12 กุนซือยอดเยี่ยมตลอดกาลของ “สิงห์บลู”

ทำเนียบกุนซือยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของเชลซีประกอบไปด้วย “เดอะ สเปเชียล วัน” 2 ผู้ช่วยกุนซือ และ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนอีกจำนวนมาก 

โชเซ่ มูรินโญ, 2004-07, 2013-15

กุนซือที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในเรื่องของฝีไม้ลายมือ ทว่าเขามักจะมีปัญหากับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเอง

กุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้ย้ายมาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับตั้งฉายาให้ตัวเองว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” และใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของตัวเองได้ทันที เมื่อเขาพาเชลซีคว้าแชมป์ลีกได้พร้อมกับทำคะแนนสูงเป็นประวัติศาสตร์ที่ 95 คะแนน โดยนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องการให้ลูกทีมเน้นเกมรับและสวนกลับเร็วแล้ว เขายังเป็นกุนซือที่ใช้ปีกสองข้าง โดยในยุคนั้น เขาใช้งานปีกตัวเก่งอย่าง เดเมียน ดัฟฟ์ และ อาร์เยน ร็อบเบน

แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในเวทียุโรป แต่ในประเทศนั้น เจ้าตัวพาทีมสิงห์บลูคว้าแชมป์ลีกได้ทั้งหมด 2 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย และเอฟเอ คัพอีก 1 สมัย ในรอบแรกที่คุมทีม หลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้กลับมาคุมเชลซีอีกครั้ง พร้อมกับพาทีมเป็นแชมป์ลีกและลีก คัพ ได้อีก 1 สมัยด้วย เรียกได้ว่าเป็นกุนซือที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในเรื่องของฝีไม้ลายมือ ทว่าเขามักจะมีปัญหากับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเอง

Mourinho waves to the Chelsea fans before their Premier League celebration

แฟนบอลสิงห์บลูจำนวนมากยกให้มูรินโญคือกุนซือที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยมีมา

เท็ด เดรค, 1952-61

อดีตกองหน้าของอาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษช่วงยุค 30 รายนี้เข้ามาผ่าตัดทีมสิงห์บลูครั้งใหญ่ด้วยการเปลี่ยนฉายาของทีมที่เคยใช้ว่า “ทหารเกษียณ” และถอดรูปออกจากโลโก้ของทีมด้วย นอกจากนั้น เขายังเน้นให้ลูกทีมในตอนนั้นฝึกซ้อมกับลูกบอลมากเป็นพิเศษ และ จัดการเซ็นสัญญากับแข้งมากความสามารถจากทีมเล็กๆ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของสิงห์บลูเลยก็ว่าได้

Ted Drake as Chelsea manager

ยิ้มหน่อยเท็ด!

ในช่วงเวลา 3 ปี ที่เขาคุมทัพนั้น เขาสามารถพาเชลซีคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แถมแชมป์นั้นมันยังทำให้เขาเป็นคนแรกที่คว้าแชมป์ได้ทั้งสมัยที่เป็นนักเตะและผู้จัดการทีม ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้แชมป์ใดๆ อีกเลย โดยกองหน้าจอมถล่มประตูรายนี้ยังเป็นผู้ปลุกปั้น บ็อบบี้ แทมบลิง และ จิมมี กรีฟส์ อีกด้วย

เดฟ เซ็กซ์ตัน, 1967-74

กุนซือชาวลอนดอนรายนี้เริ่มต้นจากการเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชในทีม ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ในเวลาต่อมา เขามักจะให้ลูกทีมของเขาเน้นการต่อบอลกันและคอยสลับตำแหน่งกันเรื่อยๆ

หลังเข้ามาสานงานต่อจาก ทอมมี ด็อคเคอร์ตี้ เดฟ เซ็กซ์ตัน ก็สามารถเชลซีคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ คัพ วินเนอร์ส คัพ ได้สำเร็จ โดยมีบรรดาแข้งหลักอย่าง ปีเตอร์ ออสกู๊ด, ปีเตอร์ โบเนตติ,  อลัน ฮัดสัน และ รอน “ช็อปเปอร์” แฮร์ริส

กุนซือชาวลอนดอนรายนี้เริ่มต้นจากการเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชในทีม ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ในเวลาต่อมา เขามักจะให้ลูกทีมของเขาเน้นการต่อบอลกันและคอยสลับตำแหน่งกันเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง เชลซีเริ่มมีปัญหาภายใน เซ็กซ์ตันไม่สามารถควบคุมทีมของตัวเองได้ จนกระทั่งในที่สุด เขาก็ถูกไล่ออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

Dave Sexton drinks out of the FA Cup during Chelsea's parade after beating Leeds United in the final

เซ็กซ์ตันดื่มฉลองระหว่างขบวนแห่ของเชลซี

คาร์โล อันเชล็อตติ, 2009-11

อันเชลอตติผู้ที่เพิ่งจะพาทีมคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยเวลาเตรียมทีมที่ไม่มากนัก ไม่สมควรที่จะถูกไล่ออกทันทีหลังจากเกมลีกนัดสุดท้ายในฤดูกาลนั้นจบลง

กุนซือรายนี้อาจจะเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแล้วในบรรดากุนซือจากชาติเดียวกัน โดยกุนซือชาวอิตาเลียนรายนี้เข้ามาคุมทัพสิงห์บลูด้วยชื่อเสียงอันโด่งดัง ก่อนจะอำลาสโมสรแห่งนี้ไปพร้อมกับถ้วยแชมป์ลีก และ เอฟเอ คัพ

เช่นเดียวกับกุนซือคนอื่นๆ ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช เพราะอันเชล็อตติพาทีมทำผลงานได้ไม่ถึงเป้าที่วางไว้ในฤดูกาลถัดมา เขาเสียแชมป์ให้กับคู่อริอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แถมยังตกรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย ด้วยเหตุนี้อันเชลอตติผู้ที่เพิ่งจะพาทีมคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยเวลาเตรียมทีมที่ไม่มากนักจึงไม่สมควรที่จะถูกไล่ออกทันทีหลังจากเกมลีกนัดสุดท้ายในฤดูกาลนั้นจบลง เขาควรจะได้รับความเคารพมากกว่านี้

เกล็น ฮอดเดิ้ล, 1993-96

เข้ามารับงานที่เชลซีในฐานะนักเตะควบตำแหน่งผู้จัดการทีมหลังจากที่อยู่ช่วยสโมสรสวินดอนเลื่อนชั้นอย่างยิ่งใหญ่

ฮอดเดิ้ลดูจะเหมาะเป็นกุนซือมากกว่านักจิตวิทยา เขาเข้ามารับงานที่เชลซีในฐานะนักเตะควบตำแหน่งผู้จัดการทีมหลังจากที่อยู่ช่วยสโมสรสวินดอนเลื่อนชั้นอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากนั้น เขาก็ออกจากทีมสิงห์บลูเพื่อไปทำงานกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเขาได้ทิ้งสไตล์การเล่นที่สวยงาม แต่มีประสิทธิภาพไว้ให้กับเชลซี โดยชื่อเสียงอันโด่งดันของฮอดเดิ้ลโดยเฉพาะสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับ โมนาโก นั้น มันช่วยดึงดูดให้นักเตะต่างชาติจำนวนมากย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษ

1 ในนั้นก็คือ รุด กุลลิท ที่คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเชลซีครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรเลยทีเดียว

Glenn Hoddle presents Ruud Gullit as a Chelsea player

แข้งป้ายแดงในยุคฮอดเดิ้ล : รุด กุลลิท

โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ, 2012

จริงๆ แล้ว อดีตกองกลางของทีมสมควรที่จะได้รับการยกย่องมากกว่านี้เพราะเขาคือคนเดียวที่สามารถพาเชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ แม้ว่าจะได้มรดกทีมที่สร้างมาตั้งแต่สมัย โชเซ่ มูรินโญ ก็ตาม

สมัยที่เป็นนักเตะนอกจากจะทำประตูช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ถึง 2 ครั้ง อาร์ดีเอ็มยังผ่านการคุมทัพสโมสร เอ็มเค ดอนส์ และเวสต์บรอมมาแล้ว ก่อนที่จะถูก อังเดร วิลลาส โบอาส ดึงตัวมาเป็นมือขวา

หลังจากโบอาสถูกปลด เจ้าตัวก็ได้โอกาสรักษาการณ์แทนจนจบฤดูกาล ทว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมสุดๆ เพราะเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ โดยสิงห์บลูเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคไปได้ในการดวลจุดโทษหลังจากเสมอกันไป 1-1  เรียกได้ว่าเขาทำผลงานทิ้งไว้กับสิงห์บลูได้น่าประทับใจมากๆ

Roberto Di Matteo celebrates with John Terry after Chelsea win the Champions League

เด มัตเตโอพาเชลซีคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับสัญญา 2 ปีในเดือนมิถุนายน ทว่าในเดือนพฤศจิกายน เจ้าตัวกลับนำลูกทีมตกรอบฟุตบอลยุโรปเสียอย่างนั้น จนทำให้ถูกไล่ออกในที่สุด