100 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของโลกปี 2015 : อันดับ 10 อาร์เยน ร็อบเบน

นี่เป็นฤดูกาลที่ 15 แล้วในการค้าแข้งระดับอาชีพของร็อบเบน แต่บรรดาฟูลแบ็คก็ยังคงหาทางรับมือการเล่นปีกอันเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไม่เจอ

เมื่อดูจากหลายๆแง่แล้ว สตาร์บาเยิร์น มิวนิค รายนี้แทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยนับตั้งแต่ทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของโกรนิงเก้นในช่วงเริ่มสหัสวรรษใหม่ แต่ด้วยเครื่องหมายการค้าของร็อบเบนที่มีส่วนผสมระหว่างสปีด, การสัมผัสบอลอันยอดเยี่ยม และการเลี้ยงบอลอันทรงพลังนี้เองที่ทำให้เขาเป็นยังเป็นตัวอันตรายและเป็นหนึ่งในปีกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกแม้ใกล้จะอายุ 32 ปีแล้วก็ตาม

ขวบปีแห่งการบาดเจ็บ

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรที่น่าจดจำนัก หลังจากที่ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์คือหนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มกระฉูดที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล และเป็น 11 ตัวจริงในทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา อย่างสม่ำเสมอ แต่อาการบาดเจ็บก็มาพรากเจ้าตัวไปจากสนามอีกครั้งจนทำให้ต้องพักยาวและได้ออกสตาร์ทในบุนเดสลีกาเพียง 15 นัดเท่านั้นในปี 2015 ซึ่งเกือบครึ่งอยู่ในช่วงระหว่างต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึงปลายเดือนมีนาคม

แต่แทบจะไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขายังสามารถรักษาระดับการเล่นเวิลด์คลาสของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลาไม่นานเลยที่จะเรียกฟอร์มพีคของตัวเองกลับมาอีกครั้งแม้ว่าจะขึ้นเลข 3 แล้วก็ตาม เมื่อเทียบกับ เวย์น รูนีย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี เพื่อนร่วมชาติที่เกิดห่างกับอดีตปีกตัวจี๊ดของเชลซีกับเรอัล มาดริด ไม่ถึง 21 เดือน แต่ฟอร์มตกลงไปมากในช่วงหลังจนหนีไม่พ้นคำครหาที่ว่าพวกเขาเลยจุดสูงสุดไปแล้ว และไม่ดีพอที่จะสร้างผลงานในระดับสูงสุดได้อีกต่อไป
 
แต่ร็อบเบนยังคงเป็นส่วนสำคัญของยอดทีมจากแคว้นบาวาเรีย และยังมีชื่ออยู่ในลิสต์แข้งยอดเยี่ยมอยู่

มหันตภัยเลือดดัชต์

เขาเริ่มต้นปีของตัวเองด้วยความปราชัยสุดช็อค 4-1 ที่บ้านของโวล์ฟสบวร์ก แต่หลายๆอย่างก็มาดีขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งกับตัวนักเตะและสโมสร เมื่อ “เสือใต้” สามารถเก็บได้ถึง 13 คะแนนจาก 15 แต้มเต็มจากการถล่มฮัมบูร์ก 8-0, ถลุงพาเดอร์บอร์น 6-0 และอัดโคโลญจน์ 4-1 ซึ่งร็อบเบนคือตัวอันตรายสุดๆทางกราบขวา โดยทำไป 7 ลูกกับ 4 แอสซิสต์จาก 5 เกมลีก

นอกจากนี้เขายังทำประตูด้วยวิธีอันหลากหลาย ทั้งการโหม่งลูกเตะมุมอันสุดสวยในนัดที่เสมอชาลเก้ที่โฉบเข้ามาโหม่งเช็ดผ่านมือนายทวาร ติมอน เวลเลนรอยเธอร์ ตุงตาข่าย, ลูกจุดโทษรวมถึงลูกชาร์จระยะเผาขนในเกมกับพาเดอร์บอร์นจากการตบเข้ากลางมาให้ของ ฟร้องค์ ริเบรี และที่ขาดไม่ได้คือการเลี้ยงตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้ายอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่เสียบ 3 เหลี่ยมบนเข้าไปอย่างสวยงามในเกมกับฮัมบูร์ก

แต่อาการบาดเจ็บก็ตามมาหลอกหลอนเขาหลังจากนั้นไม่นาน ทำให้แข้งวัย 31 ปีได้ลงสนามเพียงแค่ 16 นาทีจาก 14 นัดสุดท้ายรวมทุกรายการของฤดูกาลก่อน ซึ่งมีผลกระทบน้อยมากกับบุนเดสลีกาที่บาเยิร์นคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันก่อนจบซีซั่นหนึ่งเดือน ตรงกันข้ามกลับส่งผลอย่างใหญ่หลวงในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งความเร็วทางริมเส้นของเขาคือสิ่งที่บาเยิร์นขาดหายไปในเกมรอบรองชนะเลิศกับบาร์เซโลนา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มหาอำนาจบอลเยอรมันจะลงตลาดเพื่อใช้เงิน 37 ล้านยูโรไปกับปีกอย่าง ดักลาส คอสต้า และ คิงสลีย์ โคม็อง เพื่อทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่เป๋หากจรวดดัตช์แมนเกิดเดี้ยงขึ้นมาอีกฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตามร็อบเบนก็ตอบสนองความท้าทายในการแย่งชิงตำแหน่งที่เข้มข้นขึ้นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจใน 3 เกมแรกของบาเยิร์นในบุนเดสลีกาก่อนจะพักไป 2 เดือนเนื่องจากปัญหาตรงโคนขาหนีบ แม้คอสต้ากับโคม็องจะแสดงให้เห็นถึงฟอร์มอันฉกาจฉกรรจ์นับตั้งแต่นั้น แต่ด้วยชั้นเชิงและคุณภาพของเขาทำให้กวาร์ดิโอลามอบตำแหน่งตัวจริงทันทีเมื่อเจ้าตัวกลับมา
 
แม้ตัวเลขอันสวยหรูจะไม่สามารถบอกถึงอิทธิพลในเกมของร็อบเบนได้ทั้งหมด แต่ผลงาน 3 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จาก 7 เกมในลีกสำหรับนักเตะที่เข้าๆออกๆในทีมอยู่เป็นกิจวัตรก็ถือเป็นผลงานอันที่น่ายกย่องเอามากๆอยู่ดี

จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วร็อบเบนจะต้องปรับการเล่นของตัวเอง เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถกระชากผ่านคู่ต่อสู้ได้ง่ายๆอีกต่อไปเหมือนอย่างพ่อค้าแข้งความเร็วสูงหลายๆคนก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาตลอดการค้าแข้งอย่างเขา
 
แต่มันก็คงเป็นเรื่องโง่เขลาอย่างยิ่งที่จะกาชื่อของร็อบเบนในตอนนี้ เมื่อบรรดาฟูลแบ็คทั่วโลกยังคงทำได้เพียงแค่มองเขากระชากบอลจนสุดเส้นหลังจากโดนโยกหลอกจนเสียผู้เสียคน ซึ่งการหยุดปีกพ่อมดของบาเยิร์นนั้นพูดง่ายแต่ทำยากจริงๆ