Group F

โปรตุเกส

โปรตุเกสมีสภาพที่ดีกับการมุ่งสู่ยูโร 2016

วิเคราะห์เจาะลึก

หลังจากแต่งตั้ง แฟร์นานโด ซานโตส เมื่อเดือนกันยายน ปี 2014 ทัพฝอยทองได้ปลดปล่อยการเก็บชัยชนะ 7 นัดรวดในรอบคัดเลือกเพื่อจองตำแหน่งของพวกเขา ณ ประเทศฝรั่งเศสกับสถิติเก็บชัยชนะติดต่อกันของทีมชาติสำหรับการแข่งขันอย่างเป็นทางการ การเป็นตัวเต็งในกลุ่มของพวกเขานั้นทำให้แฟนๆคาดหวังถึงสิ่งดีๆว่าสถิติดังกล่าวจะสามารถเพิ่มไปเป็นเลข 2 หลักได้ คนซึ่งเน้นการปฏิบัติอย่างซานโตสยังกำหนดแนวทางให้ทีมของเขาได้ด้วยชัยชนะที่มีต่ออาร์เจนติน่าและอิตาลี หลังจากผ่านมากว่า 40 ปีที่โปรตุเกสไม่สามารถจะมีชัยเหนือทั้ง 2 ชาติได้เลย

จากการที่มีผู้เล่นที่ดีที่สุดในทัวร์นาเม้นต์อยู่ในทีมของพวกเขา บวกกับส่วนผสมอันแข็งแกร่งของคนที่มีประสบการณ์ และผู้เล่นพรสวรรค์หน้าใหม่ที่มีอนาคตสดใส (รวมถึง เรนาโต้ ซานเชส ดาวรุ่งวัย 18 ปี) มันก็มีความคาดหวังสูงว่าโปรตุเกสจะสามารถรักษาสถิติอันน่าประทับใจ ณ การแข่งขันยูโร จากการเข้าแข่งขันรอบสุดท้าย 6 ครั้ง พวกเขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ถึง 4 ครั้ง, และพวกเขายังมุ่งสู่นัดชิงชนะเลิศที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2004 ได้อีกด้วย อีกทั้งยังไม่เคยตกรอบแบ่งกลุ่มเลย

นั่นคือข่าวดี ข่าวร้ายคือปัญหาการไม่มีกองหน้าคุณภาพสูงของโปรตุเกสนั้นกลับมาชัดเจนอีกครั้ง เอแดร์อาจจะเล่นเป็นศูนย์หน้า, แต่ 1 ประตูจากการติดทีมชาติ 23 นัด และ 0 ประตูในการเล่นให้กับสวอนซีฤดูกาลนี้ก่อนจะย้ายไปเล่นที่ลีลล์แบบยืมตัวไม่ใช่สถิติที่จะทำให้แนวรับคู่แข่งเกิดความหวาดหวั่นแต่อย่างใด

ทางด้านแนวรับที่มีอายุมากก็เป็นปัญหาให้น่ากังวลเช่นกัน - ดูเหมือนว่า 4 เซ็นเตอร์แบ็คของโปรตุเกสในการแข่งขันยูโร 2016 จะมีอายุ 34, 33, 32 และ 38 ปี อย่างไรก็ตามซานโตสได้ฝึกฝนทีมให้ตั้งรับกันเป็นกลุ่มแทน

ชัยชนะ 1-0 อันเลื่องชื่อซึ่งสเปนได้เป็นแนวทางไปสู่ความสำเร็จ ณ การแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ และซานโตสก็ประสบความสำเร็จกับผลการแข่งขันต่างๆที่น่ายกย่องจากการเป็นบอสของกรีซด้วยแนวทางปฏิบัติคล้ายคลึงกัน และโปรตุเกสทีมนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยศักยภาพความอันตรายของการทำประตูมากมายอย่างแท้จริง มีการคาดการณ์ว่าพวกเขาได้ปรับความสมดุล และกลยุทธ์ที่มีความรัดกุมมากกว่าจะเล่นฟุตบอลเกมรุกตามอำเภอใจ อย่างไรก็ตามโปรตุเกสยังคงมีเขี้ยวเล็บอยู่

บทเรียนจากรอบคัดเลือก
การพยายามทำทุกๆสิ่งอย่างถูกต้อง หลังจากความพ่ายแพ้สุดช็อคคาบ้านต่อแอลแบเนีย 0-1 ในการแข่งขันรอบคัดเลือกนัดแรก, ผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ เปาโล เบนโต้ บอสคนก่อนของทีมชาติต้องสูญเสียงานของเขา จากนั้นโปรตุเกสจัดการบันทึกชัยชนะ 7 เกมรวดเพื่อจบด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม ไอ ด้วยการนำห่าง 7 คะแนน, แต่ฟอร์มการเล่นนั้นเรียกได้ว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะชัยชนะทั้ง 7 นัดคือการชนะด้วยผลต่าง 1 ประตู และพวกเขาทำไปเพียง 11 ประตูเท่านั้นใน 8 เกมของพวกเขา ทำให้โปรตุเกสทีมนี้เป็นทีมที่เหนียวแน่นกว่าเป็นทีมที่น่าดู

จุดแข็ง

ซานโตสประสบความสำเร็จกับปาฏิหาริย์เล็กๆตลอดช่วงเวลา 4 ปีกับกรีซ ไม่เพียงแต่การผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกยูโร 2012 และฟุตบอลโลก 2014 เท่านั้น แต่เขายังพาทีมเข้าถึงรอบน็อคเอ้าต์ทั้ง 2 รายการ เขาทำสิ่งนั้นได้ต้องขอบคุณแนวรับอันแข็งแกร่ง และเขาได้ดำเนินการรูปแบบเดียวกันกับทีมชาติบ้านเกิดของเขา โปรตุเกสทีมนี้ยากที่จะทำประตูใส่ได้ แต่มีเรื่องดีย่อมมีเรื่องไม่ดี เนื่องด้วยจำนวนประตูที่ทำได้มีอยู่ไม่มาก พวกเขาต้องพึ่งพาช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ของการทำประตูโดยกลุ่มของมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่กำลังเกิดขึ้นมา และโรนัลโด้กำลังเดินหน้าทำลายสถิติการทำประตูอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะทางซ้าย, ทางขวาหรือตรงกลางก็ตาม พวกเขาพยายามจะสร้างสรรค์โอกาสจากทรัพยากรที่มีอยู่

จุดอ่อน

นอกจากการจับโรนัลโด้ไปยืนกองหน้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงในหลายๆนัดกับการไปใช้งานเขาตรงตำแหน่งนั้น, เอแดร์ดูเหมือนจะรับหน้าที่เป็นผู้เล่นหมายเลข 9 ของโปรตุเกส อย่างไรก็ตามแม้ดาวเตะวัย 28 ปีคือกองหน้าตัวเป้าที่ดี และเป็นผู้เล่นที่พักบอลได้ แต่เขาเป็นตัวจบสกอร์ที่ไม่ดีนัก นอกจากนี้โปรตุเกสอาจจะมีจุดอ่อนหากโดนโจมตีด้วยความเร็วจากตรงกลาง จากการให้เซ็นเตอร์แบ็คอายุมากของพวกเขาลงสนาม

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด
ทรงผมสุดช็อคแห่งทัวร์นาเม้นต์ จาก ริคาร์โด้ กวาเรสม่า

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด
การที่คนอื่นได้ยิงฟรีคิกนอกเหนือจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น

โรนัลโด้บอกว่าหนึ่งในเป้าหมายต่างๆที่ยังมีอยู่ในฟุตบอลคือการชูถ้วยแชมป์กับประเทศของเขา ท้ายที่สุดแล้วมิดฟิลด์รุ่นใหม่ทั้งหลายอาจจะจัดหาการสนับสนุนทึ่ยอดเยี่ยมมากพอที่จะอนุญาตเขาให้ทำความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมา

อะไรจะเกิดขึ้น

การจบด้วยการเป็น 4 ทีมสุดท้ายจะถูกพิจารณาว่ามีทัวร์นาเม้นต์ที่ดีเยี่ยม แต่การจบแค่รอบ 8 ดู

คีย์แมน - คริสเตียโน่ โรนัลโด้

วันเวลาที่ซีอาร์เซเว่นโดนดูถูกว่าไม่สามารถทำได้ผ่านไปแล้ว เมื่อเขาได้พังสถิติการทำประตูตลอดกาลของทีมชาติลง และการแข่งขันในฝรั่งเศสจะทำให้เขาก้าวผ่าน หลุยส์ ฟิโก้ เพื่อกลายมาเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์อันยาวนานของโปรตุเกส

ผู้จัดการทีม - แฟร์นานโด ซานโตส

ผู้มีใบหน้าอันบึ้งตึงเป็นเครื่องหมายการค้า, กุนซือวัย 61 ปีเคยคุมทั้ง 3 ยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกส (ปอร์โต้, เบนฟิก้า และสปอร์ติ้ง) ก่อนจะมามีช่วงเวลาประสบความสำเร็จกับกรีซ โดยแพ้เพียง 6 นัดจาก 49 เกมที่เขาคุมทีม

Q & A - โชเซ่ ฟอนเต้

อะไรคือเป้าหมายของโปรตุเกสสำหรับทัวร์นาเม้นต์นี้?

เรามีผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดังนั้นเราต้องการไปแล้วคว้าแชมป์ เรามีทีมที่แข็งแกร่ง, ผู้จัดการทีมที่วิเศษ และแรงสนับสนุนอย่างเต็มที่ของทีมชาติ ผมคิดว่าเรามีระบบที่ดีเยี่ยมมากๆ เรามีกลุ่มนักเตะซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน และเรามีผู้เล่นซึ่งมีความอันตรายในเกมรุกอย่างที่สุด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะสำคัญอย่างไรกับโอกาสการเป็นแชมป์ของคุณ?

เขาคือผู้นำสำหรับเรา, และสิ่งที่เขาได้ประสบความสำเร็จมาเป็นเวลาหลายปีมันคือความมหัศจรรย์ เขามีคุณภาพมากมาย และเขามีความเร็ว นอกจากนี้เขายังมีคาแรคเตอร์ที่ยอดเยี่ยมในห้องแต่งตัวด้วย เขานำเอาประสบการณ์มากมายจากเกมใหญ่ๆเข้ามา

คุณกำลังตั้งตารอทัวร์นาเม้นต์แรกในทีมชุดใหญ่ของคุณกับโปรตุเกสมากเพียงใด? คุณมีความทะเยอทะยานต่างๆที่จะเป็นตัวจริงหลังจากการเล่นรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายหรือไม่?

แน่นอน ผมรักที่จะเป็นตัวจริง, แต่นั่นขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีม การแข่งขันยูโรเป็นสิ่งที่ผมมีการทำงานอย่างหนัก และหวังว่าผมจะได้รับการเรียกตัว มันจะเป็นความยอดเยี่ยมสำหรับผมกับการเป็นตัวแทนทีมชาติของผม ณ การแข่งขันรายการใหญ่ มันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมจริงๆกับชีวิตนักฟุตบอลของผม พอมองย้อนกลับไป, มันเป็นการเดินทางที่มหัศจรรย์จากการเล่นในลีกวันจนไปสู่ความเป็นไปได้สำหรับการจะได้เล่นที่การแข่งขันยูโร, แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นผมพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ผมรู้สึกว่าผมพร้อมแล้ว

คุณถูกจับไปอยู่กลุ่มเดียวกับออสเตรีย, ไอซ์แลนด์ และฮังการี นั่นคือกลุ่มที่ดีอย่างที่คุณสามารถจะหวังใช่หรือไม่?

ทุกๆกลุ่มจะมีความยากสุดๆ คุณกำลังจะเผชิญหน้ากับทีมซึ่งโชว์ฟอร์มระดับสูงมากๆในระหว่างการเล่นรอบคัดเลือก เรารู้ว่าเราจะเจอกับ 3 คู่แข่งที่มีความยากมากๆ

หากโปรตุเกส และอังกฤษเป็นแชมป์กลุ่มของพวกเขาทั้งคู่ มีโอกาสที่ทั้ง 2 ประเทศจะพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย คุณจะสนุกกับสิ่งนั้นไหม?

หากคุณเข้าถึงรอบต่อไป พวกมันท้ังหมดคือเกมใหญ่, และอังกฤษก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ผมลงเล่นในประเทศนี้เป็นเวลาหลายปี แต่การจะไปถึงจุดนั้น ขั้นแรกเราต้องได้ผลการแข่งขันที่ดีในรอบแบ่งกลุ่ม, และนั่นคือสิ่งที่เราต้องมีสมาธิกับมัน

โปรแกรมและผลการแข่งขัน

โปรแกรม

14 มิถุนายน พบ ไอซ์แลนด์ - แข่งที่ แซงค์ เอเตียน, 02.00

18 มิถุนายน พบ ออสเตรีย - แข่งที่ ปารีส, 02.00

22 มิถุนายน พบ ฮังการี - แข่งที่ ลียง, 23.00

ผลการแข่งขันรอบที่ผ่านมา

แชมป์กลุ่ม ไอ

VS อัลเบเนีย (เหย้า) 0-1

VSเดนมาร์ก (เยือน) 1-0

VSอาร์เมเนีย (เหย้า) 1-0

VSเซอร์เบีย (เหย้า) 2-1

VSอาร์เมเนีย (เยือน) 3-2

VSอัลเบเนีย (เยือน) 1-0

VSเดนมาร์ก (เหย้า) 1-0

VSเซอร์เบีย (เยือน) 2-1

สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

1960 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1964 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1968 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1972 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1976 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1980 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1984 รอบรองชนะเลิศ

1988 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1992 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1996 รอบก่อนรองชนะเลิศ

2000 รอบรองชนะเลิศ

2004 รองแชมป์

2008 รอบก่อนรองชนะเลิศ

2012 รอบรองชนะเลิศ

Words Tom Kundert; Interview Chris Flanagan

Promo sitewide