100 สุดยอดสังเวียนแข้งจากทุกมุมโลก : อันดับ 1

ด้วยรูปทรงที่ผิดแผกจากปกติ, การสร้างที่รองรับแรงเขย่าของแฟนๆ และอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะถูกทุบทิ้งหรือไม่ ทำให้ลา บอมโบเนรา คือสนามอันดับ 1 ของเรา และ มาร์ติน มาเซอร์ จะมาอธิบายว่าทำไม...

มันคือความสวยงามทางสถาปัตยกรรมที่คอบอลทุกคนควรจะไปที่นั่นให้ได้สักครั้งในชีวิต ความดีงามของมันเกิดขึ้นจากพื้นที่อันคับแคบพอที่จะสร้างได้แค่อัฒจันทร์ไม้เล็กๆในย่านศิวิไลซ์ของลา โบคา ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างสนามคอนกรีตขนาดใหญ่สำหรับสโมสรที่มีแฟนบอลเจ๋งที่สุดของอาร์เจนติน่าอย่างโบคา จูเนียร์ส

STADIUM FACTS

    • ที่ตั้ง: บัวโนส ไอเรส, อาร์เจนติน่า
    • เปิดใช้: 1940
    • ทีมเหย้า: โบคา จูเนียร์ส
    • ความจุ: 49,000
    • สถิติผู้ชมสูงสุด: 57,395

แต่แทนที่จะมองหาที่ใหม่และเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในการย้ายบ้านที่เป็นเหมือนจิตวิญญาณของพวกเขา สโมสรกลับแก้ปัญหาด้วยการสร้างสนามขนาดพอเหมาะขึ้นตรงที่เก่า ซึ่งจากแผนการอันทะเยอทะยานของพวกเขาเมื่อปี 1934 ตัวสนามจะประกอบด้วยอัฒจันทร์ที่มี 3 ชั้น และด้วยพื้นที่ทุกตารางนิ้วอันมีค่า ทำให้อัฒจันทร์แนวดิ่งต้องวางที่นั่งแบบซ้อนขึ้นไปติดๆกัน

 

ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นสนามรูปตัว D อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเสียงอันก้องกังวานบวกกับแฟนบอลอันแน่นขนัดทำให้มันได้รับฉายาว่าลา บอมโบเนรา ที่แปลว่ากล่องช็อคโกแลต โดย ดีเอโก้ มาราโดนา ที่เคยเล่นที่นี่เมื่อปี 1981 และระหว่างปี 1995 ถึง 1997 รวมถึงเลือกให้เป็นสนามที่ใช้จัดเทสติโมเนียลแมตช์ที่เขาเล่นร่วมกับ ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ, ชิโร แฟร์รารา, ดาวอร์ ซูเคอร์ และคนอื่นๆ ได้ให้คำจำกัดความว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในโลกลูกหนังที่หนึ่งเลยทีเดียว

โดยอัฒจันทร์ชั้นแรกถือว่าสร้างง่ายแค่แทนที่อัฒจันทร์ไม้ที่มีอยู่แล้วเท่านั้น ขณะที่ชั้น 2 เปิดให้ใช้ในอีก 1 ปีหลังจากนั้นนั่นก็คือปี 1941 แต่ชั้น 3 ถือว่ายากเอาการเพราะต้องใช้พื้นที่มากกว่าที่มีอยู่ในบอมโบเนรา ทำให้วิศวกรต้องสร้างให้มีความลาดชันเป็นพิเศษก่อนจะแล้วเสร็จในปี 1951 และจากมุมมองที่เหมือนชมเกมอยู่บนสวรรค์จึงไม่เหมาะแน่นอนสำหรับคนที่กลัวความสูง

กล่องช็อคโกแลตสั่นได้

มีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่ชอบพูดกันในหมู่ชาวอาร์เจนไตน์ว่า “ลา บอมโบเนรา โน เทียมบลา” อันแปลได้ว่า “บอมโบเนรา ไม่ได้สั่น แต่มันเป็นจังหวะ” มันเปรียบเสมือนสนามที่มีลมหายใจและมีชีวิต ซึ่งมาจากการที่แฟนๆร้องเพลง, ปรบมือ และ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง) เขย่าจนทำให้พื้นสั่นเหมือนแผ่นดินไหวระดับย่อมๆ

 

เอร์นาน เครสโป ตำนานทีมคู่รักคู่แค้นของโบคาอย่างริเวอร์เพลท เผยว่าตัวเองถึงกับช็อคเมื่อลงเล่นครั้งแรกที่นั่น “ผมคิดว่าขาของตัวเองสั่นไปหมด” อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าอธิบาย “จากนั้นผมถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะแฟนบอลนั่นเอง ถ้าคุณอายุ 18 เท่าผมในตอนนั้น คุณจะเข้าใจได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

ขณะเดียวกันทางด้าน อาเรียล คราซูสกี้ กองกลางชาวอุรุกวัยที่คว้าแชมป์ลีกกับโบคา จูเนียร์ส เมื่อปี 1981 ก็รู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวอยู่ใต้เท้าของตัวเองตอนที่ลงเล่นในกล่องช็อคโกแลตครั้งแรก

“ตอนที่ผมลงไปในลา บอมโบเนรา ครั้งแรก ผมเริ่มวิ่งวอร์มและรู้สึกเหมือนพื้นมันสั่นๆ” คราซูสกี้รำลึกความหลัง “ตอนแรกผมคิดว่าขามันสั่นไปเอง และผมก็คิดว่าตัวเองประหม่าจนถึงขนาดขาสั่นเลยหรอ? เพราะปกติผมเป็นคนนิ่งๆและไม่รู้สึกถึงความกดดันอยู่แล้ว”

 

“จากนั้นผมถึงรู้ว่าไม่ได้มาจากตัวผม แต่เป็นเพราะสนามมันสะเทือน ตอนหลังผมถึงรู้ว่ามันเกิดขึ้นกับนักเตะทุกคน เมื่อลา บอมโบเนราเต็มความจุและแฟนๆทุกคนร้องเพลงคุณจะรู้สึกได้ถึงพลัง และมันไม่ได้มีผลในเรื่องของจิตใจเท่านั้น แต่ยังเป็นร่างกายด้วย”

นรกทีมเยือน

อย่างที่คราซูสกี้และเครสโปรวมถึงนักเตะอีกหลายร้อยคนรู้สึกว่าการสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้มาจากการคิดไปเอง ซึ่ง วิคตอร์ ซูลซิช สถาปนิกชาวสโลวีเนียได้ออกแบบไว้แล้วให้ลา บอมโบนารา ทนต่อแรงสั่นสะเทือนเหมือนกับตึกในซานฟรานซิสโกและโตเกียวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับแผ่นดินไหว

 

ไม่ใช่แค่นักเตะหนุ่มๆเท่านั้นที่รู้สึกกลัวกับสนามแห่งนี้ ในปี 2015 เว็บไซต์ที่เป็นทางการของโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ได้ทำโพลล์ออกมาสอบถามว่าสนามใดในรายการนี้ที่ ‘น่ากลัว’ ที่สุด ปรากฏว่าลา บอมโบเนรา มาเป็นอันดับ 1

 

ซึ่งถือว่าไม่ยากเลยที่จะหาเหตุผลว่าทำไม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 นักเตะริเวอร์เพลทที่มาเยือนถูกป่วนด้วยสเปรย์พริกไทย ขณะที่โบคา จูเนียร์ส ถูกแบนไม่ให้แฟนบอลเข้าสนามถึง 7 ครั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นมาจากการที่สาวกคนหนึ่งลงมาในสนามระหว่างเกมโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส แล้วไปต่อย โบโฟ เบาติสต้า ผู้เล่นของกัวดาลาฮาราก่อนจะหนีไป

แน่นอนว่าลา บอมโบเนรา ไม่ใช่สถานที่สำหรับพวกใจเสาะ บ่อยครั้งที่นักเตะฝั่งตรงข้ามจะต้องวิ่งฝ่ามิสไซล์และเสียงข่มขวัญเพื่อไปเตะมุม บวกกับบรรยากาศอันเขย่าประสาททำให้โบคาแพ้ในเกมโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส คาบ้านเพียงแค่ 11 ครั้งเท่านั้น และยังมีอัตราชนะเกือบ 80% ที่ลงเตะในรังอีกด้วย

 

แค่ดูบรรดาแฟนบอลของโบคาที่มีฉายาว่า “เอล ฆูกาดอร์ นูเมโร โดเซ (นักเตะคนที่ 12)” ก็คุ้มค่าแก่การตีตั๋วชมแล้วแม้ว่าเกมนั้นจะเสมอ 0-0 ก็ตาม โดยกลุ่มสาวกที่ร้องรำทำเพลงพร้อมกับกระโดดขย่มอัฒจันทร์คือพวก “บาร์รา บราวาส” หรืออุลตร้าแห่งอาร์เจนติน่าที่มักหาเงินเข้ากระเป๋าจากการจัด “ทัวร์เรียกอะดรีนาลีน” จากนักท่องเที่ยวชาวยุโรปอยู่เสมอ โดยเหล่าแฟนบอลฮาร์ดคอร์จะอนุญาตให้พวกเขาเป็นสาวกอุลตร้าของโบคาได้ 1 วัน

ฤา "ลา บอมโบเนรา" จะถึงคราวอวสาน?

ความจุของสนามแห่งนี้ที่อยู่ที่ประมาณ 50,000 ที่นั่งในปัจจุบันกำลังจะโดนลดขนาดลงอีกราว 15,000 ที่นั่งในอีก 2 ปีข้างหน้า

อนาคตของลา บอมโบเนรา ตกอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม เมื่อความจุอย่างเป็นทางการที่ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 50,000 คน จะลดลงไปอีก 15,000 ที่นั่งในปี 2017 หลังจากกฏใหม่ของฟีฟ่าบังคับให้ปรับเป็นที่นั่งทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสโมสรที่มีสมาชิกกว่า 110,000 คนอย่างแน่นอน

 

และบรรดาแคนดิเดตที่ลงเลือกตั้งประธานสโมสรซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 ธันวาคมส่วนใหญ่ก็ต่างชูประเด็นในเรื่องนี้ บางคนชี้ว่าต้องมีการสร้างสนามใหม่ที่ไม่ใช่ในละแวกนั้น บางคนเสนอให้สร้างใหม่ตรงสนามซ้อมคาซา อมาริญา ส่วนอีกพวกให้ความเห็นว่าควรซื้อที่ดินหลังอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกและทุบอันเก่าที่จุคนได้น้อยทิ้งพร้อมกับสร้างใหม่ให้เหมือนกับฝั่งอื่นๆ

แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ลา บอมโบเนราก็ยังคงอึกทึกครึกโครมต่อไป ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์อันสุดระทึกจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะในการไปชมเกมที่นั่นมาแล้ว เชื่อได้เลยว่าอันดับ 1 ของเราคือตัวเลือกที่ถุกต้อง แต่ถ้ายังไม่เคย… แล้วคุณรออะไรอยู่ล่ะ?

#FFT100STADIUMS ซีรี่ย์ 100 สุดยอดสังเวียนแข้งจากทุกมุมโลก