100 สุดยอดสังเวียนแข้งจากทุกมุมโลก : 100-91

นี่คือเรื่องราวของการจัดอันดับ 100 สนามที่ยอดเยี่ยมน่าสนใจมากที่สุดในโลก... จะมีสนามไหนอยู่ในหัวใจคุณบ้าง? ติดตามซีรี่ย์นี้ของพวกเรา

Stamford Bridge

100. สแตมฟอร์ด บริดจ์

Stadium facts

  • สถานที่ : ลอนดอน, อังกฤษ
  • เปิด : ปี 1877
  • เจ้าของ : เชลซี
  • ความจุ : 41,798
  • สถิติผู้ชม : 82,905

แม้ว่าจะถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง อาร์ชิบัลด์ ลีทช์ แต่สนามแห่งนี้กลับไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่หลายคนคิด เริ่มตั้งแต่สแตนด์แปลกประหลาดฝั่งทิศเหนือที่มีอายุถึงปี 1975 ตลอดจนหลังคาแบบโบราณ และ สแตนด์ฝั่งทิศตะวันออกที่เกือบทำให้สโมสรต้องล้มละลาย ดูเหมือนว่า”สแตมฟอร์ด บริดจ์”ดูผิดเพี้ยนตั้งแต่เริ่มสร้าง

Stamford Bridge

อย่างไรก็ดี สิงห์บลูตัดสินใจปรับปรุงที่นี่ใหม่และขยับที่นั่งแฟนบอลติดกับสนาม พร้อมทำสถิติเป็นสังเวียนแข้งที่ใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอนก่อนโดนทำลายในภายหลัง ปัจจุบันพวกเขากำลังวางแผนเพิ่มความจุของสนามแห่งนี้เป็น 60,000 ที่นั่ง หากทำสำเร็จแน่นอนว่ามันจะช่วยยกระดับสโมสรขึ้นไปอีกขั้น

National Stadium

99. เนชันแนล สเตเดียม

Stadium facts

  • สถานที่ตั้ง เกาสง,ไต้หวัน
  • เปิดใช้  ปี 2009
  • ความจุ   55,000 
  • สถิติผู้ชม

สนามกีฬาขนาดยักษ์ของไต้หวัน เป็นสถาปัตยกรรมในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ถึงการออกแบบที่หลายคนมองว่าลักษณะภายนอกดูคดเคี้ยวเหมือนกับงู แต่ในความเป็นจริงผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากมังกร สัตว์มงคลของคนไต้หวันซึ่งมีเชื้อสายจีน หลังคาอัฒจรรย์ทอดยาวออกมาภายนอก ซึ่งด้านบนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ มีพื้นที่รวมกัน  14,000 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็น 80 % ของพื้นที่ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้า หลายคนอาจไม่ทราบว่า ผู้ออกแบบสนามแห่งนี้คือ โตโย อิโตะ สปาปนิกชาวญี่ปุ่น

Inside

สนามแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขัน เวิลด์เกมส์ 2009 ซึ่งเป็นกีฬาที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในโอลิมปิกเกมส์ อาทิ ซูโม่,เปตอง ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นสังเวียนรองรับแมตช์ระหว่าง ไต้หวัน เสมอ บรูไน 1-1 เมื่อเดือนมีนาคม แต่มีแฟนบอลเข้าไปชมเพียง 6,273 คน บ่งบอกว่าฟุตบอลอาจไม่ใช่กีฬาที่ชาวไต้หวันนิยมมากนัก แต่หากใครมีโอกาสผ่านไปย่านเกาสง น่าจะแวะเวียนไปเยี่ยมชมสนามแห่งนี้บ้าง

Minerao

98. มิเนโร่ (มีเนย์เรา)

Stadium facts

  • ตั้งอยู่ที่ : เบโล่ ฮอริซอนเต้ (บราซิล)
  • เปิดใช้งาน : 1965
  • ที่ตั้งของทีม : ครูไซโร่
  • ความจุ : 62,547 คน
  • สถิติผู้ชมสูงสุด : 132,834 คน

เอส ตาดิโอ โกเวอร์นาดอร์ มากัลฮาเอส ปินโต้ คือชื่อสนามอย่างเป็นทางการ แต่จะเปํนที่รู้จักกันดีในชื่อชองมีเนย์เราซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมือง เบโล่ ฮอริซอนเต้ใน ในย่าน ปัมปูล่า สนามแห่งนี้ออกแบบโดย ออสก้าร์ เนียเมเยอร์ ซูเปอร์สตาร์สถาปนิก ซึ่งมีผลงานออกแบบทั้ง ถนน,บ้าน,ทะเลสาบจำลอง, คาสิโน, คริสตจักร ซึ่งสถานที่เหล่านี้ในวันนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นสวรรค์ของสถาปนิก
 
สโมสรในเมืองนี้มีเพียงสนามเล็ก และต้องการที่จะมีสนามที่ใหญ่เพื่อรองรับประชากรที่เติบโตขึ้น จึงได้สร้างสถาปัตยกรรมที่น่าประหลาดใจในย่านปัมปูล่า และก็มีขนาดเป็นรองเพียงแค่ มาราคาน่า ซึ่งเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล และเป็นสนามที่ได้ใบรับรองทางด้านพลังงาน และการออกแบบสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างระบบการรับรองอาคารสีเขียวในระดับสากล

Construction

คำเตือน : มีเนย์เรา ไม่ใช่ มิเนยราโซ่ และที่แห่งนี้ยังเป็นสังเวียน ที่ไม่น่าจดจำในเกมที่ บราซิล พ่ายให้กับ เยอรมนี 1-7 ในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เมื่อปี 2014  ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่ บราซิล หวังจะเป็นแชมป์ในการเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1950 แต่ต้องพ่ายในรอบชิง ชนะเลิศให้ อุรุกวัย ที่มาราคาน่า ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมกว่า เกือบ 2 แสนคน

Karaiskakis

97. คาราอิสคาคิส สเตเดี้ยม

Stadium facts

  • ที่ตั้ง กรุงเอเธนส์,กรีซ
  • เปิดใช้   1895
  • สโมสร โอลิมเปียกอส,ทีมชาติกรีซ
  • ความจุ 33,296 
  • สถิติผู้ชม ไม่ระบุ

ที่มาของสนามแห่งนี้อาจแตกต่างจากที่อื่น เพราะตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ จอร์จอส คาราอิสคาคิส วีรบุรุษผู้มีส่วนร่วมเรียกร้องเอกราชให้กรีซ สังเวียนแห่งนี้เคยให้เป็นสนามกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปี 1896 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโอลิมปิกสมัยใหม่ ซึ่งหลังจากนั้น คาราอิสคาคิส ได้กลายเป็นรังเหย้าของทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการฟุตบอลกรีซ 
 
โอลิมเปียกอส  เป็นทีมที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดกรีซมากที่สุด 42 สมัย ขณะเดียวกันสนามแห่งนี้เคยผ่านเหตุ โศกนาฏกรรม "เซเว่น เกท" เมื่อปี 1981 เมื่อแฟนบอลเบียดเสียดกันบริเวณประตูทางออก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนเก้าอี้เป็นสีดำจำนวน 21 ตัว เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

Inside 2

คาราอิสคาคิส ถูกใช้เป็นสนามรองรับโอลิมปิกเกมส์อีกครั้งในปี 2004 โดยปรับปรุงให้ใช้เป็นสนามฟุตบอลอย่างเดียวในเอเธนส์เกมส์ครั้งนั้น นอกจากนี้ ฟีฟ่า ยังจัดให้  คาราอิสคาคิส อยู่ในระดับมาตรฐานกลุ่ม 4 และบรรยากาศที่สนามแห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษในเกมดาร์บี้แมตช์กรีซระหว่าง โอลิมเปียกอส พบกับคู่ปรับตลอดกาล พานาธิไนกอส

King Fahd

96. คิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม

Stadium facts

  • ที่ตั้ง ริยาร์ด ,ซาอุดิ อาระเบีย
  • เปิดใช้ 1987
  • สโมสร อัล ฮิลาล,อัล นาสเซอร์,อัล ชาบับ
  • ความจุ 68,752
  • สถิติผู้ชม 68,752 

นอกจากสนามที่เมืองมิลาน,กรุงโรม รวมทังที่มิวนิค ที่มีหลายทีมใช้สนามรังเหย้ารวมกันแล้ว สนามคิง ฟาฮัด สเตเดี้ยมในกรุงริยาร์ด ก็เป็นอีกแห่งที่ 3 ทีมยักษ์ของลีกทั้ง อัล ฮิลาล,อัล นาสเซอร์ และอัล ชาบับ ใช้สังเวียนเหย้าร่วมกัน
 
สนามแห่งนี้ก่อสร้างในปี 1987 ด้วยงบมหาศาลกว่า 510 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ หรือประมาณ 17,800 ล้านบาท มีจุดเด่นที่โครงสร้างหลังคาที่ถือเป็นต้นแบบให้สนามฟุตบอลอีกหลายแห่ง ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 47,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่ 24 ต้น บวกกับเตนท์ผ้าใบสไตล์อาหรับ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์แห่งดินแดนทะเลทราย 
 
หลังจากเปิดใช้ได้ 2 ปี สนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสังเวียนนัดชิงฟุตบอลเยาวชนโลก นัดชิง รวมทั้งเพิ่งเป็นสนามนัดชิงฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์ รอบชิงชนะเลิศนัด 2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่ง เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ บุกมาชนะเสมอ อัล ฮิลาล 0-0 ก่อนคว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 1-0 

Inside 96

นอกจากนี้ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ของบาร์เซโลนา พร้อมเพื่อนร่วมทีมชาติอาร์เจนตินา เคยลงฟาดแข้งที่สนามแห่งนี้มาแล้วเมื่อปี 2012 โดยนอกจากจะใช้เป็นรังเหย้าของ 3 ทีมดังแล้ง ยังใช้เป็นสนามเหย้าของทีมเศรษฐีน้ำมัน รวมทั้งฟุตบอลทัวร์นาเมนต์พิเศษหลายรายการ แต่อย่างที่ทราบกันว่าธรรมเนียมของชาติมุสลิม ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปชมเกมในสนามแห่งนี้ได้

BC Place

95. บีซี เพลส

Stadium facts

  • ที่ตั้ง : แวนคูเวอร์, คานาดา
  • ปีที่เปิด : 1983
  • ทีมเหย้า : แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์, บีซี ไลออนส์
  • ความจุ : 54,500 ที่นั้ง (21,000 ที่นั่งสำหรับเกมในเมเจอร์ลีกฯ)
  • สถิติผู้เข้าชมสูงสุด : 25,483 คน

บีซี เพลส นับเป็นอีกหนึ่งสังเวียนแข้งที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักอย่างมากในแคนาดา เพราะมันคือรังเหย้าของ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ทีมดังที่ลงโม่แข้งใน เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ ข้อที่น่าเสียคือแม้มันจะมีความจุสูงสุดกว่า 50,000 ที่นั่ง แต่เนื่องจากกฏลีกปรับให้สนามแห่งนี้สามารถจุคนได้เต็มที่แค่ 20,000 ที่นั่งเท่านั้น 
 
...ชื่อสนามอาจฟังดูล้าสมัย หากแต่โครงสร้างและภาลักษณ์ภายนอกสนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดการที่ล้ำสมัย จุดเด่นของมันคือภาพเคเบิ้ลเหล็กนับร้อยเส้นที่ผูกโยงเชื่อมกันเป็นหลังคา และสกอร์บอร์ดขนาดใหญ่มโหฬารที่ถูกแขวนโดดเด่นเหนือสังเวียนผืนหญ้าด้านล่าง
Inside BC Place

หากมีโอกาสไปเยืองเมืองแวนคูเวอร์ และ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ มีคิวลงเล่นกับคู่ปรับบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง ซีแอตเทิล ซานว์เดอร์ส หรือ พอร์ทแลนด์ ทิมเบอร์ส เราขอแนะนำให้คุณรีบซื้อตั๋วเพื่อร่วมดื่มด่ำกับบรรยากาศกองเชียร์ที่มีชีวิตชีวาและอบอุ่นเร้าใจ ...รับรองว่ามันจะเป็นประสบการณ์การเชียร์เกมฟุตบอลที่คุณจะไม่มีทางลืม

Mohammed V

94. สต๊าด มาฮัมเหม็ด วี

Stadium facts

  • ที่ตั้ง : คาซาบลังก้า, โมร็อคโค
  • ปีเปิด : 1955
  • เจ้าของสนาม : รายา คาซาบลังก้า, วีดัด คาซาบลังก้า, ทีมชาติโมร็อคโค
  • ความจุ : 67,000 คน
  • สถิติผู้ชม : 100,000 คน

รั้งเหย้าของโมร็อคโคถือเป็นหนึ่งในสนามในทวีปแอฟริกาที่ทุกคนต้องเข้ามาสัมผัสบรรยากาศสักครั้ง สนามแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นในปี 1955 ด้วยความจุในตอนแรกเริ่ม 30,000 ที่นั่ง จากนั้นมีการปรับปรุงสนามและขยายความจุซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการยื่นข้อเสนอจัดศึกฟุตบอลโลก 2010 ของโมร็อคโค แม้ว่าพวกเขาต้องอกหักแต่สนามแห่งนี้ก็ทำสถิติมียอดผู้ชมสูงสุดแตะหลัก 1 แสนคน ในเกมดาร์บี้แมทช์เมืองคาซาบลังก้า ระหว่าง วีดัด พบ รายา เมื่อปี 1997

Inside Mohammed

บรรยากาศในสนามยังคงมีความสวยสดงดงามเหมือนในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมดาร์บี้แมทช์ของสองทีมคู่ปรับร่วมเมือง แม้ว่าปัจจุบันจะมีการติดตั้งที่นั่งทั่วทั้งสนามแล้วก็ตาม สต๊าด มาฮัมเหม็ด วี เคยผ่านการจัดศึกแอฟริกัน คัพ ออฟเนชันส์ เมื่อปี 1988 และได้รับการยกย่องว่าเป็นขุมนรกสำหรับทีมเยือน

Friends Arena

93. เฟรนด์ส อารีน่า

Stadium facts

  • ที่ตั้ง : สตอกโฮล์ม, สวีเดน
  • ปีที่เปิด : 2012
  • ทีมเหย้า : ทีมชาติสวีเดน, เอไอเค โซลน่า
  • ความจุ : 50,000 ที่นั่ง
  • สถิติผู้เข้าชมสูงสุด : 49,967 คน

เฟรนด์ส อารีน่า คือสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในแถบสแกนดิเนเวียและแม้ว่ามันเพิ่งจะเปิดทำการได้เพียง 3 ปี แต่ลูกโอเวอร์เฮดคิกสุดงามของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าทีมชาติสวีเดนในนัดพลิกล็อคเอาชนะ “ทรีไลอ้อนส์” ทีมชาติอังกฤษ 4-2 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 (ซึ่งนับเป็นนัดประเดิมรังเหย้าแห่งนี้) ก็ทำให้มันถูกจดจำเป็นหนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอลสมัยใหม่
 
งบประมาณจำนวนหนึ่งพันล้านโครนสวีเดีนหรือ 4.17 พันล้านบาทถูกทุ่มลงไปสำหรับใช้ก่อสร้างสนามมาตรฐานระดับโลกแห่งนี้ สแตนด์ยืนสามชั้นและหลังคาเหล็กอันแข็งแกร่งทำให้ใครก็ตามที่ได้มาเยือนต้องประทับใจกับความเรียบง่ายทว่ายิ่งใหญ่ของมัน โดยสนามแห่งนี้เป็นรังเหย้าอย่างเป็นทางการของทีมชาติสวีเดนและสโมสรจากลีกสูงสุดในประเทศอย่าง เอไอเค โซลน่า

Friends Arena inside

…บรรยากาศในเกมทีมชาติอาจค่อนข้างเงียบเหงาเล็กน้อย แต่หากได้มาชมการแข่งขันในเกมสโมสรของ เอไอเค แล้วล่ะก็มันจะกลายเป็นภาพประทับใจที่ไม่มีทางลืมเลยทีเดียว - ลี โรเดน

Nemesio Camacho

92. เอสตาดิโอ เนเมซิโอ คามาโช่

Stadium facts

  • ตั้งอยู่ที่ : โบโกต้า, โคลอมเบีย
  • เปิดใช้งาน : 1965
  • ที่ตั้งของทีม : มิโญนาริออส,อินเดเพนดิเอ็นเต้ซานตาเฟ
  • ความจุ :  36,343 คน
  • สถิติผู้ชมสูงสุด : 49,000 คน

หลายๆคนคงเชื่อว่าเนเมซิโอคามาโช่เป็นนักเตะสตาร์ของโคลอมเบีย  ในยุคๆหนึ่งแต่นั่นผิดถนัด  โดยในปี 1930  หลุยส์ซึ่งเป็นลูกชายของคามาโช่  ได้บริจาคที่ดินที่ให้สร้างสนามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่อยู่ในเมืองหลวงพร้อมกับมีเงื่อนไขว่าจะต้องตั้งชื่อสนามเป็นชื่อบิดาของเขา
 
แม้ว่าสนามแห่งนี้จะเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อทั่วไปว่าเอลแคมปิน (El Campin) ซึ่งหมายถึงการสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ก่ใช้เป็นที่ในการตั้งแคมป์มาก่อนสนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้่นเพื่อเป็นของขวัญในการฉลองที่เมืองครบรอบ 400 ปีโดยฝีมือการออกแบบของเฟเดริโก้เลเดอร์มูลเลอร์ชาวเยอรมันที่สร้างสรรค์พื้นที่ลาดชันของภูเขาให้ออกมาเป็นสนามอย่างสวยงาม

Inside Nemesio Camacho

ในช่วงท้ายของศตวรรษ  เอลแคมปิน (El Campin) สร้างบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับฟุตบอล แต่สนามก็มีโครงร่างที่ไม่ดี “พวกเราชอบสนามแบบเดิมๆ แต่นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนเกลียด”หลุยส์ คาเญฆาส สถาปนิกชาวโคลอมเบีย ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบูรณะครั้งใหญ่ ได้ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเข้ากับยุคสมัย แม้กระทั่งหลังคาที่รองรับกับสถานการณ์แผ่นดินไหว ได้กล่าวไว้ ซึ่งสนามแห่งนี้ได้รับการปรับปรุ่งล่าสุด เพื่อนเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ยู-20 เมื่อปี  2011

Stadium Australia

91 .สเตเดี้ยม ออสเตรเลีย

Stadium facts

  • ที่ตั้ง : ซิดนีย์,ออสเตรเลีย
  • เปิดใช้ : 1999
  • สโมสร : ทีมชาติออสเตรเลีย
  • ความจุ : 83,500
  • สถิติผู้ชม : 114,714

สเตเดี้ยม ออสเตรเลีย เปิดใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ปี 1999  สร้างขึ้นเพื่อเป็นสนามกีฬาสำหรับโอลิมปิกเกมส์ ที่ซิดนีย์ เมื่อปี 2000  ชาวเมืองซิดนีย์ต่างมีความภาคภูมิใจกับสนามแห่งนี้ ซึ่งยอดเดิมมีความจุมากกว่า 1 แสน 1 หมื่นคน และหลังจากนั้นไม่นาน สเตเดี้ยม ออสเตรเลีย ก็ได้รับการบันทึกสถิติยอดผู้ชมสูงสุดในโลก สำหรับการแขงขันรักบี้ลีกอาชีพ
 
นอกจากนี้ ออสเตรเลีย ยังมีอีก 1 ความภาคภูมิใจเมื่อโอลิมปิกเกมส์ที่นครซิดนีย์ ได้รับเสียงชื่นชมและยกย่องจาก ฮวน อันโตนิโอ ซามารานช์ อดีตประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ยกให้ ซิดนีย์เกมส์ คือโอลิมปิกเกมส์ที่ดีที่สุด 

Inside Stadium Australia

สเตเดี้ยม ออสเตรเลีย ถูกปรับปรุงครั้งสำคัญในปี 2003 เมื่อมีการลดความจุเหลือ 83,500 ที่นั่ง ก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมา สนามแห่งนี้กลายเป็นสังเวียนประวัติศาตร์ เมื่อทีมซอคเกอร์รูส์ ออสเตรเลีย ดวลจุดโทษชนะ อุรุกวัย ในรอบเพลย์ออฟ คว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายสมัยที่ 2 ในปี 2006 ที่ประเทศเยอรมัน  
 
ด้านแอนดี้ แจ็คสัน ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรของ FourFourTwo เล่าให้ฟังว่า เขาไม่เคยลืมวินาทีที่ จอห์น อลอยซี่ ซัดจุดโทษตุงตาข่ายให้ ออสเตรเลีย เอาชนะ จอมโหด อุรุกวัย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเวิลด์คัพ ครั้งแรกในรอบ 32 ปี ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 8 หมื่นคนที่เข้ามาเป็นสักขีพยาน เป็นบรรยากาศที่สุดยิ่งใหญ่ แฟนบอลส่งเสียงเชียร์กันแบบไม่หยุดหย่อน ตลอดเวลากว่า 2 ชั่วโมงที่ทั้งสองทีมดวลกัน  ทั้งในช่วง 90 นาทีปกติ บวกกับช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที เพื่อหาผู้ชนะ และหลังจากช่วงดวลจุดโทษเสร็จสิ้นลงพร้อมกับความสมหวังของแฟนบอลและนักเตะเจ้าบ้าน ทำให้ สเตเดี้ยม ออสเตรเลีย ได้บันทึกประวัตศาตร์ของวงการลูกหนังออสซี่ในค่ำคืนนั้น ขึ้นมาทันที