3 ลูกจาก 19 นาทีแรก อาร์เซนอล ปูพรมถล่ม แมนฯยู 3-0

คริส ฟลานาแกน วิเคราะห์ 5 ปัจจัยที่ทำให้ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 โดยเฉพาะฟอร์มอันร้อนแรงของ อเล็กซิส ซานเชส

1. แมนฯยู ตั้งการ์ดไม่ทันเมื่อ อาร์เซนอล เปิดฉากบุกตั้งแต่เริ่ม

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือปืนใหญ่ ใช้แผนที่แฟนบอล รวมทั้ง หลุยส์ ฟาน กัล ไม่คาดคิด นั่นคือการสั่งให้ลูกทีมเดินหน้าบดขยี้แนวรับของ แมนฯยู ตั้งแต่เร่ิม จนแทบตั้งตัวไม่ติด โดยอาศัยความเร็วในการเกมโต้กลับเล่นงานแผงกลางและแนวรับแมนฯยู แบบต่อเนื่อง ขณะที่ลูกทีมของหลุยส์ ฟาน กัล ไม่สามารถตั้งรับเกมบุกที่หลากหลายของอาร์เซนอลได้ โดยเฉพาะ 3 แนวรุกทั้ง ซานติ การ์ซอลา,เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส ซานเชส ต้นเกม อาร์เซนอล ครองบอลแบบวันเวย์ตัวเลขสูงถึง 96 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะช่วงที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0จากอเล็กซิส ซานเชส และประตูนำ 2-0 จากเมซุต โอซิล ใช้เวลาห่างกันแค่ 74 วินาที และหลังจากได้ประตูนำ 3-0 แบบไม่ยากเย็นในนาทีที่ 19 อาร์เซนอล ก็เพลาเกมบุก พร้อมกับปรับแทคติก เป็นการคุมพื้นที่ แย่งบอล และรอสวนกลับ ทำให้ตัวเลขหลังจบเกม 90 นาที อาร์เซนอล ครองบอลแค่ 38 เปอร์เซนต์ และผ่านบอลสำเร็จในจังหวะเปิดเกมบุก 60 ครั้ง ซึ่งแม้การผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายจะไม่สูงมาก แต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ทีมก็มีโอกาสลุ้นประตูถึง 11 ครั้ง ส่วนภาพรวมของเกมนี้ เดอะ กันเนอร์ส เปิดเกมบุก 16 ครั้ง ขณะที่แมนฯยู สำเร็จแค่ 22 จากการขึ้นเกม 38 ครั้ง ถึงขนาดที่แฟนบอลบอกว่า ด้วยฟอร์มการเล่นของทีมแบบในเกมนี้ ไม่ว่าจะใช้ ปีเตอร์ เช็ก หรือดาบิด ออสปินา ลงเฝ้าเสา ก็ไม่เป็นปัญหา

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือปืนใหญ่บอกว่า "ทีมของเราเล่นด้วยฟอร์มที่แข็งแกร่ง ถือเป็นการแก้ตัวจากเกมแชมเปี้ยนลีกส์ที่แพ้ โอลิมเปียกอส เราออกสตาร์ทเกมได้อย่างยอดเยี่ยม เปิดฉากกดดันในแดนของแมนฯยู และมีประสิทธิภาพในการทำประตูจากโอกาสที่สร้างขึ้น" ขณะที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือแมนฯยู ยอมรับว่า แมนฯยูเล่นไม่ได้ตามแผนที่วางไว้ แม้ว่าทีมจะขึ้นเป็นจ่าฝูงเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่การเปิดโอกาสให้ทีมอย่าง อาร์เซนอล ได้เล่นบอลง่ายๆ ผลจึงจบลงด้วยความพ่ายแพ้ ทั้งที่แมนฯยู ก็เตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้มาอย่างดี แต่อาร์เซนอล ทำได้ดีกว่า และถึงแม้เราจะแพ้เกมนี้ แต่ต้องมุ่งมั่นต่อไปเพื่อรักษาอันดับในกลุ่มหัวตาราง

Sanchez flicks home the opener

2.เกมบุกของแมนฯยู ขาดความมุ่งมั่น

ว่ากันว่าชุดแข่งชุดที่ 3 ของเชลซี โดยเฉพาะกางเกงที่มีลายริ้วสีดำสลับเทา เกี่ยวข้องกับเรื่องโชคลางเป็นเหตุให้เชลซี แพ้ เซาแธมป์ตัน ขณะที่เดียวกัน แมนฯยู ก็เหมือนได้เจอกับอาถรรพ์นี้ เพราะชุดแข่งชุดที่ 3 ของแมนฯยู โดยเฉพาะกางเกงที่เป็นสีดำสลับเทา ลักษณะคล้ายกับชุดของเชลซี ส่วนการที่ทีมตกเป็นรอง 0-3 ตั้งแต่ 19 นาทีของครึ่งแรก ถือเป็นฝันร้ายของปีศาจแดง ทำให้แฟนบอลย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่สนามเดอะ เดลล์ ของเซาแธมป์ตัน ในปี 1996 ซึ่งปีนั้น แมนฯยู ใส่ชุดสีเทาลงสนามในครี่งแรก ก่อนตเป็นฝ่ายตามหลัง 1-3 แม้จะเปลี่ยนชุดแข่งเป็นสีน้ำเงิน-ขาวในครึ่งหลัง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 3-6 แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ที่ทำให้แมนฯยูเสีย 3 ประตูใน 20 นาที ครั้งแรก นับตั้งแต่เปลียนมาเป็นพรีเมียร์ลีก แต่ที่เห็นแน่ๆคือไม่ใช่เรื่องของสีและลวดลายบนกางเกง แต่ทั้งหมดเกิดจากฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของอาร์เซนอล ที่เน้นครองบอลและเปิดเกมบุกเร็ว ทำให้แมนฯยู ต้องเจองานยากลำบาก สปีดบอลก็ช้าลง แม้จตัวเลขการครองบอลจะสูงกว่าที่ 62 เปอร์เซนต์ ผ่านบอลสำเร็จ 547 ครั้ง ขณะที่อาร์เซนอลอยู่ที่ 314 ครั้ง แต่ส่ิงที่ทำให้ประสิทธิภาพเกมของปีศาจแดงลดลงไป คือการผ่านบอล 631 ครั้ง บอลเคลื่อนไปข้างหน้าแค่ 322 ครั้ง และเป็นการส่งบอลคืนหลังรวมทั้งในเขตโทษถึง 309 ครั้ง

3. ซานเชส เล่นงาน ดาเมียน หมดสภาพ

ประตูที่ 2 ของ อเล็กซิส ซานเชส ในเกมนี้ต้องยกนิ้วให้ถึงความยอดเยี่ยมของศูนย์หน้าชิลี ลากบอลจากนอกกรอบเขตโทษตัดเข้ากลางก่อนซัดเต็มข้อเข้าไปอย่างเด็ดขาด นับถึงเกมนี้ อเล็กซิส ยิงไปแล้ว 6 ประตูจาก 3 เกมหลังสุด เท่ากับยอดรวมของ เซร์คิโอ อเกวโร ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อเกวโร คือนักเตะที่ฮอตที่สุด เหมาคนเดียว 5 ลูกในเกมถล่ม นิวคาสเซิล 6-1 ดาวยิงทีมชาติชิลี ออกสตาร์ทซีซั่นนี้ด้วยสภาพที่ไม่สมบูรณ์นัก เพราะเพิ่งผ่านศึกหนักหลังนำ ชิลี คว้าแชมป์โคปา อเมริกา สมัยแรกในประวัติศาสตร์ แต่เขาใช้เวลาไม่นานในการปรับจูนฟอร์มทั้งเรื่องความเร็วและพละกำลัง และเกมที่เอมิเรตส์ ซานเชส เล่นงาน มัตเตโอ ดาเมียน ไล่ตั้งแต่ประตูแรกที่ฉีกหนีการประกบ ก่อนไขว้ตอกส้นเข้าแสาแรกให้ ปืนใหญ่ ออกนำ 1-0

ส่วนประตูที่ 2 แม้กองหลังทีมชาติอิตาลี จะได้เปรียบเรื่องรูปร่าง แต่ประกบ ซานเชส ไม่อยู่ ปล่อยให้ดาวยิงชิลีลากบอลจากนอกกรอบเข้าไปยิงผ่านมือ เด เคอา แบบสุดสวย เกมนี้ ดาเมียน ปะทะแย่งบอลจาก ซานเชส สำเร็จแค่ 2 จาก 5 ครั้ง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก เป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน เช่นเดียวกับเกมที่พบกับ เซาแธมป์ตัน เนื่องจากประกบ ดูซาน ทาดิช กองกลางตัวเก่งของทีมนักบุญไม่อยู่ ช่วงนี้แฟนบอลแมนฯยู ต้องจำใจรับสภาพเพราะฟูลแบ็คแมนฯยู กำลังมีปัญหา หลังจาก ลุค ชอว์ บาดเจ็บยาว และมาร์กอส โรโฮ ยังไม่สมบูรณ์ ส่วนเกมนี้ ซานเชส สร้างโอกาสยิงประตู 2 ครั้ง เปิดเกมบุกสำเร็จ 3 จาก 4 ครั้ง และแย่งบอลได้ถึง 9 ครั้งในเกม

4) โอซิล และ วัลคอตต์ คือหัวใจเกมรุกอาร์เซนอล

จอมทัพทีมชาติเยอรมัน มาอยู่กับ อาร์เซนอล ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า โอซิล ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่สำหรับฟอร์มเทพที่เอมิเรตส์ เมื่อคืนนี้ บ่งบอกถึงศักยภาพเพลย์เมกเกอร์ทีมอินทรีเหล็กเป็นอย่างดี เพราะ โอซิล คือคีย์แมนสำคัญในการทลายแนวรับของแมนฯยู ทั้งการผ่านบอล การเคลื่อนที่ รวมทั้งส่วนร่วมกับประตุูแรกที่ฉีกหนี แอชลีย์ ยัง แบ็คซ้ายจำเป็น ก่อนเปิดถวายพานให้ ซานเชส ตอกส้นเข้าไป

จากนั้น โอซิล มีชื่อเป็นคนทำประตูจากลูกที่ 2 ของอาร์เซนอล ในอีกไม่ถึง 2 นาที ซึ่งภาพรวมเกมนี้ เขามีโอกาสยิง 4 ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จในจังหวะเกมบุก 15 จาก 17 ครั้ง ขณะที่ วัลคอตต์ ยังเป็นตัวอันตรายในแนวรุก แม้จะถูกเปลี่ยนบทบาทให้ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า ถึงเจ้าตัวจะยิงประตูไม่ได้ แต่ผลงาน 12 ประตูจาก 13 เกมก่อนหน้านี้ ก็เป็นเครื่องการันตีตำแหน่งตัวจริง อีกทั้งการเคลื่อนที่ของเขาในเกมนี้ ก็มีส่วนสำคัญให้ทีมได้ประตูที่ 2 และ 3

ต่อคำถามที่ว่า วัลคอตต์ คือกองหน้าที่ดีที่สุดของอาร์เซนอลตอนนี้หรือไม่ เวนเกอร์ บอกว่า " ถูกต้อง ด้วยฟอร์มและสไตล์การเล่น ณ.ตอนนี้ วัลคอตต์ คือศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของทีม แม้จะไม่มีชื่อทำประตู แต่ก็มีส่วนร่วมกับ 2 ลูกที่ทีมทำได้ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการครองบอลที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังต้องปรับปรุงสำหรับการรับบทศูนย์หน้าตัวเป้า

Ozil calmly slots home Arsenal's second

5. แฟนปีศาจแดงเริ่มตั้งคำถามกับ ชไวน์นี

หลุยส์ ฟาน กัล ปฏิเสธที่จะตอบคำถามหลังเกมว่าเหตุใดเขาจึงเลือก บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงเป็นตัวจริงแทน มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน โดยบอกเพียงว่า "ตอนแรกเขามั่นใจว่า ชไวน์สไตเกอร์ กับ ไมเคิล คาร์ริค จะประสานงานได้ดีในแดนกลาง" ทว่าผลงานของกองกลางทีมแชมป์โลกที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่ ฟาน กัล คาดหวัง ชไวน์นี่ อาจมีความสำคัญเรื่องการครองบอลให้แมนฯยู ในหลายๆเกมก่อนหน้านี้ แต่การที่ต้องมาเจอเกมเร็วของแผงมิดฟิลด์อาร์เซนอล ทำให้อดีตมิดฟิลด์บาเยิร์นฯ ทำอะไรแทบไม่ได้

ย้อนไปในเกมที่พบกับ เซาแธมป์ตัน เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ชไวน์นี่ คือหัวใจสำคัญในแดนกลางแมนฯยู ผ่านบอลให้เพื่อนถึง 45 ครั้ง แต่สำหรับเกมกับ อาร์เซนอล มิดฟิลด์วัย 31 ปี ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ คุมเกมในแดนกลางไม่ได้ แม้จะอยู่ในสนามครบ 90 นาที ผ่านบอลสำเร็จ 79 ครั้ง เป็นรองแค่ ไมคิล คาร์ริค เพื่อนร่วมทีม และมากกว่านักเตะอาร์เซนอลอย่าง ซานติ การ์ซอลา ที่ผ่านบอลสำเร็จ 49 ครั้ง แต่ก็เป็นแค่การถ่ายบอลไปมาเท่านั้น ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับเกมของแมนฯยู อีกทั้งเข้าปะทะคู่แข่งเอาชนะได้แค่ 3 จาก 7 ครั้งเท่านั้น

Analyse Arsenal 3-0 Man United yourself with Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android