Group F

ออสเตรีย

แม้ก่อนหน้านี้ออสเตรียจะไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายบอลยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ มาก่อน (ถ้าไม่ใช่ในฐานะเจ้าภาพ) แต่พวกเขาก็ลอยลำสู่ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสด้วยผลงานชนะ 9 นัดรวด หลังจากที่เสมอในนัดแรกกับสวีเดน ทำให้พวกเขาเคยขึ้นถึงอันดับ 10 ในฟีฟ่า แรงกิ้ง มาแล้ว ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งทีมชาติมา

วิเคราะห์เจาะลึก

บทเรียนจากรอบคัดเลือก
ทีมชุดนี้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากทีมชาติออสเตรียชุดก่อนๆ เพราะมีทั้งความสามารถในการรักษาสมาธิและการปิดเกม ทำให้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนที่นักเตะส่วนใหญ่จะได้ค้าแข้งในเยอรมัน คงเว้นก็แต่เพียงแค่ โรแบร์ต อัลแมร์ เท่านั้นที่น่าจะเป็นนักเตะที่ค้าแข้งในประเทศตัวเอง

จุดแข็ง
ออสเตรียสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีเพียงสองทีมเท่านั้นในรอบคัดเลือกที่ยิงประตูโดยอาศัยการเข้าทำที่น้อยจังหวะกว่า โดยทีมชุดนี้ถือว่าแกร่งทั่วแผ่นตั้งแต่แนวรับอย่าง อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช จนถึงกองหน้า มาร์ก ยานโก้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากปีกความเร็วสูงทั้งซ้ายและขวา

จุดอ่อน
ไม่มีใครสามารถทดแทนยานโก้ได้ถ้าเผื่อเจ็บขึ้นมา และลูกทีมของ มาร์เซล โคลเลอร์ ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องลูกตั้งเตะนัก อย่างไรก็ตามลูกฟรีคิกจังหวะเดียวนั้นยังสามารถหวังผลได้จาก ซลัทโก้ ยูนูโซวิช กับ ดาวิด อลาบา

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด
เล่นคล้ายกับเยอรมัน แต่ต้องเอาชนะคู่ปรับอย่างฮังการีให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด

อลาบาเล่นกองหลัง เพราะแบ็คซ้ายบาเยิร์นรายนี้คือเพลย์เมคเกอร์ในทีมชาติของเขา

สิ่งที่พวกเขาหวังว่าจะเกิดขึ้น
กฏ ‘12 ปีมีครั้ง’ เดนมาร์กปี1992, กรีซปี 2004 หรือนี่จะถึงตาม้ามืดอย่างออสเตรีย?

อะไรจะเกิดขึ้น
พวกเขาจะเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ได้ แต่น่าจะแพ้ให้กับพวกรองแชมป์กลุ่มด้วยกันอย่างอังกฤษหรือรัสเซียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

คีย์แมน - อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟพันธุ์แกร่งเฉือนดาวเตะสารพัดประโยชน์อย่างอลาบาแค่ปลายนิ้วก้อย โดยสตาร์ของดินาโม เคียฟ รายนี้คือหัวใจสำคัญในแนวรับของออสเตรีย และเจ้าตัวก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาจึงสามารถรับมือกับการขาดหายไปของดาวเตะบาเยิร์น มิวนิค ได้ในเกมกับรัสเซียทั้งสองนัดในรอบคัดเลือก ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของออสเตรีย 1-0 ทั้งสองนัด

ผู้จัดการทีม - มาร์เซล โคลเลอร์
แม้จะมีหลายคนตั้งข้อกังขาถึงการแต่งตั้งอดีตกองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่เคยติดทีมชาติมา 56 นัด แต่ตอนนี้ก็เบาบางลงไปเยอะ ซึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของกุนซือวัย 55 ปีผู้นี้ได้ทำให้ออสเตรียมีความเชื่อมั่นในตัวเอง

Q & A - คริสเตียน ฟุคส์

รู้สึกอย่างไรที่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ หลังจากที่เป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2008?
เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์และผมก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นกัปตัน เราชนะ 4-1 ที่สวีเดนและผ่านเข้ารอบ ซึ่งนั่นเป็นความรู้สึกที่สุดยอดเลยทีเดียว

คุณรู้สึกประหลาดใจไหมที่เสียแค่สองแต้มตลอดรอบคัดเลือก?
มันน่าประหลาดใจมากเลยล่ะ เพราะสวีเดนกับรัสเซียคือทีมเต็งของกลุ่ม แต่ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ เราก็ยิ่งคิดว่าเรามีโอกาสที่ดี บางอย่างได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ มาร์เซล โคลเลอร์ เข้ามา เราก็มีความสม่ำเสมอมากขึ้น

คุณมีปีที่ดีปีหนึ่งเลยนะ ไหนช่วยเล่าทั้งหมดให้ฟังหน่อยสิ
ใช่ ทุกอย่างมันเวิร์คมาก ทั้งเลสเตอร์,​ ออสเตรียทำผลงานได้ดีในฐานะทีม นักเตะทุกคนรู้ว่ามันต้องอาศัยแรงกายแรงใจอย่างมาก นักเตะชื่อดังอย่างอลาบาและ มาร์โก อาร์เนาโตวิช จะไม่สามารถเล่นดีไปได้เลยถ้าไม่มีทีมที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบตัวเขา เราต้องการจะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ แต่ฮังการีกับไอซ์แลนด์ก็ไม่หมูอย่างที่หลายคนคิด

แล้วคนออสเตรียรู้สึกขำกับนามสกุลของคุณเหมือนคนอังกฤษหรือเปล่า?
[หัวเราะ] พวกคุณคงไม่รู้วิธีออกเสียงมันแน่เลย! แต่มันไม่ใช่คำหยาบหรอก มันแปลว่า ‘หมาป่า’ นะ มันเป็นคำธรรมดามากเลยนะในออสเตรีย!

โปรแกรมและการแข่งขัน

โปรแกรม

14 มิถุนายน พบ ฮังการี - แข่งที่ บอร์กโดซ์, 23.00

18 มิถุนายน พบ โปรตุเกส - แข่งที่ ปารีส, 02.00

22 มิถุนายน พบ ไอซ์แลนด์ - แข่งที่ แซงต์-เดนีส์ 23.00

พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้อย่างไร

แชมป์กลุ่ม จี

VS สวีเดน (เหย้า) 1-1

VS มอลโดวา (เยือน) 2-1

VS มอนเตเนโกร (เหย้า) 1-0

VS รัสเซีย (เหย้า) 1-0

VS ลิกเตนสไตน์ (เยือน) 5-0

VS รัสเซีย (เยือน) 1-0

VS มอลโดวา (เหย้า) 1-0

VS สวีเดน (เยือน) 4-1

VS มอนเตเนโกร (เยือน) 3-2

VS ลิกเตนสไตน์ (เหย้า) 3-0

สถิติการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

1960 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1964 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1968 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1972 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1976 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1980 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1984 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1988 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1992 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

1996 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2000 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2004 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

2008 รอบแบ่งกลุ่ม

2012 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย

Words Philipp Ertl; Interview Chris Flanagan

 

Promo sitewide