4 ข้อที่พบหลังไก่เดือยทองโดนสาลิกาเชือดคาถิ่น

คอลัมนิสต์ของเราอยู่ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน พร้อมวิเคราะห์ถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ตลอด 90 นาทีผ่าน Stats Zone

เกมสุดดราม่าที่ นิวคาสเซิล พลิกแซงชนะ สเปอร์ส มาได้ ถือว่า สนุกที่สุดคู่หนึ่งในปีนี้ เรื่องราวหลังเกมจะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม..

1. “เดอะ แม็กพายส์” ดีวันดีคืน

การบุกไปชนะ สเปอร์ส ได้ถึงถิ่น เป็นอะไรที่ถือว่าพลิกล็อคสำหรับแฟนบอลพอสมควร โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบปีกว่าๆที่ นิวคาสเซิล สามารถชนะคู่แข่งได้สองเกมติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นการกลับมาชนะ หลังจากโดนยิงนำได้เป็นครั้งแรกในปีนี้(นับตั้งแต่ มกราคม!!) ซึ่งทั้งหมดทำให้ สตีฟ แม็คคลาเรน ปราบปลื้มเอามากๆ

“พวกเขาสุดยอดมากๆเมื่อจบครึ่งแรก ช่วงพักครึ่ง ทุกคนดูตั้งใจและพร้อมสู้ต่อ เรากำลังโตไปด้วยกัน และฟอร์มกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้ผมมีความสุขที่สุด” อดีตบอสใหญ่ทีมชาติอังกฤษกล่าว
 
โดยในครึ่งแรกนั้น ทีมเยือนมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียวในครึ่งแรก แต่พวกเขาก็เล่นเกมรับได้ดี พร้อมทั้งกลับมาได้ดีในครึ่งหลัง

2. “ไก่” ไม่คม

ไม่น่าเชื่อว่า จากที่ “ไก่เดือยทอง” นำ 1-0 อยู่นาน กลับกลายเป็นว่า พวกเขาไม่ได้อะไรติดมือหลังจบเกมเลย
“เราฆ่าพวกเขาไม่ได้” เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กล่าวหลังเกม “ถ้าคุณนำคู่แข่งเพียงลูกเดียว คุณก็เปิดโอกาสทำให้คู่แข่งกลับสู่เกมได้ และนิวคาสเซิลก็ทำมันอย่างง่ายๆ”
 

ครึ่งแรกนั้น สเปอร์ส มีโอกาสยิงถึง 11 ครั้ง ซึ่ง 3 ในนั้นถูก ร็อบ เอลเลียต ปฏิเสธ ส่วน ที่เหลือ นั้นข้ามคานออกไปทั้งหมด เช่นเดียวกับ ครึ่งหลัง ที่พวกเขา มีโอกาสยิงอีก 9 ครั้ง โดยเข้ากรอบ 4 ครั้ง แต่ที่น่าสนใจ คือ ใน 9 ครั้งนั้น เป็นการยิงจากนอกกรอบเขตโทษถึง 7 ครั้ง
 
โดย คริสเตียน อีริคเซ่น มีโอกาสยิงคนเดียวถึง 7 ครั้ง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ดาวเตะเลือดเดนช์ก็ไม่สามารถซัดผ่านมือ เอลเลียต  ได้เลย

3. ฮีโร่เอลเลียต

เหล่า “ทูน อาร์มี่” ต้องกราบขอบคุณ ร็อบ เอลเลียต เป็นที่สุด เมื่อเขาช่วยเซฟหลายครั้ง จนทำให้ทีมเก็บสามคะแนนได้สำเร็จ

ตอนแรกหลายคนเชื่อว่า การขาดหายไปของ ทิม ครูล จะทำให้ทีมดังแห่งอีสานประสบปัญหาในการหนีตกชั้น แต่จากเกมนี้ เอลเลียต แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาก็มีดีเช่นกัน

ขนาดหัวหอกฟอร์มแรงอย่าง แฮรี่ เคน ยังไม่สามารถยิงประตูเขาได้เลย(ฮา) แต่ทั้งหมดก็ต้องยกเครดิตให้กับแผงหลังนิวคาสเซิล ทั้ง ฟาบริซิโอ โคลอชชินี และ ชานเซล เอ็มเบ็มบ้า ที่เล่นได้ดีในเกมนี้ด้วย

4. “บิ๊กแม็ค” เลือกถูกคน

การเปลี่ยนตัว อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช และ อโยเซ่ เปเรซ ลงไป ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของ แม็คคลาเรน ในปีนี้ เพราะทั้งคู่ กลายเป็นฮีโร่ที่ช่วยกันทำคนละประตู ให้ทีมดังแห่งอีสานกลับบ้านอย่างภาคภูมิ

โดยก่อนหน้านั้นทั้ง ปาปิสส์ ซิสเซ่ และ เซียม เดอ ยอง ไม่สามารถคุกคามแนวรับเจ้าถิ่นได้มากนัก แต่ทั้ง มิโตรวิช และ เปเรซ สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างเห็นได้ชัด

อีกทั้ง แม็คคลาเรน ยังกระตุ้นจนทำให้ มุซซ่า ซิสโซโก้ ที่เล่นไม่ค่อยดีในครึ่งแรก กลับมาเล่นได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในครึ่งหลัง

 เพราะฉะนั้น..ปรบมือให้กับ “บิ๊กแม็ค” สักทีเถอะ (ฮ่า)