100 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของโลกปี 2015 : อันดับ 9 เซร์คิโอ อเกวโร

เราอาจจะเคารพฝีเท้าของบรรดาดาวดังตอนที่ค้าแข้งนอกลีกอังกฤษก็จริง แต่เมื่อพวกเขาเหล่านั้นค้าแข้งในแดนผู้ดี เรามักกลับไม่รู้สึกชื่นชมอย่างที่ควรจะเป็น

อลัน เชียเรอร์ ถูกมองว่าเป็นไอ้งั่งที่ชอบชักศอกใส่ชาวบ้านผู้เคยถีบหัว นีล เลนนอน ส่วน เดวิด เบ็คแฮม คือตัวตลกที่ชอบแต่งตัวเสร่อๆ ขณะที่ เธียร์รี อองรี ถูกคิดว่าเป็นพวกหลงตัวเองที่โกงไอร์แลนด์เพื่อให้ฝรั่งเศสผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก ปี 2010 คริสเตียโน โรนัลโด้ ตอนเล่นพรีเมียร์ลีกช่วงแรกๆก็โดนแซวเรื่องผมปอยว่า “อะไรอยู่ที่หัวแกน่ะ?” ทางด้าน สตีเวน เจอร์ราร์ด เองก็ยังเคยถูกตำหนิว่าจ่ายบอลขวางสนามพร่ำเพรื่อ แกเร็ธ เบล ก็โดนวิจารณ์ท่าแสดงความดีใจว่าสุดเห่ย นี่ยังไม่รวม หลุยส์ ซัวเรซ ที่มีเรื่องล้อได้เป็นวันเลยทีเดียว 

เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกที่

มันเป็นสิ่งที่แฟนบอลใช้หลีกเลี่ยงการชื่นชมซูเปอร์สตาร์ทีมคู่แข่งอย่างเปิดเผย จนกระทั่ง เซร์คิโอ อเกวโร เข้ามา เขาใช้วิธียิ้มอย่างสุภาพขณะที่เดินอยู่ข้างๆเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมโปรดของคุณ ก่อนจะยิงผ่านมือผู้รักษาประตูด้วยความเคารพซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นั่นอาจเป็นเพราะอเกวโรเป็นคนอารมณ์ดีและมีอารมณ์ขันในตัวเอง โดยเมื่อตอนที่ แอนดรูว์ เมอร์เรย์ ทีมงานโฟร์โฟร์ทูได้ขอให้นิยามตัวเองมา 3 คำในปี 2014 เขาตอบกลับมาว่าเป็นตลก “ตลก, อบอุ่น และเป็นพ่อที่ดีของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน”
 
ซึ่งก็อย่างที่คุณเห็นนั่นล่ะว่ามันเกินกว่า 3 คำ แต่เขาก็นิสัยดีมากจนเรายกโทษให้ อเกวโรมีความสุขในการเล่นซึ่งแสดงออกจากรอยยิ้มบนใบหน้ารวมถึงความกระตือรือร้นแบบเด็กๆที่มีใจรักในลูกหนัง และมันก็แพร่ไปยังคนอื่นๆด้วย เขาอาจพาทีมชนะได้ด้วยตัวคนเดียวก็จริง แต่การคว้าชัยไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับดาวเตะวัย 27 ปีคนนี้ เขาแค่ต้องการที่จะสนุกสนานไปกับมันและทำให้คนอื่นที่อยู่รอบๆเขามีความสุขด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจเลยทีเดียว

“นั่นคือสิ่งที่เป็นตัวตนของผมมาตลอด” สตาร์ร่างเล็กบอกกับเราเมื่อปีก่อน “ตอนสมัยเรียน คุณครูบอกกับผมว่า ‘โอเค โอเค เซร์คิโอ พอได้แล้ว เรามาจริงจังกันสักนาทีนะ’ แต่ผมก็ยังหัวเราะร่าและสนุกสนานกับตัวเองเหมือนเดิม ผมแค่ชอบทำอะไรไร้สาระและเป็นตัวฮา ถึงในสนามผมจะไม่ได้ยิ้มตลอดทั้งเกม แต่ผมก็ชอบสนุกสนานกับตัวเองเพราะนั่นสามารถดึงสิ่งที่ดีที่สุดของผมออกมาได้”

“ผมชอบทำอะไรตลกๆระหว่างเกมเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ผมจำได้ว่ามีอยู่หนนึงในเกมกับนิวคาสเซิล ผมยืนอยู่ข้างๆ โฮนาส กูเตียร์เรซ แล้ว (ดาบิด) ซิลบา ก็กำลังเดินไปเตะมุมแล้วก็ทำท่าอย่างนี้ (กวักมือเรียก) ใส่ผม แต่ผมเดินกลับไปหาโจนาสที่เป็นเพื่อนร่วมทีมชาติอาร์เจนติน่าแล้วพูดว่า ‘เฮ้ เพื่อน เป็นไงบ้าง?’ เขาตอบมาว่า ‘ก็ดี กุน นายก็รู้นี่ เหมือนเดิมแหละ อาการบาดเจ็บเป็นไงบ้าง?’ ‘ก็ไม่ได้เลวร้ายนะ ขอบใจมาก เฮ้ย มีคนเรียกแกอยู่ตรงโน้นว่ะ’ แล้วขณะที่เขาหันไปดู ผมก็วิ่งไปหาซิลบาแล้วเล่นเตะมุมสั้นๆ! ที่จริงไม่มีใครเรียกเขาหรอก และเราก็ได้เตะมุมอีกรอบ ดังนั้นผมเลยกลับมาที่กรอบเขตโทษ เขาตะคอกใส่ผมว่า ‘แกนี่มันจริงๆเลยนะ! ฉันจะฆ่าแกถ้าเล่นอย่างนี้อีก’ แต่เราก็เฮฮากันนะเมื่อพูดถึงมันหลังจบเกม ผมคิดว่าการทำตัวให้สนุกสนานตลอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยนะ”

ความสำเร็จส่วนตัว

ถึงแม้ว่าจะปราศจากถ้วยรางวัลในปี 2015 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอเกวโรจะไม่มีผลงานในปีนี้ให้พูดถึงเสียเลยทีเดียว โดยในเดือนเมษายนเขาทำประตูที่ 100 ในสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” แพ้ 4-2 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดแบบสุดระทึก ก่อนที่เดือนต่อมาเขาจะยิงประตูที่ 26 ของตัวเองในพรีเมียร์ลีกซีซั่นที่แล้วพร้อมกับคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดเหนือนักเตะอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า, แฮร์รี เคน และ อเล็กซิส ซานเชซ โดยผลงาน 9 ประตูจาก 7 นัดสุดท้ายในลีกทำให้เขาแซงหน้าคนอื่นๆ

จากนั้นก็บินไปชิลีเพื่อทำศึกโคปา อเมริกา โดยอเกวโรมีบทบาทสำคัญกับทีมชาติอาร์เจนติน่าเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาด้วยการทำประตูในเกมกับปารากวัยและอุรุกวัยในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะสอยตาข่ายปารากวัยได้อีกครั้งในรอบรองชนะเลิศ และจะถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังของนัดชิงที่พ่ายจุดโทษต่อเจ้าภาพไปในที่สุด
 
เขาเริ่มต้นฤดูกาล 2015-16 ด้วยประตูสุดสวยในเกมกับเชลซี โดยใช้ร่างกายส่วนบนที่หนาบัง เนมานยา มาติช แล้วโชว์สเต็ปเท้าโยกหลอก แกรี เคฮิลล์ ก่อนจะยิงเล่นทางผ่านมือ อัสมีร์ เบโกวิช อย่างเหนือชั้น

ไม่ยอมแพ้กับอาการบาดเจ็บ

ดูเหมือนว่าอเกวโรฝืนลงเล่นโดยที่มีอาการเจ็บหรือไม่ก็กล้ามเนื้อตึงติดตัวอยู่ตลอด และเป็นระยะเวลาร่วมเดือนเลยทีเดียวกว่าประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีกของเขาจะมาถึง และเมื่อทำได้ในนาทีที่ 42 ของเกมที่เปิดบ้านเจอนิวคาสเซิล อีก 4 ลูกก็ไหลมาอย่างรวดเร็วภายในเวลา 24 นาที ซึ่งมันดูโหดร้ายเกินไปสักหน่อยสำหรับผู้มาเยือนจน มานูเอล เปเยกรินี ต้องแสดงความปราณีด้วยการถอดเจ้าตัวออกในนาทีที่ 66 หลังจากแนวรับอันยุ่งเหยิงของนิวคาสเซิลโดนถลุงไม่มีชิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นแฟนบอล “สาลิกาดง” เองก็ยังรู้สึกอยากลูบหัวอเกวโรด้วยความเอ็นดูมากกว่าที่จะอยากบีบคอเขาอยู่ดี
 
แต่ในที่สุดสตาร์อาร์เจนไตน์ก็ยอมจำนนต่ออาการบาดเจ็บจนได้ เมื่อแฮมสตริงเกิดฉีกขาดในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับเอกวาดอร์จนต้องพัก 6 สัปดาห์ ทำให้ซิตี้ต้องต่อสู้โดยที่ไม่มีเขา ถึงแม้ว่าซิตี้ดูเกือบจะไม่มีพิษสงเลยในเกมที่เสมอแบบไร้สกอร์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดและวิลล่าพาร์คก็ตาม
 
เขากลับมาลงสนามได้ในเกมที่แพ้ลิเวอร์พูล 4-1 แต่ถึงแม้จะเป็นคืนแห่งความผิดหวังสำหรับลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี เจ้าตัวก็ยังอุตส่าห์ยิงได้จากจังหวะที่เลี้ยงตัดเข้าในก่อนจะปั่นเสียบเสาไกลผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์
 
และถ้าเขาพาทีมประสบความสำเร็จอย่างสวยหรูในปี 2016 เหมือนอย่างที่ร่ายมนตร์ในสนาม จะมีใครพูดว่าเขาไม่สมควรได้ถ้วยรางวัลติดมือไหม?