนและคุณสามารถมาถึงจุดนี้ได้ มันมหัศจรรย์มากจริงๆ

โปรแกรมและผลการแข่งขัน

โปรแกรม

12 มิถุนายน พบ ยูเครน - แข่งที่ ลีลล์, 02.00

16 มิถุนายน, พบ โปแลนด์ - แข่งที่ แซงต์ เดนีส์, 02.00

21 มิถุนายน, พบ ไอร์แลนด์เหนือ - แข่งที่ ปารีส, 23.00

ผลการแข่งขันรอบที่ผ่านมา

แชมป์กลุ่ม ดี

VS สก็อตแลนด์ (เหย้า) 2-1

VS โปแลนด์ (เยือน) 0-2

VS ไอร์แลนด์ (เหย้า) 1-1

VS ยิบรอลตาร์ (เหย้า) 4-0

VS จอร์เจีย (เยือน) 2-0

VS ยิบรอลตาร์ (เยือน) 7-0

VS โปแลนด์ (เหย้า) 3-1

VS สก็อตแลนด์ (เยือน) 3-2

VS ไอร์แลนด์ (เยือน) 0-1

VS จอร์เจีย (เหย้า) 2-1

สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

1960 ไม่ได้เล่นรอบคัดเลือก

1964 ไม่ผ่านเข้ารอบ

1968 ไม่ผ่านเข้ารอบ

1972 ชนะเลิศ

1976 รองชนะเลิศ

1980 ชนะเลิศ

1984 รอบแบ่งกลุ่ม

1988 รอบรองชนะเลิศ

1992 รองชนะเลิศ

1996 ชนะเลิศ

2000 รอบแบ่งกลุ่ม

2004 รอบแบ่งกลุ่ม

2008 รองชนะเลิศ

2012 รอบรองชนะเลิศ

Words Uli Hesse; Interview Chris Flanagan

Promo sitewide