4 รูปแบบการเพรสซิ่งของ 'เสือใต้' ที่เป๊ปอาจใช้กับ 'เรือใบ' ซีซั่นหน้า

การเพรสซิ่งแบบเข้มข้นคือหัวใจในชัยชนะของบาเยิร์น มิวนิค เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แม้จะตกรอบด้วยกฏอเวย์โกลก็ตามที...

จากการเริ่มต้นเกมอันเฉียบคมของบาเยิร์น มิวนิค ทำให้พวกเขาสมควรได้ประตูเบิกร่องในนาทีที่ 31 ซึ่งก่อนนาทีที่ 53 ที่แอตเลติโกจะมาได้ลูกอเวย์โกลอันสุดสำคัญของพวกเขา แนวรับของบาเยิร์นได้สร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

ในภาพ GIF อันแรกแสดงให้เห็นตอนที่บาเยิร์นเสียบอลบริเวณมุมธง ซึ่ง ดาวิด อลาบา ได้เปลี่ยนจากรุกเป็นรับอย่างรวดเร็วและน่าประทับใจเพื่อมุ่งมั่นอยู่กับการแย่งบอลกลับมาให้ได้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแบ็คซ้ายขึ้นไปสูงขนาดนั้น) ขณะที่นักเตะ "เสือใต้" คนอื่นๆก็ช่วยกับอลาบาบีบพื้นที่ให้นักเตะ "ตราหมี" ต้องเตะบอลทิ้ง

ซึ่งเหตุการณ์นี้คือหนึ่งในหลายๆตัวอย่างของบาเยิร์นหลังจากเสียบอล โดยพวกเขาพยายามจะแย่งบอลคืนให้ได้ในบริเวณพื้นที่สุดท้ายเพื่อกลับมาเป็นฝ่ายครอบครองบอลและจู่โจมแนวรับของแอตเลติโกให้เร็วที่สุด

ส่วนในภาพ GIF ตัวถัดไปจะเห็นการร่วมด้วยช่วยกันของ ฟร้องค์ ริเบรี่, อลาบา, ชาบี อลอนโซ่, ดั๊กลาส ตอสต้า และ อาร์ตูโร่ วิดัล ที่เข้ามาไล่บี้แข้ง "ตราหมี" อย่างรวดเร็ว จนทำให้บาเยิร์นได้บอลคืนตั้งแต่อยู่ในพื้นที่สุดท้ายของฝั่งตรงข้าม

และคราวนี้เป็นฝั่งขวาบ้าง  ซึ่งการกระจุกตัวแน่นของนักเตะบาเยิร์นทำให้เป็นการยากที่แข้งแอตเลติโกจะลำเลียงบอลขึ้นไปได้ แม้ลูกทีมของซิเมโอเน่จะทำดีที่สุดแล้วในการหนีการเพรสซิ่งจนจ่ายบอลมาถึงช่วงกลางสนาม แต่ผู้เล่นของบาเยิร์นก็ปล่อยให้ครองบอลอยู่ได้ไม่นาน

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ด้านบนจะจบลงด้วยการเสียฟาวล์ของบาเยิร์น แต่ความขยันของผู้เล่นทุกคนนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม จึงไม่น่าแปลกใจที่อีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ลูกทีมของกวาร์ดิโอล่าก็สร้างโอกาสและครองบอลได้มากขึ้นจนทำอันตรายได้บ่อยครั้ง

ช่วงเวลาอันน่าชื่นชม

ทั้ง 3 สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตในการเล่นเกมรับอันน่าเหลือเชื่อของบาเยิร์น ที่พยายามป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขณะที่พวกเขากำลังจะดึงตัวเองกลับเข้าสู่เกม

โดยบาเยิร์นได้เริ่มปรับมาใช้การเพรสซิ่งสูงไม่ว่าจะเข้าไปคนเดียวหรือบีบร่วมกันเป็นกลุ่ม (ดูภาพด้านบน) แต่อย่างน้อยๆ ต้องมีนักเตะบาเยิร์น 2 คนอยู่ในบริเวณนั้น

จากภาพด้านบน ในนาทีที่ 53 ความกระตือรือร้นที่จะเอาบอลของบาเยิร์นทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยหลังจากที่ เยโรม บัวเต็ง จ่ายบอลไปติด ดีเอโก้ โกดิน ของแอตเลติโก มาดริด (ซึ่งบัวเต็งก็ได้จ่ายบอลคล้ายๆกันนี้ในครึ่งแรกจนนำไปสู่ฟรีคิกของอลอนโซ่) ทั้งบัวเต็งและอลอนโซ่ก็พยายามบีบพื้นที่อย่างรวดเร็วทันทีที่บอลมาถึงเท้าของกาบี้

อย่างไรก็ตามการทำอย่างนั้นทำให้ตัวรับ 3 คนเหลือยืนประจำการแค่คนเดียวนั่นก็คือ ฆาบี มาร์ติเนซ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้หลังโหว่เท่านั้น หากแต่ยังเกิดพื้นที่ว่างตรงกลางสนามด้วย ทำให้แอตเลติโกมีความยืดหยุ่นในการตัดสินใจมากขึ้น

โชคไม่ดีสำหรับบาเยิร์น เพราะทั้งที่ขันน็อตแน่นหนาขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังมีช่องให้แอตเลติโกหลุดเข้าไปทำประตูจนได้

ถึงแม้ว่าจะต้องยกเครดิตให้กับแอตเลติโก มาดริด ที่เข้าไปตีตั๋วนัดชิงที่มิลานได้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าขมขื่นอยู่ดีที่เห็นเป๊ปจบเส้นทางแชมเปี้ยนส์ลีกกับบาเยิร์นทั้งที่ลูกทีมของเขาพยายามกันอย่างหนักแล้ว