Analysis

11 ที่สุดแห่งกองกลางยอดเยี่ยมของโลก

สถิติไม่เคยโกหกใคร...มิดฟิลด์ชื่อดังมากมายทั่วโลกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ 11 คนนี้ คือ คนที่ถูกเลือกว่าดีที่สุด...และใครจะถูกเลือกว่าเป็นอันดับ 1 เพราะอะไร...ติดตามได้ที่นี่ 

We are part of The Trust Project What is it?
 

11. อาร์ตูโร วิดัล

ในปี 2015 ชื่อของวิดัลไม่เคยห่างจากพื้นที่พาดหัวข่าวเลย ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับระหว่างทัวร์นาเมนต์โคปา อเมริกา จากนั้นก็ตะคอกใส่ตำรวจในซานติอาโก้ว่า “ใส่กุญแจมือฉันเลยสิ แล้วแกจะกลายเป็นไอ้งั่งในสายตาคนชิลีทั้งประเทศ!” แต่กองกลางไดนาโมก็ถูกปล่อยตัวออกมาได้ทันเวลาจนสามารถช่วยให้ชาติของเขาคว้าแชมป์อเมริกาใต้ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้วิดัลยังมีส่วนทำให้ยูเวนตุสเข้าชิงดำในแชมเปี้ยนส์ลีกเช่นกันก่อนจะย้ายไปบาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 25.8 ล้านปอนด์ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ และจนถึงตอนนี้เขาปักหลักเป็นตัวจริงในทีม “เสือใต้” ได้อย่างมั่นคงพร้อมกับพาต้นสังกัดใหม่เป็นจ่าฝูงบุนเดสลีกา

10. ฮาเวียร์ มาสเคราโน

ดาวเตะเลือดฟ้าขาวได้รับการซูฮกว่าเป็นหนึ่งในกองกลางตัวตัดเกมที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา อย่างไรก็ดี เขากลับต้องเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการเล่นนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลนา เพราะโครงสร้างของทีมนั้นเอื้อต่อการเล่นของ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ มากกว่า
 
มาสเคราโนต้องลงเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คมาตลอดยามรับใช้สโมสร แต่เขากลับพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของอาซูลกรานา  แถมยังทำผลงานได้คงเส้นคงวามากกว่ากองหลังอาชีพในทีมบางคนเสียอีก

9. โทนี โครส

กองกลางทีมชาติเยอรมันเปลี่ยนสไตล์การเล่นมาเน้นใช้เทคนิคมากขึ้นนับตั้งแต่ย้ายร่วมทีมเรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 เขายืนต่ำสุดในแผงกองกลางของทีมและคอยกำหนดจังหวะการเล่นในการลำเลียงบอลขึ้นไปข้างหน้าด้วย
 
แต่บทบาทการเล่นของโครสเปลี่ยนไปหลังจาก ราฟาเอล เบนิเตซ เข้ามาทำทีม เทรนเนอร์ชาวสแปนิชมักใช้บริการคาเซมิโรในตำแหน่งกองกลางตัวรับ พร้อมดันอดีตแข้งเสือใต้ขึ้นไปยืนในตำแหน่งที่สูงเดิม นี่คือสาเหตุที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของนักเตะดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี เขายังมีความสำคัญต่อสมดุลเกมของราชันชุดขาวและเป็นกองกลางชั้นเยี่ยมเช่นเดิม แม้ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าปีก่อนก็ตาม

8. ฮาเมส โรดริเกวซ

จอมทัพทีมชาติโคลอมเบียแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในปีที่ผ่านมา เขาคว้าตำแหน่งดาวซัลโวและประตูสุดสวยประจำศึกฟุตบอลโลก 2014 ก่อนย้ายเข้ารังเรอัล มาดริด พร้อมทำผลงานในปีแรกได้อย่างน่าประทับใจทันที
 
ฮาเมสรับบทเป็นหนึ่งในสามกองกลางตัวรุกในแผนของ คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์คนเก่า เขามีส่วนในเกมรุกของทีมค่อนข้างมาก ทั้งยิงประตู, แอสซิสต์ และ มีทีเด็ดจากลูกฟรีคิกอีก แต่โชคร้ายที่มาได้รับบาดเจ็บในฤดูกาลนี้จนพลาดลงสนามหลายนัด อย่างไรก็ดี ล่าสุดเขากลับมาลงสนามได้อีกครั้งและพร้อมนำราชันชุดขาวประสบความสำเร็จเพื่อชดเชยความผิดหวังในปีก่อน

7. ดาบิด ซิลบา

เพลย์เมกเกอร์จอมพริ้วของแมนฯซิตี้ได้โอกาสลงเล่นไม่ต่อเนื่องนัก เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา เขาได้ลงเล่นแบบเต็มเกมเพียง 2 นัดในฤดูกาลนี้ แต่ยังสามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมยิงถึง 6 ประตู ซิลบายิงได้ถึง 12 ประตูในพรีเมียร์ลีกซีซั่นก่อน เท่ากับ เวย์น รูนีย์ แต่เขาลงเล่นน้อยกว่าหอกปีศาจแดงถึง 230 นาที
 
ขณะเดียวกัน ปีกร่างจิ๋วมีส่วนช่วยทีมชาติสเปนผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2016 รอบสุดท้ายด้วย หลังทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ จาก 5 เกมที่ลงเล่นในปีที่ผ่านมา ซิลบาจัดเป็นผู้เล่นที่เอาตัวรอดจากสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งได้เก่ง หาพื้นที่ได้ดี รู้จังหวะครองบอลหรือปล่อยบอล และ ยังจ่ายคิลเลอร์พาสได้เฉียบคมอีกต่างหาก

6. เมซุต โอซิล

เคยขึ้นไปอยู่อันดับ 16 เมื่อ 2 ปีก่อน โดยครั้งที่แล้วเพลย์เมคเกอร์แห่งทัพ “อินทรีเหล็ก” ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการรักษาสถานะนักเตะแถวหน้า 50 คนแรกของโฟร์โฟร์ทูหลังจากมีฤดูกาลที่ขึ้นๆลงๆในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก่อนจะแก้ตัวด้วยความสำเร็จในเวิลด์คัพที่บราซิล แต่หลังจากที่สลัดฟอร์มเนือยๆของตัวเองได้ ผลงานของสตาร์วัย 27 ปีก็เริ่มเบ่งบานจนกลายเป็นราชาแห่งการสร้างสรรค์เกมที่ชาว “กูนเนอร์ส” หวังจะให้เป็นเมื่อตอนที่ย้ายจากเรอัล มาดริด เมื่อซัมเมอร์ปี 2013 โดยลูกที่เขาแอสซิสต์ให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในการเจอกับเวสต์บรอมเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ถือเป็นการจ่ายให้เพื่อนยิงหนที่ 11 ในซีซั่นนี้และยังเป็นครั้ง 7 ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกด้วย โดยเกมกับสเปอร์สเขาสร้างสรรค์โอกาสได้ถึง 7 หนจากการทำเกมทางกราบ “เขาได้เติบโตขึ้นเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมสุดๆ” อาร์แซน เวงเกอร์ กล่าวชมลูกทีมคนเก่งหลังจบเกมดาร์บี้ “เขาเพิ่มความมุ่งมั่น, คุณภาพความเป็นผู้นำ และความรับผิดชอบเข้าไปด้วย”

5. ลูก้า โมดริช

กองกลางทีมชาติโครเอเชียทำประตูแรกของฤดูกาลนี้ในเกมเปิดรังต้อน ชัคตาร์ โดเนทส์ค ในศึกแชมเปียนส์ลีก เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา และพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเสาหลักในแดนกลางที่ เรอัล มาดริด สามารถพึ่งพาได้ นับตั้งแต่ ชาบี อลอนโซ โบกมือลาทีมในปี 2014
 
โมดริชคว้าตำแหน่ง”แมน ออฟ เดอะ แมทช์”ในเกมมาดริดดาร์บี้เมื่อสองเดือนก่อน และลงเล่นเกมลาลีก้าเกือบทุกนัดในซีซั่นนี้ ส่วนผลงานในระดับทีมชาตินั้นเขาทำ 1 ประตู จาก 5 เกมในปีที่ผ่านมา พร้อมนำโครเอเชียตีตั๋วสู่ศึกยูโร 2016 รอบสุดท้าย ในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอช

4. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์

คงไม่มีผู้เล่นคนไหนในโลกที่เล่นฟุตบอลง่ายเหมือนอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ทำอีกแล้ว เขาเพียงแค่จับบอล มองหาเพื่อน และ ส่งต่อไปให้พวกเขา แต่สิ่งเหล่านี้กลับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้แดนกลางของบาร์เซโลนาเคลื่อนบอลได้อย่างไหลลื่น และเป็นพื้นฐานของฟุตบอลแบบฉบับ”ติกิ-ตาก้า”อีกด้วย
 
มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีผลงานคงเส้นคงวามากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เขาเป็นกำลังสำคัญช่วยอาซูลกรานาสร้างประวัติศาสตร์คว้าเทรเบิลแชมป์สมัยที่สองเมื่อฤดูกาลก่อน ว่ากันว่าเขาคือกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

3. อันเดรส อิเนียสต้า

ฮวน โรมัน ริเกลเม เพิ่งกล่าวว่า “คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี ทำประตูได้มากมาย แต่ อันเดรส อิเนียสต้า ยังคงเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุด”
 
“อิเนียสต้าสอนคุณถึงวิธีการเล่นฟุตบอล เขาทำทุกอย่างที่คุณต้องการเห็นจากบนอัฒจันทร์ เขาคือผู้เล่นเพียงคนเดียวที่สอนคุณได้ในทุกๆเกม ไม่ว่าเขาจะลงเล่นให้บาร์เซโลนาหรือทีมชาติสเปน เมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ได้ลงเล่น ทีมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
 
กัปตันทีมบาร์เซโลนาคือหนึ่งในผู้เล่นจอมเทคนิคที่ดีที่สุดแห่งยุค เขาคือตัวแทนความเชื่อมโยงระหว่างผู้เล่นในยุค”ลา มาเซีย” กับ ทีมยุคใหม่ที่มีสตาร์อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ กับ เนย์มาร์
 
แม้ผลงานของอิเนียสต้าจะดร็อปลงไปบ้างในช่วงหลัง แต่คลาสการเล่นของเขายังเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าของวงการลูกหนังโลกไม่เปลี่ยนแปลง

2. พอล ป็อกบา

การชม พอล ป็อกบา วิ่งบนสนามราวกับเป็นเจ้าของ และ ตัดเกมรุกคู่แข่งก่อนวางบอลยาว 80 หลา คมดุจใบมีดบนพื้นหญ้า มันแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาเพิ่งมีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น กองกลางชาวฝรั่งเศสคือผู้เล่นที่ยูเวนตุสจะขาดไม่ได้ แม้เขาย้ายมาใส่เสื้อเบอร์ 10 ในฤดูกาลนี้ในฐานะจอมทัพตัวปั้นเกมเต็มตัว แต่เขายังเป็นตัวทำลายเกมชั้นดีเช่นเดิม
 
ห้องเครื่องเลือดน้ำหอมมีสายตาเฉียบคมแถมยังตัดเกมในแดนกลางได้ดีอีกต่างหาก ช่วงขาที่ยาวทำให้เขาได้เปรียบเวลาเข้าแย่งบอลจากคู่แข่ง  เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ยอมรับว่า การปล่อยป็อกบาหลุดมือคือหนึ่งในความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของแมนฯยูฯ

1. อิวาน ราคิติช 

การทำประตูได้ในแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศนับว่าเป็นบทสรุปชั้นดีของจอมทัพชาวโครแอตกับฤดูกาลแรกในเครื่องแบบบาร์ซาที่เป็นเหมือนดั่งความฝัน โดยกองกลางวัย 27 ปีผู้พูดได้ 6 ภาษารายนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาผ่านบอลสำเร็จถึง 91% จาก 32 เกมในลา ลีกา และแอสซิสต์อีก 7 ครั้งช่วยให้ทีมกรุยทางสู่เทรเบิลแชมป์ การทดแทนชาบีน่ะหรอ? ไม่ใช่ปัญหาสำหรับตัวเขาเลย “ผมสนุกสนานในการเล่นกับชาบี แต่ไม่ใช่แค่นั้น การได้ใช้เวลาร่วมกับเขา,​ อยู่กับเขาทั้งในสนาม และห้องแต่งตัวก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมทั้งนั้น” เขากล่าวกับโฟร์โฟร์ทู “การทำงานร่วมกับเขาถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง” โดยยอดทีมแห่งคาตาลันยังรักษาความยอดเยี่ยมของตัวเองไว้ได้แม้จะไม่มี ลิโอเนล เมสซี ซึ่งในเกมถล่มเรอัล มาดริด ราคิติชจ่ายบอลสำเร็จถึง 44 จาก 46 ครั้งและเกือบมีลุ้นเป็นผู้ทำประตูด้วย แต่โดน ราฟาเอล วาราน บล็อคไว้ได้ก่อน “ผมไม่ชอบพูดว่าผมสนุกสนานกับ ‘งาน’ ของผม เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมชอบทำ ผมอยู่ที่นี่ก็เพราะผมอยากอยู่ที่นี่”