5 แบบ 5 สไตล์! ส.บอลเปิดโหวตโลโก้ช้างศึกถึง 31 ส.ค.นี้

สมาคมฟุตบอลไทยฯ ชวนแฟนบอลร่วมโหวตโลโก้ใหม่ช้างศึก 5 แบบ ที่เข้ารอบสุดท้าย ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชิญชวนแฟนบอลชาวไทย ร่วมกันโหวตผลงานประกวดต้นแบบสัญลักษณ์ทีมชาติไทยใหม่ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 5 แบบ ด้วยกัน เพื่อนำไปเป็นแนวทางต่อยอดเป็นโลโก้ทีมชาติไทยใหม่ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้

สำหรับการคัดเลือกในเบื้องต้น ทางสมาคมฯจัดตั้งคณะกรรมการฯ โดยมี นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ , นายศรัณย์ บุลสุข รองประธานบริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด , อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรม ประจำปี 2557, นาย ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ผู้ออกแบบงานสร้างและกำกับศิลป์ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้คร่ำหวอดเรื่องประวัติศาสตร์ และ นาย วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟาร์มกรุ๊ป และกราฟิคดีไซเนอร์ผู้ออกแบบสัญลักษณ์ไทยลีก เข้าร่วมการตัดสิน ซึ่งมีบุคคลทั่วไปส่งผลงานเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด “ช้างศึก” ทั้งในแบบเต็มตัวและบางส่วน มากกว่า 1,000 ชิ้น

ล่าสุดทางคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด โดยพิจารณาถึงความสวยงาม, ความร่วมสมัย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ จนได้ 5 ผลงานในรอบสุดท้าย อันได้แก่

1. นายปริตณัฐ เครืออารีย์

2. Mr. Adiet Firmansyah

3. นายต่อพงศ์ บูรณพิเชษฐ์

4. นายพิสุทธิ์ กองกิจ

5. นายรณชิต แสนปิง

ทางด้านของ อ. ปัญญา วิจินธนสาร กล่าวเสริมว่า “สำหรับตราสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีประวัติศาสตร์ จากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานตราสัญลักษณ์ด้วยพระองค์เอง แสดงออกถึงความสง่างามความสูงส่ง”

“แต่ในปัจจุบัน ผมคิดว่าการใช้งานตราสัญลักษณ์ฟุตบอลได้เปลี่ยนสถานะไป ซึ่งสมาคมฟุตบอลหลายๆประเทศก็รีแบรนด์ตราของตัวเองในลักษณะที่เป็นสากลขึ้น ให้เข้ากับความสมัยใหม่ เรียบง่าย ร่วมสมัย ซึ่งการใช้ตราพระราชทานในบางครั้งอาจมีปัญหาในเรื่องของความไม่เหมาะสมในการนำไปใช้"

“โดยแบบเดิมก็อาจจะใช้ในวาระที่สำคัญๆ และมีคุณค่า ส่วนแบบใหม่จะใช้ในแนวทางที่กว้างขวางกับทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือตามสาธารณะ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแสดงความความสากล”

ขณะที่ นาย ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล ก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตราพระราชทานเป็นสิ่งที่สูงส่ง เพราะเป็นตราที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทาน จึงควรใช้เฉพาะในโอกาสที่สำคัญๆ ซึ่งการจะเอามาใช้กับเรื่องทั่วๆไปจึงไม่น่าจะเหมาะสม”

นอกจากนี้ นาย ศรัณย์ บุลสุข ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรีแบรนด์ตราสัญลักษณ์ทีมชาติไทยว่า “สมัยนี้มีช่องทางในการใช้ตราสัญลักษณ์มากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการนำไปวางบนสื่อต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับใช้ที่ง่ายและมีความเป็นสากล”

ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล 100,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท สำหรับผู้ชนะเลิศนั้น จะได้รับเชิญจากทางสมาคมฯ เพื่อทำการมอบรางวัลและหารือถึงการพัฒนาจนสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยต่อไป

โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะทำการเปิดให้แฟนบอลโหวตเพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาตัดสินครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ก่อนที่จะประกาศผลอย่างเป็นทางการ และสมาคมฯ จะนำผลงานไปพัฒนาต่อจนสมบูรณ์

โหวตเลือกแบบโลโก้ที่คุณชื่นชอบได้ที่นี่

Topics