100 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของโลกปี 2015 : อันดับ 80-71

เชิญพบกับเหล่านักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกลูกหนังประจำปี 2015 จากการคัดเลือกของทีมงาน FFT และเหล่าคอลัมนิสต์ของเราจากหลากหลายทวีป...

80. ฮาคาน คัลฮาโนกลู

กองกลางทีมชาติตุรกีสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในจอมทัพที่ดีที่สุดบุนเดสลีก้าในเวลานี้ เขาคือตัวสร้างสรรค์เกมชั้นยอดเห็นได้จากผลงานแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงถึง 10 ประตูในฤดูกาลนี้ (แบ่งเป็นในลีก 6 ลูก และ แชมเปียนส์ลีก 4 ลูก)

ขณะเดียวกันคัลฮาโนกลูยังมีทีเด็ดอยู่ที่การเล่นลูกนิ่ง ถึงขนาดได้รับการยกย่องว่าเป็นเจ้าพ่อฟรีคิกตัวจริงเสียงจริงในยุคนี้ โดยแข้งวัย 21 กะรัต เคยกล่าวว่า “ผมอยากเป็นเมซุส โอซิลของตุรกี” ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีสไตล์การเล่นใกล้เคียงกับเขา

79. ดานิเอเล เด รอสซี

“ผมไม่เคยคลั่งชื่อนั้น ผมคิดว่าเราควรปล่อยมันไว้แบบนั้น ผมภูมิใจที่ได้เป็นรองกัปตันโรมา” เด รอสซี กล่าวถึงฉายา “Capitan Futuro” (กัปตันในอนาคต) หาก ฟรานเชสโก้ ต็อตติ กัปตันตัวจริงตัดสินใจแขวนสตั๊ด เมื่อปี 2003 ด้วยวัย 32 ปี เขามีอิทธิพลความเป็นผู้นำสูงและเป็นกองกลางที่ครบเครื่องคนหนึ่งของวงการ โดยห้องเครื่องทีมชาติอิตาลีเคยกล่าวว่า “คุณไม่จำเป็นต้องมีปลอกแขนกัปตันเพื่อมีความสุข”

เด รอสซี ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาอย่างโชกโชน เขาลงเล่นในเซเรีย อา เกิน 500 นัด และติดทีมชาติเกิน 100 เกม ตอนนี้เขากำลังลุ้นพาจัลโลรอสซีคว้าถ้วยสคูเด็ตโต้ในฤดูกาลนี้ หลังก่อนหน้านี้อกหักทำได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์ถึง 7 ครั้ง

78. ฮัลค์

วันไหนที่ฮัลค์เล่นดีก็จะดีใจหาย น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในนักเตะระดับโลกได้เพราะความไม่คงเส้นคงวาของตัวเอง อย่างไรก็ตามผลงานของเขาในปี 2015 ก็โดดเด่นพอที่จะมีชื่ออยู่ในทำเนียบ FFT100

โดยตัวรุกร่างยักษ์ชาวบราซิเลียนคือดาวเด่นของเซนิตที่ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกรัสเซียเมื่อฤดูกาลก่อน อีกทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญทำให้ทีมของ อังเดร วิลลาส-โบอาส ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์แชมเปี้ยนส์ลีกทั้งที่ยังเหลือโปรแกรมเตะอีก 2 นัด

ซึ่งเกมที่พวกเขาเอาชนะบาเลนเซียและลียง ฮัลค์ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ 2 ด้านของตัวเอง โดยที่เมสตายาเขาทำคนเดียว 2 ประตู ก่อนจะจ่ายอย่างสุดยอดให้ อาร์ตยอม ซูบา ซัด 2 ตุงที่ฝรั่งเศส โดยผู้มาก่อนหน้าเขาอย่าง ซาโลมอน รอนดอน ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับเวสต์บรอมวิชก็ได้รับประโยชน์จากการปั้นเกมของดาวเตะแซมบ้าผู้นี้เช่นกัน และลูกยิงไกลระยะ 45 หลาใส่เซบีญาในเกมยูโรป้าลีกรอบน็อคเอาท์ของฮัลค์ก็ถือว่าไม่เลวเลยด้วย

77. ดานิโล

การเปิดตัวในเครื่องแบบเรอัล มาดริดของดานิโลที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อาจไม่ค่อยน่าประทับใจผู้ชมนัก เมื่อเจ้าตัวเดาะบอลได้เพียง 5 ทีก็หล่นไม่เหมือนกับชาวบราซิเลียนทั่วไปที่ทำได้นานกว่านั้น อย่างไรก็ตามทักษะด้านอื่นๆเขามีอยู่เต็มเปี่ยม โดยสตาร์ชาวแซมบ้าผุ้ย้ายมาจากปอร์โต้ด้วยค่าตัว 31.5 ล้านยูโรเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมาพิสูจน์ตัวเองได้อย่างรวดเร็วว่าเป็นฟูลแบ็คสมัยใหม่ที่สมบูรณ์แบบทั้งการพาบอลด้วยความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และสายตาในการหาโอกาสทำประตู

ดานิโลยิงไป 7 ลูกให้กับต้นสังกัดเก่าเมื่อซีซั่นก่อน และเขาก็ทำประตูให้ “โลส บลังโกส” เป็นที่เรียบร้อยในเกมกับเซลต้า บีโก้ โดยกองหลังวัย 24 ปีคือส่วนหนึ่งในแนวรับภูผาหินภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งเสียแค่ 2 ประตูใน 7 นัดแรกที่เขาลงสนามให้กับมาดริด ก่อนจะโดนบาร์ซาสอย 4 ลูก (ซึ่งน่าจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ) ในเอล กลาซิโก้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน

76. เมมฟิส เดปาย

เดปายตัดสินใจอยู่กับพีเอสวีต่อเป็นฤดูกาลสุดท้ายหลังทำผลงานได้น่าประทับใจในฟุตบอลโลกที่บราซิล และแน่นอนว่าเจ้าตัวก็มุ่งมั่นที่จะโชว์ฟอร์มเด็ดทิ้งทวนก่อนอำลาซึ่งเขาก็ทำได้โดยกดไป 22 ตุง (และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ตัวเองเป็นดาวซัลโวสูงสุดของเอเรดิวิซี) พร้อมกับพาทีมจากเมืองไอนด์โฮเฟนเถลิงแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยเป็นที่ชัดแจ้งว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการลายเซ็นของเขา และไม่น่าแปลกใจเลยที่ หลุยส์ ฟาน กัล อดีตเจ้านายเก่าในทีมชาติฮอลแลนด์จัดการคว้าตัวได้ในเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตามชีวิตในพรีเมียร์ลีกของเดปายไม่ราบรื่นเอาเสียเลย แถมยังโดน อองโตนี มาร์กซิยาล กลบรัศมีเสียหมดในช่วงต้นซีซั่นทั้งที่เหมาคนเดียว 2 ลูกในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบคัดเลือกกับคลับ บรูจจ์ ซึ่งทางยูไนเต็ดเองก็หวังว่าฟอร์มของเขาในนัดชนะวัตฟอร์ดที่ยิงประตูขึ้นนำให้ทีมได้ด้วยจะเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวกำลังคืนฟอร์ม

75. โจ ฮาร์ท

แม้ฮาร์ทจะยังถูกวิพากษ์วิจารณ์และชวดแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อน แต่มือหนึ่งทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบันก็เก็บคลีนชีทได้ถึง 14 ครั้งในพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2014/15 มากกว่า ธิโบต์ กูร์กตัวส์ นายด่านเชลซีชุดแชมป์ลีกเสียอีก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จส่วนตัวของเขาเมื่อคำนึงถึงความแข็งแกร่งในแนวรับที่สู้ของทางฝั่ง “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ได้ในตอนนั้น และการเปลี่ยนแปลงในแผงแบ็คโฟร์ที่อยู่ตรงหน้า

อย่างไรก็ตามฟอร์มอันน่าเหลือเชื่อที่คัมป์นูเมื่อเดือนมีนาคมต่างหากที่เรียกสถานะความเป็นหนึ่งในช็อตสต็อปเปอร์ชั้นยอดระดับโลกของเขากลับมาอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวเซฟได้ 10 หนจากการยิงตรงกรอบทั้งหมด 11 ครั้งของบาร์เซโลนา หลังจากเซฟลูกยิงของ ลิโอเนล เมสซี ได้ในบ้านตัวเอง น่าเศร้าใจสำหรับซิตี้ที่ความเหนียวของฮาร์ทไม่เพียงพอที่จะช่วยให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของฮาร์ทปี 2016 คงหนีไม่พ้นที่จะเป็นการเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกให้ลีกกว่าเดิมแน่นอน

74. ฆวน มาต้า

การมาถึงของ อังเคล ดิ มาเรีย และ ราดาเมล ฟัลเกา อาจลดทอนอิทธิพลในเกมของมาต้าไปเมื่อฤดูกาลก่อน แต่เขาก็พัฒนาบทบาทของตัวเองในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดขึ้นอย่างช้าๆแต่มั่นคง ฟอร์มช่วงท้ายฤดูกาล 2014/15 ของเขาโดดเด่นจนกลายเป็นศูนย์กลางในแนวรุกของ หลุยส์ ฟาน กัล จากผลงาน 10 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ รวมถึงลูกตีลังกายิงที่แอนฟิลด์ช่วยให้ยูไนเต็ดเข้าป้ายคว้าอันดับ 4 ไปครองได้สำเร็จ และต่อให้ไม่ต้องมีสถิติเป็นตัวบอกก็เห็นได้ชัดว่ามาต้ามีส่วนสำคัญในเกมรุกของ “ปีศาจแดง” มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการเก็บบอลและออกบอลสวยๆที่คนอื่นมองไม่เห็นรวมถึงการคุมจังหวะเกมและสร้างสรรค์โอกาสงามๆ อย่างลูกแอสซิสต์ของเขาที่ให้ คริส สมอลลิ่ง ยิงประตูชัยในเกมกับโวล์ฟสบวร์ก ซึ่งนั่นทำให้ “เร้ด เดวิลส์” มีลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ และด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี่เองที่ทำให้เขายึดตำแหน่งตัวจริงอย่างมั่นคงพร้อมทั้งกุมหัวใจแฟนๆอย่างเหนียวแน่น

73. รัดยา นาอิงโกลัน

กองกลางทีมชาติเบลเยียมเปรียบเสมือนพลังขับเคลื่อนในแดนกลางของจัลโลรอสซี เมื่อใดก็ตามที่ทีมสูญเสียการครอบครองบอล เขาคือคนที่คอยวิ่งไล่บี้คู่แข่งเพื่อตัดบอลกลับมา ความขยัน ความใจสู้ และ ความกล้าหาญในการเข้าสกัดบอล ทำให้นักเตะรายนี้เริ่มได้รับการยกย่องจากคนในวงการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ห้องเครื่องวัย 27 กะรัต ยังมีบทบาทสำคัญในการทำเกมรุกของโรมาด้วย เขามีส่วนร่วมกับประตูที่ทีมทำได้ในฤดูกาลนี้ถึง 5 ลูก โดย 2 ประตูในนั้นเขายิงได้ในแมทช์ดวล ฟิออเรนตินา กับ อินเตอร์ มิลาน
 
ยิ่งกว่านั้น นาอิงโกลันยังกลายเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติพร้อมช่วยทีมตีตั๋วสู่รอบสุดท้ายศึกยูโร 2016 แบบสวยงาม หลังก่อนหน้านี้ต้องผิดหวังหลุดโผลุยบอลโลก 2014

72. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

แม้จะดูสิ้นหวังกับผลงานของบรรดาแข้งเชลซีในฤดูกาลนี้ แต่นักเตะที่เพื่อนร่วมทีมรวมถึงแฟนบอลเรียกว่า ‘เดฟ’ (ซึ่งคุณคงพุดว่า ‘อัซปิลิกวยต้า” ไม่ได้แน่หลังจากดื่มไปหลายแก้ว) ยังคงเป็นหนึ่งในขาประจำทีมตัวจริงของ โชเซ มูรินโญ ขณะที่สถานะของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่เคยแตะต้องไม่ได้หมดลงไปแล้ว
ในฤดูกาล 2014/15 ฟูลแบ็ควัย 26 ปีคว้าแชมป์ลีกเป็นหนแรกในการค้าแข้งระดับอาชีพของตัวเอง หลังจากซิวถ้วยแคปิตอล วัน คัพ ในการเจอกับสเปอร์สเมื่อเดือนมีนาคม โดยกองหลังชาวสแปนิชต้องแข็งแกร่งในการเข้าสกัดและกดดันคู่แข่งอย่างรวดเร็วให้ได้อย่างนี้ต่อไปหากเชลซีต้องการจะทำอันดับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง “ผมคิดว่าถ้ามีอัซปิลิกวยต้าสัก 11 คนเราคงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก” มูรินโญกล่าวถึงฟูลแบ็คคนเก่งของเขา
ซึ่งการที่เจ้าตัวก้าวมาเป็นนักเตะระดับแถวหน้าได้เป็นเพราะความสำเร็จของต้นสังกัดเมื่อฤดูกาลก่อนด้วยส่วนหนึ่ง นั่นทำให้ ‘เดฟ’ จะต้องหยุดความตกต่ำของเชลซีให้ได้โดยเร็ว หากต้องการเป็นตัวเลือกแรกของทีมชาติสเปนลุยศึกยูโร 2016

71. มาร์เซโล

มันไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับการลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายในทีมเรอัล มาดริด เมื่อ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ทำหน้าที่ได้อย่างไรที่ติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักเตะคนนั้นคือรุ่นน้องร่วมชาติอย่างมาร์เซโล
 
กองหลังแซมบ้าเคยกล่าวไว้ว่า “ในชีวิตนี้คุณต้องพยายามมีความสุขไม่ว่ากับอะไรก็ตาม ผมเป็นแบบนี้มาตลอดชีวิต ผมพยายามถ่ายทอดเรื่องนี้ในห้องแต่งตัว” โดยกุนซือทั้ง 7 คนของราชันชุดขาวนับตั้งแต่ในยุคของ ฟาบิโอ คาเปลโล จนถึง ราฟาเอล เบนิเตซ ล้วนชื่นชมพรสวรรค์ของมาร์เซโลว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าคาร์ลอสเลย ขนาดตำนานแบ็คซ้ายโลกลูกหนังยังเคยเอ่ยปากรุ่นน้องรายนี้ว่ามีเทคนิคที่ดีกว่าเขาเสียอีก