Group D

สเปน

มันเคยมีช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่า สเปน จะครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลระดับนานาชาติตลอดไป , เหมือนดังกษัตริย์ จอฟฟรีย์ ในเกม ออฟ โธรน แต่มีความเมตตากรุณามากกว่า และไม่มีทีท่าว่าจะโดนวางยาในแก้วไวน์

วิเคราะห์เจาะลึก

ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้น ทีมของ บิเซนเต เดล บอสเก้ คว้าแชมป์ระดับนานาชาติมาแล้ว 3 รายการก่อนหน้านี้ และยังชูถ้วยรางวัล ยูโร ยู - 21 ที่ทำให้แน่ใจว่าจะพร้อมต่อการผลิตนักเตะพรสวรรค์รุ่นต่อไป แต่สิ่งที่ตามมาที่บราซิล กลับเริ่มต้นด้วยการพ่ายแพ้ 5-1 ต่อฮอลแลนด์ ซึ่งไม่มีอะไรจะจำกัดความได้มากกว่าคำว่ายอมจำนน
 
ดาบิด บีญ่า, ชาบี และ ชาบี อลอนโซ่ ได้อำลาทีมชาติไปแล้ว และคาดว่า อีเกร์ กาซิยาส จะดำเนินรอยตามเช่นกัน นอกจากนั้น ดีเอโก้ คอสต้า ก็ยังเป็นศูนย์หน้าที่ไม่พร้อมใช้งาน ภายในทีมที่ดาวยิงไม่ค่อยมีส่วนร่วมมากเท่าไร มันเป็นเวลาสำหรับ โกเก้, ติอาโก้ อัลคันตาร่า แม้กระทั่ง เชส ฟาเบรกาส ที่จะก้าวขึ้นมา สำหรับทีมที่จะพัฒนายิ่งขึ้น
 
จนถึงตอนนี้การป้องกันแชมป์ยุโรป ยังคงอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน ยังคงมีความสงสัยว่าใครจะได้ออกสตาร์ทสู่เป้าหมายนี้ - เดล บอสเก้ ยังคงเชื่อมั่นในตัวกัปตัน กาซิยาส ทั้งๆ ที่ ดาบิด เด เกอา ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - และไม่มีแคนดิเดตรายใดชัดเจนที่จะเข้ามาเป็นกองกลางรายที่ 3 ร่วมกับ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อันเดรส อีเนียสต้า ไม่ว่าจะเป็น โกเก้, ติอาโก้, ฟาเบรกาส และซานติ กาซอร์ล่า (ในกรณีที่เขาฟิตสมบูรณ์) ทั้งหมดนี้สามารถลงเล่นและรับบทบาทนี้ แต่ยังไม่มีใครที่สามารถการันตีตำแหน่งนั้นได้
 
ตำแหน่งปีกซ้ายก็เช่นกัน ทั้ง เปโดร และ โนลิโต้ คือแคนดิเตรายต้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งคู่ที่จะสร้างความหวาดกลัวแก่กองหลังคู่แข่งได้ เหมือนดังที่ บีญ่า เคยทำไว้ในอดีต
 
ทั้งหมดนี้ อย่างไรก็ตาม สเปน ก็ยังเป็นทีมที่โดดเด่นในรอบคัดเลือก และแม้จะพ่ายแพ้มาในเกมอุ่นเครื่องกับฝรั่งเศส, เยอรมัน และฮอลแลนด์ นับตั้งแต่ซัมเมอร์ปี 2014 พวกเขาก็ยังเป็นทีมที่มีผู้เล่นพรสวรรค์สูงสุดของ ยูโร 2016 ถ้าหากคลิกกันได้ลงตัว พวกเขาก็เป็นทีมที่ยากจะต้านทานได้
 
บทเรียนจากรอบคัดเลือก
การยิงประตูได้ตั้งแต่ต้นเกม สเปน ถล่มต่าข่ายได้ในครึ่งชั่วโมงแรกของรอบคัดเลือกถึง 7 นัด มีเพียงครั้งเดียวที่พวกเขาออกนำหลังผ่านมาครึ่งทาง แล้วไม่ชนะก็คือเกมที่แพ้ สโลวาเกีย 2-1 การทำประตูตั้งแต่ต้นเกมแบบนี้เหมาะสมดีกับปรัชญาการจ่ายบอลสั้น ซึ่งสร้างความกดดันต่อตัวเองได้ หากทีมตกเป็นฝ่ายตามหลัง
 
จุดแข็ง
ไม่เพียงแค่ 'ลา โรฆา'  จะผ่านเข้ารอบมาด้วยสถิติเกมรับที่ดีที่สุดที่ พวกเขายังรักษาคลีนชีทได้ถึง 8 นัด ก่อนจะมาแพ้ให้ สโลวาเกีย ฆวน ฟราน, เคราร์ด ปิเก้, เซร์คิโอ รามอส และ จอร์ดี้ อัลบา ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยความแข็งแกร่งและเกมรุกที่มีชีวิตชีวา พร้อม บุสเก็ตส์ กองกลางตัวปัดกวาดชั้นยอด
 
จุดอ่อน
การทำประตู ไม่ว่าเขาจะใช้ คอสต้า (ที่ก้าวร้าวเกินไป) ปาโก้ อัลปาเซร์ (ที่ใหม่เกินไป), อริตซ์ อาดูริตซ์ (ที่แก่เกินไป) หรืออัลบาโร่ โมราต้า (ฟอร์มตก) เดล บอสเก้ ก็ยังไม่มีกองหน้าที่ไว้ใจได้ บางที ฟาเบรกาส อาจจะต้องรับบทกองหน้าจอมปลอมอีกครั้ง ในยามที่เจอความยากลำบาก ซึ่งพวกเขาขาดใครบางคนที่สามารถทำประตูและมีส่วนร่วมในการปั้นเกม
 
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด
การผ่านบอลซ้ำแล้วซ้ำเล่า การส่งบอลคืนหลังนับครั้งไม่ถ้วนบางคนมองว่ามันน่าเบื่อ; ขณะที่คนอื่นชื่นชมถึงความยากลำบากของการครองบอลที่สมบูรณ์แบบ ทั้งสองอย่างนี้ คือสิ่งที่คุณรู้ดีว่าคุณกำลังจะได้เจอ
 
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด
ชนะเดิมพันความมีสไตล์ของชุดแข่ง เสื้อทีมเยือนของสเปนนั้น...น่าสนใจ ลวดลายบนเสื้อดูละม้ายคล้ายกับโลโก้ของเบียร์ผสมน้ำขิงยี่ห้อหนึ่งมากเกินไป และเมื่อถามถึงรสชาติล่ะก็ บอกเลยว่าไม่อร่อยเอาเสียเลย
 
สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น
พวกเขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์ 4 ปีที่ผ่านมา, สเปนกลายเป็นทีมแรกป้องกันแชมป์ยุโรปของพวกเขาได้ แม้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จะยังไม่มีประเทศใดที่สามารถทำได้ ในการที่จะชูถ้วยโทรฟี่ระดับนานาชาติ 3 รายการซ้อนได้
 
อะไรจะเกิดขึ้น
กลุ่ม D ไม่ใช่กลุ่มที่เลวร้ายที่สุด แต่ ตุรกี, โครเอเชีย และสาธารณรัฐเช็กนี้ ก็ไม่ใช่เหยื่อให้เขมือบง่ายๆ  สเปนจะต้องหลีกเลี่ยงการจบอันดับเป็นที่ 2 ซึ่งนั่นอาจหมายถึงการประกบรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับแชมป์กลุ่ม E ที่อาจเป็นได้ทั้ง อิตาลี หรือ เบลเยี่ยม ยังไงก็ตามพวกเขาก็ยังมีดีพอจะเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ
 
คีย์แมน - อันเดรส อีเนียสต้า 
ไม่เฉพาะแค่การเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย, อิเนียสต้า คือศูนย์กลางการสร้างสรรค์ของสเปน เขาคือผู้เล่นที่ปั้นเกมได้ดีที่สุดเท่าที่สเปนเคยมีมา และยังยิงประตูตัดสินแชมป์ในช่วงต่อเวลาพิเศษในฟุตบอลโลก 2010 นัดชิงชนะเลิศ แต่ดาวเตะบาร์เซโลน่า ยังคงมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมใน ลา ลีกา และเปี่้ยมด้วยอารมณ์, ความสามารถ และวิสัยทัศน์ ที่จะเป็นแชมป์ ยูโร 2016
 
ผู้จัดการทีม - บิเซนเต้ เดล บอสเก้
ตอนนี้เขาผ่านการคุมทีมนัดที่ 100 ไปแล้ว นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เดล บอสเก้ คงหวังที่จะคว้าแชมป์ ยูโร 2016 ส่งท้ายตำแหน่งของตัวเองกับ ลา โรฆา ของเขา La Roja เขาได้รับความภักดี (บางคนอาจบอกว่ามันมากเกินไป โดยเฉพาะการให้ความนับถือผู้เล่นซีเนียร์ของเขา) และความคุ้นเคยจากนักเตะ

Q & A - โนลิโต้

สิ่งที่คุณคาดหวังจากการทัวร์นาเม้นท์ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกของคุณกับสเปนในซัมเมอร์นี้คืออะไร?
ผมเคยฝันถึงเรื่องนี้มาหลายครั้ง และต่อสู้อย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ฝันเป็นจริง ผมหวังว่าผมจะสนุกกับมัน - ได้ไปลุย ยูโรและพยายามเอาชนะการแข่งขัน - ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ การนำถ้วยรางวัลกลับมา คงจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับชาวสเปนทุกคน นั่นคงจะเป็นภาพที่ผมอยากจะจดจำเอาไว้ตลอดชีวิต
 
ในฐานะผู้เล่นของ เซลต้า บีโก้ มันรู้สึกแปลก ๆ หรือไม่ ในการฝึกซ้อมร่วมกับ อันเดรส อีเนียสต้า?
ไมมี เพราะทุกอย่างได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมแทบจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ผมสวมชุดของสเปน ราวกับออกไปทานอาหารกับเพื่อนๆ แถวบ้าน ผู้จัดการทีมบอกเพียงให้ผมแค่ตั้งใจเล่นเพื่อที่ผมทำกับ เซลต้า
 
คุณคิดว่าอะไรคือความผิดพลาดของสเปนในฟุตบอลโลก 2014?
ผมไม่ทราบ แต่ในฟุตบอลโลกทุกครั้ง ต่างก็มีทีมที่ดีมากมายที่เล่นในระดับใกล้เคียงกับคุณ เราถูกกำจัดอย่างรวดเร็วในการแข่งขัน แต่ผมก็ยังคิดว่าสเปนมีเครดิตมากมายที่จะเข้าสู่การแข่งขันครั้งนี้ เพราะเราคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อปี 2010 เช่นเดียวกับแชมป์ ยูโร สองหนล่าสุด
 
นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับสเปนในตอนนี้ อะไรคือสิ่งที่ทีมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์สุดช็อคครั้งนั้นที่บราซิล?
มันยากที่จะบอกได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ผมพอจะรู้ คือเรามีทีมที่ดีมากที่สามารถจะชนะการแข่งขันพร้อมการเล่นที่น่าดึงดูดใจ ผมเชื่อมั่น100 เปอร์เซนต์ แม้ว่าบางเกมเหล่านั้นจากที่บราซิลหรือเกมกระชับมิตรเมื่อไม่นานมานี้ จะไม่เป็นไปอย่างที่คุณคาดหวังก็ตาม เรามีศักยภาพมหาศาล แต่ทีมอื่น ๆ ก็เช่นกัน นอกจากนี้คุณยังมีเยอรมัน, อังกฤษ, อิตาลี, ฝรั่งเศส ...แน่นอนว่าทีมได้ก็ตามที่เป็นแชมป์ ย่อมจะมีความแข็งแกร่งมากๆ ตลอดการแข่งขันนี้

โปรแกรมและผลการแข่งขัน

โปรแกรม
13 มิถุนายน พบ สาธารณรัฐเช็ก - แข่งที่ ตูลูส, 20:00
18 มิถุนายน พบ ตุรกี - แข่งที่ นีซ, 02:00
22 มิถุนายน พบ โครเอเชีย - แข่งที่ บอร์กโดซ์, 02:00
 
พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้อย่างไร
แชมป์กลุ่ม C
VS มาซิโดเนีย (เหย้า) 5-1
VS สโลวาเกีย (เยือน) 1-2
VS ลักเซมเบิร์ก (เยือน) 4-0
VS เบลารุส (เหย้า) 3-0
VS ยูเครน (เหย้า) 1-0
VS เบลารุส (เยือน) 1-0
VS สโลวาเกีย (เหย้า) 2-0
VS มาซิโดเนีย (เยือน) 1-0
VS ลักเซมเบิร์ก (เหย้า) 4-0
VS ยูเครน (เยือน) 1-0
 
สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
1960 ไม่ได้เข้าร่วม
1964 แชมป์
1968 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1972 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1976 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1980 รอบแบ่งกลุ่ม
1984 รองแชมป์
1988 รอบแบ่งกลุ่ม
1992 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
1996 รอบรองชนะเลิศ
2000 รอบรองชนะเลิศ
2004 รอบแบ่งกลุ่ม
2008 แชมป์
2012 แชมป์
 
คำ แอนดรูว์ เมอร์เรย์; สัมภาษณ์ อัลบาโร่ กาเยฆ่า

Promo sitewide