100 สุดยอดสังเวียนแข้งจากทุกมุมโลก : อันดับ 4

มันใหญ่โตมโหฬาร มันมีชื่อเสียงในระดับโลก และ มันถูกมองเหมือนกับผู้เล่นที่เก่งที่สุดในช่วงพีคสุดในอาชีพ มาร์ติน มาซูร์ คอลัมนิสต์ของเราพรรณนาถึงสนามสุดยิ่งใหญ่ในเม็กซิโก

มีการพูดกันว่านี่คือสนามฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก และเคยผ่านการจัดเกมสำคัญอย่างศึกฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศมาถึง 2 ครั้ง

Stadium facts

  • ที่ตั้ง : เม็กซิโก ซิตี้, เม็กซิโก
  • เปิด : ปี 1966
  • เจ้าของ : คลับ อเมริกา
  • ความจุ : 98,500 ที่นั่ง
  • สถิติผู้ชมสูงสุด : 119,853 คน

นอกจากขนาดอันมหึมาแล้ว อัซเตกายังมีชื่อเสียงโด่งดังกับการเป็นสถานที่บันทึกประวัติศาสตร์สำคัญในโลกลูกหนัง ไม่มีสนามไหนอีกแล้วที่เกิดเหตุการณ์สุดมหัศจรรย์จากสองตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

 เปเล่ทำผลงานได้ร้อนแรงที่สุดในชีวิตในปี 1970 หลังนำทีมชาติบราซิลชุดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลคว้าแชมป์เวิลด์คัพ 16 ปีต่อมา ดิเอโก้ มาราโดนา สร้างชื่อตัวเองในสนามแห่งนี้เช่นกัน

 เสือเตี้ยกล่าวถึงสนามหลังจบเกมในวันนั้นว่า “มันไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีเลย การเล่นที่นี่ตอนบ่ายมันเลวร้ายสิ้นดี และหญ้าในสนามก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่”

 อัซเตกาเป็นสักขีพยานกับสองประตูที่มีชื่อเสียงที่สุดในฟุตบอลโลกของมาราโดนา นั่นก็คือ แฮนด์ ออฟ ก็อด กับ การลากฝ่าดงผู้เล่นอังกฤษจากกลางสนามเข้าไปยิง(ได้รับการโหวตให้เป็นประตูที่ดีที่สุดในรอบ 100 ปี) จากนั้นจอมทัพชาติอาร์เจนตินาก็เหมายิงเบลเยียมอีก 2 ประตู ในเกมรอบรองชนะเลิศ ณ สังเวียนแข้งแห่งนี้อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน อัซเตกายังได้จัดสุดยอดเกมแห่งศตวรรษระหว่าง อิตาลีชนะเยอรมันตะวันตก 4-3 ในเกมรอบรองชนะเลิศศึกเวิลด์คัพ 1970 และฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิคเกมส์ปี 1968 ด้วย

เคารพประวัติศาสตร์

ชื่อของสนามแห่งนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในตอนกลางของเม็กซิโกก่อนตกเป็นอาณานิคมของประเทศสเปน

มันถูกสร้างด้วยดินจากลาวาของภูเขาไฟไซเติลราว 60,000 ลูกบาสก์เมตร ที่เกิดระเบิดขึ้นในปี 1962 บุคคลที่มีส่วนร่วมกับโปรเจ็คต์สุดยิ่งใหญ่นี้ ประกอบด้วย สถาปนิก 12 คนที่ร่วมกันออกแบบ, วิศวกร 34 คน, ช่างเทคนิค 15 คน และ คนงานอีก 800 คน ที่นี่ไม่เหมือนกับสิ่งก่อสร้างอื่นในเมืองเม็กซิโก ซิตี้ เพราะหินภูเขาไฟที่นำมาใช้ทำให้อัซเตกามีความมั่นคงมากกว่าในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบ่อย

ที่นี่สามารถรองรับรถยนต์ได้มากถึง 10,000 คัน และถูกเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 1966 โดยประเดิมจัดแมทช์อุ่นเครื่องระหว่าง คลับ อเมริกา สโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในแดนจังโก้และตั้งอยู่ในอัซเตกา พบ โตริโน ทีมจากอิตาลี ผลปรากฎว่าทั้งสองทีมเจ๊ากันไป 2-2  จากนั้นสโมสรอย่าง เนกาซา, แอตลันเต, ครูซ อาซูล และ แอตเลติโก เอสปาญอล ก็ผลัดกันใช้ที่นี่เป็นรังเหย้า

Pele, 1970

Pele is held aloft after Brazil

อย่างไรก็ดี บางครั้งความกดดันจากแฟนบอลจำนวนมหาศาลในสนามแห่งนี้ก็มีผลท่วมท้น มาโนโล ลาปูเอนเต กุนซือทีมคลับ อเมริกา เคยปล่อยวาทะสุดฉาวว่า “ถ้าแฟนบอลต้องการความตื่นเต้น ควรไปชมละครสัตว์มากกว่า นี่คือฟุตบอลนะ” จากนั้นเขาก็โดนปลดจากตำแหน่งในเวลาอันรวดเร็ว

เป็นที่รักของทุกคน

นี่คือสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญต่อชาติไม่เพียงแค่กีฬาฟุตบอลเม่านั้น มันยังเคยถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดพิธีไว้อาลัยต่อการจากไปของ โรแบร์โต โกเมซ โบลานอส ดาวตลกอัจฉริยะของเม็กซิโกที่ได้รับการเชิดชูอย่างสูงในละตินอเมริกา เมื่อเขาเสียชีวิตลงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2014

อันเดรส คาลามาโร นักร้องยอดนิยมชาวเม็กซิกันถึงกับยกย่องสนามอัซเตกาผ่านเนื้อเพลงว่า “ตอนผมเป็นเด็ก ผมเจอสนามอัซเตกา ผมรู้สึกช็อค การมองสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ทำให้ผมตะลึง”

ส่วน อิเกร์ กาซิยาส ผู้รักษาประตูคนดังทีมชาติสเปน กล่าวถึงสนามแห่งนี้เมื่อครั้งเดินทางมาเยือนว่า “การได้มาอยู่ในอัซเตกามันน่าอัศจรรย์มาก นี่คือสนามที่น่าหลงใหลซึ่งจารึกประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกไว้มากมาย”

ขณะที่ เจอร์เก้น คลินท์มันน์ เทรนเนอร์ทีมชาติสหรัฐฯ คู่ปรับตลอดกาลของเม็กซิโกยังเอ่ยปากชมที่นี่ว่า “ผมอยากลงเล่นในอัซเตกามากกว่าปาซาเดนา นั่นคือเรื่องจริง มันเป็นสนามที่เหลือเชื่อจริงๆ”

ด้าน ดิเอโก้ ซิเมโอเน เทรนเนอร์แอต.มาดริด แสดงความเห็นถึงที่นี่หลังเดินทางมาอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นว่า “มันเป็นสนามที่น่าประทับใจ สถานที่ที่มีกลิ่นของฟุตบอล คุณแค่เตรียมตัวเดินลงสนามเพื่อรู้สึกถึงแรงกระตุ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อนเมื่อเราเดินทางมากับ ริเวอร์เพลต เพื่อลงเล่นในศึกโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส”

อนาคตที่รออยู่

อัซเตกาคือสนามที่ยากต่อการลงเล่น บรรยากาศอันหนาทึบและความชันของสนามทำให้ผู้เล่นทีมเยือนเกิดความสับสนกับภาพดังกล่าว

มาร์เซโล บัลบัว อดีตกองหลังทีมชาติสหรัฐฯกล่าวว่า “นอกเหนือไปจากนั้น คุณต้องพบกับอุณหภูมิร้อนจัด ควันพิษ เพราะโรงงานอุตสาหกรรมทำงานกันตลอดทั้งสัปดาห์ นั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ลงไปอีก แต่ถ้าคุณลงเล่นในเวลากลางคืน ข้อได้เปรียบของพวกเขาจะหมดไป”

ตอนนี้มีการพิจารณาแผนการปรับปรุงสนามมากมาย โดยแผนที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดคือ อัซเตกา ฟอรัม ช็อปปิ้งมอลล์พื้นที่ 145,000 ลูกบาสก์เมตร สำหรับเป็นศูนย์กลางของคนในชุมชนซานต้า อูร์ซูลา

หลายคนยังคงสงสัยว่าสนามแห่งนี้ควรได้รับการบูรณะใหม่จริงหรือ แต่พวกเขาจำเป็นต้องตัดสินใจในอนาคตอันใกล้ภายในปี 2019 หลังเม็กซิโกเล็งยื่นข้อเสนอจัดศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งที่สามในปี 2026 และ 2030 บางทีเราอาจจะได้เห็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในศตวรรษที่ 21 ทำผลงานท็อปฟอร์มที่สุดในอาชีพบนฟลอหญ้าของหนึ่งในสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกต่อจาก เปเล่ กับ ดิเอโก้ มาราโดนา ก็เป็นได้

#FFT100STADIUMS ซีรี่ย์ 100 สุดยอดสังเวียนแข้งจากทุกมุมโลก