12 ดาวรุ่งพรสวรรค์ที่อาจไม่ถึงฝัน 11 ตัวจริงซีซั่นนี้

Andrew Gibney วิเคราะห์ 12 ดาวรุ่งที่ฤดูกาลนี้อาจไม่มีโอกาสแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่...อีกครั้ง

ความอดทนขั้นสูงสุดเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง เพราะใครๆ ก็ต่างอยากจะสร้างทีมเพื่อเก็บชัยและคว้าแชมป์ แต่ความพยายามสร้างทีมให้ค่อยๆ เติบโตมักจะไม่ค่อยเป็นไปในทางเดียวกับความสำเร็จชั่วข้ามคืน

การค้นพบดาวรุ่งพรสวรรค์คนใหม่เป็นความฝันของทุกๆ ทีม แต่ความจริงที่ประสบอยู่ก็คือในยุคนี้ เส้นทางสู่ดวงดาวของนักเตะวัยรุ่นมักจะถูกตัดตอนด้วยการย้ายทีมของนักเตะตัวเก่งที่ถูกซื้อตัวมาด้วยเงินมหาศาลโดยไม่รอเวลาให้ดาวรุ่งได้มีโอกาสพัฒนาสู่การเป็นสุดยอดนักเตะ

และนี่คือ 12 ดาวรุ่งพรีเมียร์ลีกที่อาจจะต้องพบกับความคับข้องใจและไร้โอกาสแจ้งเกิดในฤดูกาลใหม่นี้

1) แบร์ทรองด์ ตราโอเร (เชลซี)

ในการถูกปล่อยตัวไปเล่นกับวิเทสส์ อาร์เน็ม 2 ฤดูกาล แบร์ทร็องด์ ตราโอเร่ ดาวรุ่งสิงห์บลู ยิงรวม 17 ประตูให้กับสโมสรในลีกดัตช์ และล่าสุดในฤดูกาลนี้ ตราโอเร่ได้รับไฟเขียวให้ร่วมทีมเชลซีด้วยการสวมเสื้อหมายเลข 14 ลงสนามทำศึกที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ แต่แทบจะมองไม่เห็นเลยว่าดาวรุ่งทีมชาติบูร์กินฟาร์โซจะเบียดแย่งพื้นที่ตรงไหนในทีม 

ในขณะที่โชเซ่ มูรินโญ่มีตัวเลือกชั้นยอดอย่างเอเด็น อาซาร์ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือวิลเลียน, โชเซ่ กวาดราโด และแม้แต่วิคเตอร์ โมเสสให้เลือกใช้งานในตำแหน่งเกมบุก รวมถึงเคเนดี้ นักเตะบราซิลเลียนตัวใหม่ที่มาพร้อมกับคำชื่นชมมากมายที่เพิ่งจะได้รับใบอนุญาตทำงานและพร้อมลงสนาม ซึ่งแม้จะไม่มีดาวรุ่งหน้าใหม่คนไหนมาแข่งขันชิงตำแหน่ง แต่เท่าที่มีอยู่ก็ถือว่าเป็นงานหนักมากสำหรับดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้

2) รอนี โลเปส (แมนฯ ซิตี้)

แม้จะต้องประสบกับอาการบาดเจ็บต้นขาถึง 2 ครั้ง 2 หนระหว่างสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลกับลีลล์ แต่ผลงานของมาร์กอส “รอนี่” โลเปส กับทีมทางเหนือของฝรั่งเศสได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนฟุตบอลที่สนามสตาด ปีแอร์ โมรอย อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาล เพราะแม้จะจ่ายแอสซิสต์ได้เพียง 3 ครั้งและยิงได้เพียง 3 ลูกเท่านั้น แต่มิดฟิลด์เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งรายนี้ก็สามารถสร้างสีสันให้กับลีลล์ได้ทุกครั้งที่มีโอกาสจับบอลหน้าประตูคู่แข่ง 

การกลับคืนสู่ต้นสังกัดเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ หลังจากที่โลเปสได้โชว์ฝีเท้ากับทีมชาติโปรตุเกสในฟุตบอลโลก U-20 ที่ผ่านมา รวมกับการย้ายเข้ามาร่วมทีมของสองนักเตะอย่างราฮีม สเตอร์ลิงและฟาเบียน เดลฟ์ ทำให้มานูเอล เปเยกรินี่ มีตัว่เลือกดาวรุ่งให้ทดลองใช้มากขึ้น และบางทีเมื่อสัญญาของมิดฟิลด์โปรตุกีสจบลงในฤดูกาลที่แล้ว เรือใบก็คงไม่ยอมปล่อยให้ใครยืมตัวไปใช้อีกแล้ว

3) ฌ็อง-เควิน ออกุสแต็ง (เปแอสเช)

แม้ซลาตัน อิบราฮิโมวิชและนักเตะรุ่นพี่จะกลายเป็นเป้าความสนใจระหว่างที่ปารีส แซงต์ แฌร์กแมง เดินทางไปตระเวณแข่งขันรายการอินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ ที่อเมริกา แต่กลับกลายเป็นฌอง-เควิน ออกุสแต็ง ที่โชว์ความเหนือชั้นในสนาม 

ฤดูกาลที่แล้วออกุสแต็งไม่ได้สัมผัสเกในสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว แต่ในการลงเตะพรีซีซัน กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ยิงไปถึง 5 ประตู ซึ่งนับว่าเป็นความโดดเด่นอย่างมาก แต่ก่อนหน้านี้ฌอง-คริสตอฟ บาเอเบ็ค เคยเรียนรู้อย่างยากลำบากมาแล้วว่าโอกาสที่ปารีสมีจำกัดน้อยนิดเหลือเกิน จนต้องจำใจย้ายไปร่วมทีมแซงต์-เอเตียงด้วยสัญญายืมตัว และเมื่อมีอังเคล ดิ มาเรียย้ายเข้ามาร่วมทีมด้วยแล้ว อนาคตของออกุสแต็งก็คงไม่ต่างกับบาเอเบ็คมากนัก

4) อัสซาน โนกูรี (อินเตอร์)

หลังจากสร้างความประทับใจในเกมที่ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามและเอาชนะเวโรน่า 3-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว อัสซาน โนกูรี มิดฟิลด์วัย 18 ปีก็ได้รับความไว้วางใจจากโรแบร์โต้ มันชินี่ ให้ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมเปิดสนามซานซิโร่ ต้อนรับการมาเยือนของเอซีมิลาน คู่แค้นร่วมเมือง แทนที่จะเกร็งหรือกลัวจากความกดดันของเกมใหญ่ แต่ดาวรุ่งรายนี้กลับคว้าโอกาสคอยสอดส่ายสายตามองหาจังหวะบอล และแสดงความเหนือชั้นเกินอายุ 

แต่สำหรับอินเตอร์ที่มีนักเตะตัวหลังอย่างแกรี่ เมเดล, มาเตโอ โควาชิช และมาร์เซโล โบรโซวิช รวมกับดีลย้ายตัวราคาแพงของเจฟฟรีย์ คอนดอกเบีย จึงน่าจะทำให้โอกาสของโนกูรี ดาวรุ่งจากไอวอรีโคสต์ยิ่งริบหรี่ลงไปอีก