Stories

3 เดือนผ่านไป : การมาของ ‘โรนัลโด้’ ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรที่ยูเวนตุสไปแล้วบ้าง

Cristiano Ronaldo Juventus

เขากำลังจะกลับไปเล่นที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง เพียงแต่เป็นการลงเล่นให้กับยูเวนตุส ดูเหมือนชีวิตใหม่ของดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย ที่อิตาลีจะเป็นไปได้ด้วยดี และตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา โรนัลโด้ก็ช่วยเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างให้กับเบียงโคเนรี่ ซึ่งอดัม ดิ๊กบี้ จะมาอธิบายว่ากัปตันทีมชาติโปรตุเกสช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

We are part of The Trust Project What is it?

ดูเหมือนว่ายูเวนตุสจะไม่สามารถซ่อนความทะเยอทะยานของทีมได้อีกต่อไป ในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาอาจจะคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้เหมือนที่เคย แต่พวกเขาก็ต้องล้มเหลวในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง จากการตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยฝีมือของเรอัล มาดริด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทีม

เมื่อทีมต้องทุบสถิติการซื้อนักเตะค่าตัวระดับสถิติสโมสร รวมถึงทุบเพดานค่าเหนื่อยของนักเตะใหม่เพื่อดึงตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีม ก็แปลว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อความสำเร็จที่ต้องการ

“หลังจากคว้าสคูเด็ตโต้ 7 สมัย และโคปา อิตาเลีย 4 สมัย มันก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะคว้าแชมป์ในรายการระดับยุโรป ที่เราเคยเข้าใกล้ความสำเร็จนี้มาแล้วในช่วงก่อนหน้า” นี่คือสิ่งที่มักซ์ อัลเลกรี เฮดโค้ชของยูเวนตุสกล่าวไว้ ในงานอีเวนท์ที่จัดโดยผู้สนับสนุนของสโมสร “ความปรารถนาที่จะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังอยู่กับสโมสรแห่งนี้เสมอ”

สโมสรยักษ์ใหญ่ของอิตาลีทีมนี้รู้ดีว่าพวกเขาต้องการอะไร หลังจากที่ทีมเข้าชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถึง 2 ครั้ง จาก 4 ครั้งหลังสุด และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับทีมในเดือนแรกของฤดูกาลก็ช่วยสนับสนุนคำพูดของอัลเลกรีได้เป็นอย่างดี

Juventus huddle

ทำลายสถิติ

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา ยูเวนตุสเพิ่งจะพลาดคว้าชัยแค่เพียงเกมเดียว คือการเสมอกับเจนัวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้พวกเขายังทำสถิติเอาชนะได้ตลอด 10 เกมแรกของฤดูกาลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งต่างจากฤดูกาลที่แล้วอย่างสิ้นเชิง เพราะช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว ทัพเบียงโคเนรี่ออกสตาร์ทได้ไม่ดีเลย ก่อนที่อัลเลกรีจะมาเร่งเครื่องในช่วงเดือนมีนาคมกับเมษายนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้ และในฤดูกาลนี้ การมาของโรนัลโด้ก็ทำให้ผลงานช่วงออกสตาร์ทของยูเวนตุสไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

การมาของโรนัลโด้น่าจะช่วยในเรื่องการจบสกอร์ของทีมได้มากทีเดียว ดาวเตะชาวโปรตุกีสมีสถิติทำประตูไปถึง 451 ลูก จากการลงสนาม 438 เกม ให้กับเรอัล มาดริด แม้ตอนนี้เจ้าตัวจะยังไม่ได้ทำประตูได้ถล่มทลาย (4 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ จาก 8 เกม) แต่เขาก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในเกมรุก น่าสนใจเหมือนกันว่าอดีตดาวเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานในเซเรีย อา เหมือนที่เคยทำได้ในลา ลีก้า หรือไม่

ในปีที่แล้ว โรนัลโด้ใช้โอกาสในการยิงประตูถึง 28 ครั้ง จาก 4 เกม กว่าจะทำประตูแรกให้กับราชันชุดขาวได้ แต่พอจบฤดูกาล ดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัยรายนี้ ก็ทำประตูให้โลส บลังโกส ได้ถึง 44 ลูก จาก 44 เกม ซึ่งแฟนบอลของไอ้ม้าลายเองก็หวังว่ากัปตันทีมชาติโปรตุเกสจะทำได้เช่นนั้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผลงานในสนามของโรนัลโด้ในตอนนี้ยังเป็นสิ่งที่น่าประทับใจน้อยมาก หากนำมาเทียบกับผลงานนอกสนามที่เขาช่วยยกระดับทีมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นยอดขายเสื้อ ยอดผู้ติดตามโซเชียลมีเดียของสโมสร รวมถึงมูลค่าหุ้นของสโมสรที่เพิ่มขึ้นมากพอสมควร

Cristiano Ronaldo Juventus

กระตุ้นเพื่อนร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม กุนซือที่รอบคอบและเฉลียวฉลาดแบบอัลเลกรีก็ไม่เคยออกมาพูดว่าทีมของเขาจะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ เพียงเพราะมีผู้ติดตามอินสตาแกรมของสโมสรมากขึ้น กุนซือชาวอิตาเลียนยังคงสนใจแต่เรื่องผลงานของทีม รวมถึงวิเคราะห์ด้วยว่า การมาของโรนัลโด้นั้นช่วยกระตุ้นนักเตะที่อยู่รอบตัวเขาบ้างไหม และช่วยกระตุ้นอย่างไร มันช่วยให้นักเตะในทีมพยายามทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นไหม ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมดีขึ้นหรือเปล่า และทำให้พลพรรคนักเตะเบียงโคเนรี่ทุ่มเทเกินร้อยแบบที่ดาวเตะโปรตุกีสทำหรือไม่

นักเตะบางคน เช่น จอร์โจ้ คิเอลลินี่ หรือ มาริโอ มานด์ซูคิช อาจจะไม่ต้องการให้โรนัลโด้มาโน้มน้าวให้เขาทุ่มเทเต็มที่หรอก แต่การมาของดาวเตะเลือดฝอยทองก็ทำให้พวกเขาได้ลงเล่นกับหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมันช่วยดึงประสิทธิภาพในตัวนักเตะทุกคนของยูเวนตุสออกมาได้มากขึ้น และนี่ก็คือผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดที่เกิดขึ้นกับทัพม้าลายเมื่อดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเรอัล มาดริด ย้ายมาร่วมทีม

Cristiano Ronaldo, Giorgio Chiellini

การมาของโรนัลโด้อาจจะทำให้นักเตะบางคนต้องพบกับความยากลำบากในช่วงแรก อย่างเช่นที่เปาโล ดิบาล่า ได้รับ เขาต้องพยายามอย่างมากทีเดียวที่จะไม่ให้ตัวเองต้องอยู่ใต้เงาของดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย ซึ่งบางเกมทดาวเตะอาร์เจนไตน์ต้องโดนดรอปไปเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำ แต่กุนซือของทีมอย่างอัลเลกรีก็พยายามปรับแผนการเล่น ก่อนที่จะให้ดีบาล่ายืนอยู่ต่ำกว่าโรนัลโด้กับมานด์ซูคิชในปัจจุบัน การยืนในแบบนี้ทำให้ดีบาล่าสามารถสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้มากกว่าการเล่นในระบบ 4-3-3 ซึ่งอัลเลกรีใช้งานเจ้าตัวในตำแหน่งปีกขวา ผลงานการทำแฮตทริคในเกมกับยัง บอยส์ ตามแผนการที่ให้ดีบาล่ายืนหลังกองหน้า สามารถบอกได้เป็นอย่างดีว่ากองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าทำอะไรให้ทีมได้บ้าง โดยเฉพาะในยามที่ซีอาร์เซเว่นโดนแบน และทีมยังต้องการตัวชี้ขาดเกมเพื่อการคว้า 3 คะแนน

เป็นตัวอย่างให้แบร์นาร์เดสคี่

นับตั้งแต่ที่เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ย้ายมาร่วมทีมยูเวนตุส เมื่อหน้าร้อนปี 2017 เขามักจะถูกตั้งคำถามในเรื่องของวุฒิภาวะ และความสม่ำเสมอในการเล่นอยู่ตลอด และผลงานของอดีตดาวเตะฟิออเรนติน่าก็ทำให้หลายคนเริ่มตั้งแง่ว่าเขาดีพอหรือเปล่า แต่ในฤดูกาลนี้ ปีกวัย 24 ปี สามารถทำผลงานได้ดีทีเดียว ซึ่งนั่นอาจจะมาจากการฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยม และยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องการปรับตัวจากเพื่อนในทีม

เรามักจะเห็นว่าหลายๆ กรณี (เช่นเรื่องของป็อกบา) การพูดว่าเรื่องบุคลิกของผู้เล่น เช่น เรื่องทรงผม สามารถบอกถึงการเล่นและความทุ่มในสนามได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับนักฟุตบอล แต่กับแบร์นาร์เดสคี่แล้ว มันก็ไม่ยากนักที่เขาจะทำให้เรารู้สึกว่าดาวเตะทีมชาติอิตาลีพยายามจะทุ่มเทให้ทีมมากขึ้น หากเราเห็นลุคใหม่ของในตอนนี้ เพราะเมื่อก่อนเจ้าตัวมักจะบ่นกับตัวเองเวลาที่ออกบอลพลาด แต่ในปัจจุบัน เวลาปีกรายนี้เสียบอล เขาก็เลือกที่จะวิ่งไปไล่แย่งบอลแทนที่จะยืนบ่นเฉยๆ และการกระทำในแบบนี้ก็มาพร้อมกับบุคลิกใหม่ของตัวเองในซีซั่นนี้ การเปลี่ยนแปลงของปีกวัย 24 ปี ก็ทำให้มีบางคนสงสัยว่า ใครกันที่ช่วยกระตุ้นให้แบร์นาร์เดสคี่เปลี่ยนแปลงตัวเอง

Federico Bernardeschi

“เราทุกคนรู้จักโรนัลโด้ทั้งในฐานะผู้เล่น และรู้จักกันแบบส่วนตัว ผมคิดอยู่เสมอว่าเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก” แบร์นาร์เดสตี่กล่าวกับตุ๊ตโต้สปอร์ตเมื่อช่วงต้นเดือน “สิ่งที่ผมค้นพบในตัวเขาก็คือ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก เขาเป็นคนที่ถ่อมตัว แต่มีบุคลิกที่พิเศษซึ่งสามารถถ่ายทอดสู่ทุกคนได้ มันเป็นเหมือนเชื้อที่แพร่กระจายไปนะ และเรื่องนี้ก็ทำให้ผมชอบเขามากกว่าเมสซี่”

“ยูเวนตุสเป็นสโมสรที่พิเศษ และมีบุคลิกของความเป็นผู้ชนะอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องเรียนรู้จากใคร แต่การมาของโรนัลโด้ก็นำมาซึ่งสื่งต่างๆ ที่ไม่เหมือนเดิม การมีโรนัลโด้อยู่ด้วยแบบใกล้ชิดย่อมเป็นผลดีกับดาวรุ่งในทีม แม้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างยูเวนตุส คุณจะได้เรียนรู้ความฉลาดของเขา คุณจะได้ฝึกซ้อมกับนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และถ้าคุณโชคดีพอ คุณก็จะได้รับสิ่งต่างๆ ที่มีในตัวเขามาเป็นของคุณเอง มันดีมากที่ได้เรียนรู้จากยอดคน เขาช่วยเหลือผม และตอนนี้ก็ยังช่วยเหลืออยู่ เพราะเขาคือต้นแบบที่ควรทำตัวตาม” แบร์นาเดสคี่กล่าวเสริม

บางอย่างในทีมเปลี่ยนไป

นอกจากจะช่วยดึงฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาจากแนวรุกของทีมแล้ว โรนัลโด้ยังช่วยดึงทัศนคติที่เหมาะสมอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนสำหรับทีม แม้ทัพเบียงโคเนรี่จะครองอำนาจโดยสมบูรณ์ในเซเรีย อา แต่พวกเขาก็มักจะเล่นในรูปแบบการรักษาสกอร์เมื่อทีมนำ 1-0 หรือ 2-0 แต่ในตอนนี้ทีมเลือกที่จะปรับรูปแบบการเล่น ด้วยการเล่นในแบบที่ครองเกมมากขึ้น

“บางอย่างเปลี่ยนไป” อันเดรีย แฟนบอลเจ้าของตั๋วปีบริเวณสแตนด์ Curva Sud (สแตนด์เชียร์ที่เป็นส่วนโค้งของสนาม มักเป็นที่นั่งของกลุ่มแฟนบอลที่เหนียวแน่น หรือแฟนบอลอัลตร้า) กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู “การมีโรนัลโด้ในสนามทำให้พวกเขาไม่เคยหยุดที่จะเล่นเกมรุก ซึ่งต่างจากเมื่อก่อน ความกระหายของเขาผลักดันให้ทุกคนพยายามต่อไป แม้แต่อัลเลกรีก็ยังหยุดการเล่นแบบระมัดระวังตัว มันทำให้เรารู้สึกว่าพวกเขาพยายามเพื่อชัยชนะ มากกว่าการเล่นเพียงเพื่อไม่ให้แพ้”

เกมที่เจอกับนาโปลีในช่วงต้นเดือนช่วงยืนยันสิ่งที่กำลังเกิดกับยูเวนตุสได้เป็นอย่างดี ฤดูกาลที่แล้วทัพม้าลายแพ้คารังต่อทีมจากเมืองเนเปิ้ลส์ไป 0-1 และเกมในปีนี้ ทางนาโปลีก็บุกมานำไปก่อนจากดรีส เมอร์เทนส์ แต่คราวนี้ทัพเบียงโคเนรี่มีนักเตะแบบโรนัลโด้อยู่ในทีม และนั่นก็ทำให้ไม่มีใครรู้สึกเลยว่าทัพอัซซูร่าจะบุกมาเกมชัยได้ ดาวเตะทีมชาติดโปรตุเกสเป็นคนที่ทำให้เกมนี้เปลี่ยนไปอย่างแท้จริง

Cristiano Ronaldo Napoli

ประตูตีเสมอของเบียงโคเนรี่เกิดจากโรนัลโด้ ซึ่งจัดการโยกหลอกฟูลแบ็คของนาโปลีอย่างไฮซาย ก่อนจะครอสบอลเข้าไปให้มานด์ซูคิชได้ทำประตู ซึ่งเป็นการแอสซิสต์ที่สุดยอด จนกุยโด วาเชียโก นักข่าว เขียนติดตลกว่า “ลูกนี้ควรถูกจดทะเบียนเป็นมรดกโลก” ส่วนประตูที่ 2 ของยูเว่ ก็มาจากการยิงชนเสาของดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย ที่ไปเข้าทางมานด์ซูคิชได้ซ้ำเข้าไป  ส่วนลูกที่ 3 ก็มาจากการโหม่งชงของกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ก่อนโบนุชชี่จะชาร์จบอลเข้าไป

ส่วนเกมในวันอังคารที่จะถึงนี้ โรนัลโด้จะได้กลับไปเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด และหากโรนัลโด้พายูเวนตุสเอาชนะสโมสรที่ปลุกปั้นเขามาได้ ก็จะถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของยูเวนตุส ว่าพวกเขามีทีมที่พัฒนาไปจากเดิม และพร้อมจะกลับมาชูถ้วยแชมป์ของแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง หลังไม่ได้สัมผัสแชมป์รายการนี้มาตั้งแต่ปี 1996

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทัพเบียงโคเนรี่มีความทะเยอทะยานที่จะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นอย่างมาก และพวกเขาก็กล้าที่จะพูดว่าตัวเองเป็นทีมลุ้นแชมป์รายการนี้ นั่นก็เพราะพวกเขามีนักเตะชื่อว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในทีม

ติดตามเนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ FOURFOURTWO.COM