11 นายทวารจำเป็นที่ต้องมาเซฟ(และเสีย)ประตูแบบไม่ตั้งตัว

เกมเอฟเอ คัพเมื่อเดือนที่แล้ว เกิดเหตุการณ์ฮือฮาขึ้น เมื่อ วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส ใส่ชื่อของ แบร์รี ริชาร์ดสัน อดีตนายทวารที่เลิกเล่นไปแล้ว ในเกมพบ แอสตัน วิลล่า แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรก ที่หลายทีมต้องหานายด่านจำเป็นอย่างเร่งด่วน ซึ่ง 11 ตัวอย่างข้างล่างนี้ มีทั้งฮีโร่และซีโร่ อยู่ครบ…

1. เนวิลล์ เซาธอลล์ (แบรดฟอร์ด vs ลีดส์ ยูไนเต็ด, 2000)

ในวัย 41 ปี 178 วัน เซาธอลล์ ถูกชวนมาช่วย แบรดฟอร์ด ในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่นายทวารมือหนึ่งและมือสองของทีม “ไก่แจ้” เจ็บไป โดนเป็นศึกหนักของ อดีตนายด่านเอฟเวอร์ตัน ที่ต้องรับมือกับแนวรุกสุดโหดของทีม “ยูงทอง” ในขณะนั้น

ตลอด 90 นาที ลีดส์ ยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง แต่ เซาธอลล์ เซฟได้เพียงครั้งเดียว จนทำให้ทีมพ่ายไป 1-2 ทว่า หลังเกม อดีตทวารร่างอ้วน กลับมีความสุข พร้อมบอกว่า ดีใจที่ได้กลับมาเล่นอีกครั้ง ขณะที่ แบรดฟอร์ด ก็แฮปปี้ไม่แพ้กัน เพราะปีนั้น พวกเขารอดตกชั้นในวันสุดท้ายของฤดูกาลพอดี..

อ้วนแต่เก๋านะครับ คริคริ

2. คอสมิน โมติ (ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด vs สเตอัว บูคาเรสต์, 2014)

เมื่อไม่นานมานี้ ข่าวของ โมติ ดังไปทั่วโลก เมื่อ กองหลังชาวโรมาเนีย เป็นฮีโร่พาทีมเข้ารอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร 

โดยเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ เกมรอบคัดเลือกนัดที่สอง ต้องยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และนายทวารของทีมโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปในนาทีที่ 119 ทว่า ลูโดโกเร็ตส์ ได้เปลี่ยนตัวครบแล้ว ทำให้ โมติ ต้องสวมถุงมือเป็นนายทวารจำเป็น ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าหมดเวลา 120 นาที ซึ่งทำให้แข้งรายนี้ต้องรับบทนายด่านจำเป็นในช่วงดวลจุดโทษไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ทว่า นี่คือเวลาของวีรบุรุษ

เมื่อ โมติ เป็นผู้สังหารจุดโทษคนแรก และช่วยเซฟถึงสองจุดโทษพาทีมเอาชนะไปได้ 6-5 ในที่สุด จนหลายคนชวนให้เขาเป็นผู้รักษาประตูอาชีพตลอดไปเลย ฮา

3. ลูคัส ราเดเบ้ (แมนฯ ยูไนเต็ด vs ลีดส์ ยูไนเต็ด, 1996) 

น้อยคนจะรู้ว่า ราเดเบ้ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลจากตำแหน่ง นายประตู ก่อนที่จะมาโด่งดังในตำแหน่ง กองหลัง และเขาก็ได้โอกาสแสดงความเหนียวในอังกฤษ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

ตอนนั้น นายทวารของ “ยูงทอง” อย่าง มาร์ค บีนีย์ โดนไล่ออก หลังผ่านไปเพียง 17 นาที ทั้งยังไม่มีนายประตูสำรอง เนื่องจาก จอห์น ลูซิค ฟอร์มตกอย่างหนัก ทำให้เขาโดนดร็อปจากเกมนี้ไปเลย และนั่นทำให้ ราเดเบ้ ต้องวิ่งจาก เซนเตอร์ฮาร์ฟ ไปเปลี่ยนเสื้อเป็น ผู้รักษาประตู แทน

โดย อดีตดาวเตะทีมชาติแอฟริกาใต้ โชว์ฟอร์มใช้ได้ เมื่อเขาหยุดลูกยิงของ แอนดี้ โคล, ไบรอัน แมคแคลร์ และ ไรอัน กิ๊กส์ ได้ ทว่า รอย คีน ก็ยิงผ่าน ราเดเบ้ ได้อยู่ดี

ยอดเยี่ยมมากครับ

4. สตีฟ ลิเนส และ แอนดี้ ยัง (เลสเตอร์ vs ชรูว์สบิวรี่, 1982)

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว นายทวารมือหนึ่งของเลสเตอร์เกิดบาดเจ็บ หลังจากโดนตำนาน ชรูว์สบิวรี่ อย่าง คริส เบต เข้าสกัดอย่างรุนแรง และนั่นทำให้ ยัง ต้องรับบทประตูจำเป็น

ทว่า ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อ ยัง เกิดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว หลังปะทะกับผู้เล่นทีมเยือน ทำให้ปีกขวาอย่าง ลิเนส ต้องถอยมาเล่นเป็นนายทวารอีกคน แต่สุดท้าย “จิ้งจอก” ได้หัวเราะดังกว่า เมื่อพวกเขาถล่มทีมเยือนไป 5-2 พร้อมกับเก็บตำนานนี้ไว้เล่าจนถึงปัจจุบัน

เรื่องเกิดสมัยภาพยังขาวดำ

5. แกรี่ ปัมม์เล่ย์ (วัตฟอร์ด vs สเปอร์ส, 1987)  

เกรแฮม เทย์เลอร์ ตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างสุดเสียว(กับ แฟนๆ) หลังจากที่นายประตูทั้งสองคนบาดเจ็บ โดย อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ ส่ง แกรี่ ปัมม์เล่ย์ ลูกชายของผู้บริหารสโมสรและเจ้าของบาร์ในเวลส์ ผู้เคยเป็นผู้รักษาประตูเพียงเกมเดียวในรอบสองปีที่ผ่านมา ลงสนาม

ผลปรากฎว่า เกมนั้น “แตนอะลาวาด” พ่าย “ไก่เดือยทอง” เละ 1-4 และทันทีที่จบเกม ปัมม์เล่ย์ ก็รีบดิ่งกลับไปที่บาร์ของเขาอย่างรวดเร็ว และที่นั่น แฟนๆสเปอร์สหลายคนได้เจอเขา พร้อมกับเลี้ยง ปัมม์เล่ย์ เป็นการตอบแทน ที่มีส่วนให้ทีมรักของพวกเขาชนะอย่างสบายใจ

แสบสันจริงๆ ยิดโด้ทั้งหลาย ฮา!

ปัมม์เล่ย์เจ็บระหว่างเกมนั้น

6. อแล็ง กิแรสส์ (บอร์กโดซ์ vs น็องต์, 1982)

As no keeper was named, Giresse wasn’t allowed to use his hands in accordance with the rules.

ในปี 1982 ประธานสโมสรบอร์กโดซ์อย่าง โคล้ด เบ็ซ ตัดสินใจทำตามคำสั่งสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสที่แบนนายทวารมือหนึ่งอย่าง ดราแกน แพนเทลิซ ในข้อหากระโดดเตะไลน์แมน

และในเกมลีกนัดสุดท้ายกับ น็องต์ นั้น เบ็ซ ตัดสินใจส่ง อแล็ง กิแรสส์ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสในเวลานั้นเฝ้าเสาแทน โดย กิแรสส์ เปิดเผยภายหลังว่า “เบ็ซ บอกกับผมว่า ผมเป็นกัปตันทีม ดังนั้นผมต้องไปเฝ้าเสา”

เกมนั้น อดีตมิดฟิลด์ตราไก่ เสียไป 5 ประตู พร้อมกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ…

7. ฟิล จากีลก้า (เชฟฯยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล, 2006) 

“นีล วอร์น็อค เคยให้เราซ้อมแบบสลับตำแหน่งกันหมด จนวันหนึ่ง ผมได้เป็นประตู แล้วผมทำได้ดี จนเขาเอ่ยปากชม และหลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยใส่ชื่อนายทวารในม้านั่งสำรองอีกเลย”

และในที่สุด จากีลก้า ก็ได้โอกาสนั้น(และอีกหลายครั้ง) โดยสถิติของเขา คือ ลงเล่นแทนผู้รักษาประตูถึงสี่ครั้ง แต่เกมที่น่าประทับใจมากที่สุด คือ เกมเมื่อปี 2006 กับ “ปืนใหญ่” โดย กองหลังทีมชาติอังกฤษ สามารถเซฟลูกยิงของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อย่างยอดเยี่ยม

จนถึงขนาดที่บอกว่า นายทวารอาชีพ อาจจะไม่สามารถเซฟลูกนี้ก็เป็นได้

อดีตเมื่อสิบปีที่แล้วของ กัปตันทีมเอฟเวอร์ตัน

8. ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ (เวสต์แฮม vs นิวคาสเซิล, 1986)

ในเกมลีกปีนั้น “ขุนค้อน” ทุบ “สาลิกาดง” ไปได้ถึง 8-1 โดยเกมนั้น นิวคาสเซิล ต้องเปลี่ยนผู้รักษาประตูถึงสามคน

โดยตอนแรกนั้น มาร์ติน โธมัส บาดเจ็บ ทำให้ เบียร์ดสลีย์ เสนอตัวเองที่จะเฝ้าเสาให้ ทว่าเขาถูกสั่งห้ามโดยผู้จัดการทีม

“ผมบอก วิลลี่ แม็คฟอล ตอนพักครึ่งว่า ขอเป็นโกล์ แต่เขาไม่อนุญาต เพราะผมตัวเล็กเกินไป” เบียร์ดสลีย์ รำลึก

จากนั้น แม็คฟอล จึงส่ง คริส เฮ็ดเวิด เซนเตอร์ฮาร์ฟของทีมลงไปทำหน้าที่แทน ทว่าน่าเสียดายที่เขาเซฟไม่ค่อยได้เลย ทั้งยังไปกระแทกเสา จนหัวไหล่พัง ทำให้ เบียร์ดสลีย์ ได้โอกาสทำตามฝัน..

เกมนั้น อดีตดาวดังทีมชาติอังกฤษ เสียไป 3 ประตู พร้อมกับทำให้ อัลวิน มาร์ติน นักเตะของเจ้าถิ่น กลายเป็นผู้เล่นประวัติศาสตร์

เพราะเกมนั้น มาร์ติน ยิงแฮตทริกได้ จากการยิงผู้รักษาประตูทั้งสามคน และเรื่องราวแบบนี้ คงไม่เจออีกนานแสนนานแน่นอน…

9. ดิโอโก้ อคอสต้า (พัลไมรัส ชุดบี vs ยูเวนตุส, 2010)

เกมนี้เป็นเกมสำคัญสำหรับพัลไมรัส มาก เพราะหากพวกเขาชนะ พวกเขาจะได้เลื่อนชั้นแน่นอน ทว่าเล่นไปเล่นมา กลายเป็นยูเวนตุสที่ขึ้นนำไปก่อนถึงสองลูก

อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นตามตีเสมออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้รักษาประตูพัลไมรัส จะโดนไล่ออก และทำให้ ดิโอโก้ อคอสต้า กองหน้าที่ยิงสองประตูให้ทีมตีเสมอ ขันอาสาเป็นนายทวารจำเป็น และหลังจากนั้น เขายิงแฮตทริกจากตำแหน่งนายทวาร

โดย อคอสต้า ตัดสินใจโยนบอลซัดยาวจากปากประตู หลังจากที่ นายด่านคู่แข่ง ขึ้นมาช่วยทีมลุ้นเตะมุม และบอลเจ้ากรรม ก็เข้าตาข่ายไปอย่างงดงาม

“ผมเห็นโกล์คู่แข่งออกมา และเพื่อนร่วมทีมก็น่าจะเก็บบอลได้ยาก ดังนั้นผมเลยเตะยาวไปเลย” ดาวยิง(และนายทวาร)ประวัติศาสตร์กล่าวหลังเกมนั้น

10. บ็อบบี้ มัวร์ (เวสต์แฮม vs สโต๊ค, 1972)

หลายคนบอกว่า นี่คือเกมรอบรองฯลีก คัพที่สนุกที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลผู้ดี หลังจากที่ทั้งสองทีม ใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมง เพื่อเตะ 4 เกมในรอบ 49 วัน

โดยในสมัยก่อน ยังใช้กฎรีเพลย์อยู่ ทำให้ทั้งสองทีมต้องเตะจนกว่าจะเจอผู้ชนะ และเกมสุดท้ายก็เกิดขึ้นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดย “ช่างปั้นหม้อ” เป็นฝ่ายพิชิต “ขุนค้อน”ลงได้ 3-2 แต่เหตุการณ์ที่น่าสนใจ คือ บ็อบบี้ เฟอร์กูสัน นายทวารทีมดังแห่งกรุงลอนดอนเกิดบาดเจ็บ จนทำให้ กัปตันทีมชาติอังกฤษ อย่าง บ็อบบี้ มัวร์ ต้องสลับไปเล่นแทน

และ มัวร์ ก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง เมื่อเขาเซฟจุดโทษของ ไมค์ เบอร์นาร์ด ได้ด้วยมือเปล่า แต่น่าเสียดายที่มันไม่พอทำให้ทีมเข้ารอบไปได้เท่านั้นเอง

11. เดวิด เบอร์โล (สปาร์ตัก มอสโก vs ลิเวอร์พูล, 1992)

บรู๊ซ กร็อบเบลาร์ ถูกไล่ออก พร้อมกับทำให้ทีมเสียจุดโทษ ในเกม คัพ วินเนอร์ คัพ ที่ มอสโก จนทำให้ เดวิด เบอร์โล แบ็คซ้ายของทีม ต้องกลายเป็นผู้รักษาประตูจำเป็นแทน

ซึ่ง เบอร์โล ไม่สามารถเซฟได้ และนั่นเป็นส่วนให้ทีมพ่ายแพ้ 2-3 ในเลคแรก ก่อนกลับไปเตะนัดที่สองที่ แอนฟิลด์ โดย แกรม ซูเนนส์ บอกหลังเกมว่า ผู้ตัดสินผิดพลาด และจะกลับไปชนะที่อังกฤษได้แน่นอน

ทว่า ผลปรากฎว่า “หงส์แดง” เละกว่าเดิม เมื่อพวกเขาแพ้ 0-3 จนทำให้ทีมตกรอบไปในที่สุด

ถ้าเป็นยุคนี้ “เดอะ ค็อป” คงต้องปิดเฟสบุ๊ค ไปอีกหลายวันเลยนะครับ ฮา