5 แฝดลูกหนังแดนสยาม...คู่ไหนพัง-พีค?

นี่ คือ 5 คู่แฝดที่โด่งดังที่สุดแห่งวงการลูกหนังไทย บางคู่ไม่เคยแยกจากกันแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งตอนค้าแข้งในประเทศ และต่างประเทศ แถมบางคู่ยังเคยสังกัดอะคาเดมีของสองทีมดังมาแล้ว...เรื่องราวของพวกเขาทั้งหมดเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

สุรีย์-สุรัตน์ สุขะ

สองพี่น้องจากสกลนคร กลายเป็นแฝดคู่แรกที่มีโอกาสลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่พร้อมกัน ในรายการ ทีแอนด์ที คัพ ที่เวียดนาม ปี 2008 ภายใต้การคุมทัพของ ปีเตอร์ รีด กุนซือชาวอังกฤษ โดยทั้งสองคนมีส่วนช่วยพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ได้ด้วยวัย 26 ปี

เส้นทางลูกหนังของ “เปรม”สุรีย์ –“ปาน”สุรัตน์ สุขะ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะทั้งคู่ได้มีโอกาสลงเล่นในรายการใหญ่มากมาย โดยเฉพาะในช่วงเยาวชนสมัยเรียนที่ อัสสัมชัญ ศรีราชา ทั้งคู่มีชื่อติดทีมชาติไทย U17 ชุดชิงแชมป์โลก 1999 ที่ นิวซีแลนด์ ก่อนที่เส้นกราฟชีวิตจะพุ่งทะลุเพดานตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 20 ปี แฝดพี่มีโอกาสลัดฟ้าไปค้าแข้งต่างแดนในเอสลีกด้วยวัยเพียง 18 ปี กับสโมสรบาเลสเตียร์ ก่อนที่จะโยกกลับมาเล่นกับแฝดน้องที่ ชลบุรี เอฟซี ในรายการโปรลีก

ไม่นานนัก สุรีย์ กลายเป็นแบ๊คขวาเบอร์หนึ่งของทัพ “ช้างศึก” โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนติดทีมยอดเยี่ยม เอเชียน คัพ ในปี 2007 และได้เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลาต่อมา สำหรับ สุรัตน์ ที่ถนัดเล่นกลางรับ ก็ยังคงเดินหน้ารับใช้ “ฉลามชล” ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผัน ด้วยการเป็นแข้งไทยคนแรกที่เซ็นสัญญาอาชีพในลีกออสเตรเลีย ลงเล่นให้กับ เมลเบิร์น วิคตอรี่  2 ฤดูกาล

หลังเสร็จสิ้นจากการค้าแข้งต่างแดน ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และล่าสุดกับ อุบล ยูเอ็มที ในปัจจุบัน

เอกพันธ์-เอกพงษ์ สุรัตน์สว่าง

ฝาแฝดจาก อ.เบตง จ.ยะลา ถือเป็นยอดแข้งโต๊ะเล็กทีมชาติไทยที่โด่งดังสุดในช่วงปี 2007-2009 เมื่อประสานงานกันพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง

“บอล” เอกพันธ์ – “บอย” เอกพงษ์ สุรัตน์สว่าง เริ่มค้าแข้งกับทีมฟุตซอลเดินสายย่านดินแดง ก่อนผันตัวเองสู่สถาบันลูกหนังชั้นยอดของประเทศอย่าง โรงเรียนปทุมคงคา ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ทั้ง “บอล-บอย” ลงเล่นด้วยกันมาตลอดเวลาในทุกทีมและทุกรายการ รวมถึงภายใต้สังกัด ชลบุรี บลูเวฟ ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นจนมีชื่อติดทีมชาติไทยชุดชิงแชมป์อาเซียน ปี 2008 ก่อนช่วยพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างน่าประทัยใจ

หลังจากนั้น สองพี่น้องจากแดนใต้ ยังมีโอกาสได้รับใช้ชาติอีกหลายรายการ ทั้งชิงแชมป์เอเชีย, เอเชียน อินดอร์ เกมส์, มหาวิทยาลัยโลก และรายการสำคัญอย่าง ฟุตซอลโลก 2008 ที่ประเทศบราซิล

นอกจากจะไม่เคยแยกย้ายจากกันในแดนสยามทั้งกับ ชลบุรี บลูเวฟ,ธอส.อาร์แบค,ศรีสะเกษ เอฟซี และ สุราษฏร์ธานี เอฟซี แล้ว การเดินทางไปค้าแข้งต่างประเทศของทั้งพวกเขายังไปกันเป็นแพ็คคู่ด้วยเช่นกัน ทั้งกับ อัคโตเบ ในลีกคาซัคสถาน และ อิเลคทริค PLN ในลีกอินโดนีเซีย นับว่าเป็นคู่ฝาแฝดคู่แรกที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการฟุตซอลอย่างแท้จริง

ทว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ทั้งคู่จะไม่ได้เล่นด้วยกันเพราะ “บอล” แฝดพี่ตัดสินใจยุติบทบาทค้าแข้งไปทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนแฝดน้องยังคงมีชื่ออยู่ในทีม “กุ้งสายฟ้า”

สุภชัย-สุรเชษฐ์ ภูผา

ฝาแฝดจากเมืองขุนแผน เริ่มฉายแววเก่งตั้งแต่สมัยเป็นเล่นในระดับเยาวชนกับโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี ด้วยตำแหน่งแนวรับทั้งคู่ โดยแฝดพี่ สุรเชษฐ์ ภูผา เป็นแบ๊คซ้าย และ สุภชัย ภูผา เป็นแบ๊คขวา จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทย U14 ปี ชุดชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 1 ในยุคของ “น้าติ๊ก” สมชาติ ยิ้มศิริ

จากฟุตบอลรายการนั้นทำให้ชื่อของ “อาร์ม”สุภชัย –“อาร์ท”สุรเชษฐ์ ภูผา ถูกจับจ้ตามองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมชาติไทยในอนาคต รวมไปถึงสโมสรต่างๆก็เริ่มหมายตา ทว่าเส้นทางทีมชาติของสองพี่น้องตระกูล “ภูผา” กลับไปได้ไกลสุดแค่รุ่น U19 ปี ชุดชิงแชมป์อาเซียน และ เอเชีย

จากผลงานอันโดดเด่นในทัพ “ช้างศึก” ทำให้ทั้งคู่ต่างได้รับสัญญานักเตะอาชีพจาก สุพรรณบุรี เอฟซี ในระดับดิวิชั่น 1 ก่อนที่จะถูกสโมสร ธ.กรุงไทย ดึงตัวไปร่วมทีม และอยู่ยาวกับทีมจนถึงช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็น บางกอกกล๊าส เอฟซี ในปี 2009

ต่อมาในปี 2010 ทั้งสองคนได้ร่วมทีมกันเป็นครั้งสุดท้ายกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนที่จะต้องต้องแยกย้ายกันเล่นไปตามสโมสรต่างๆ ปัจจุบัน สุภชัย ค้าแข้งอยู่กับ ลำปาง เอฟซี ในศึก เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ

สัตยา-ศตวรรษ คำมาก

สองแข้งรุ่นเล็กจากอะคาเดมี่ของ ชลบุรี เอฟซี ฉายอนาคนไกลจนเคยถูกหลายทีมแย่งตัวไปร่วมทีมมาแล้ว เมื่อปี 2011

นอกจากจะผ่านการเป็นเด็กปั้นของ “ฉลามชล” แล้ว “แบงค์” สัตยา – “เบนซ์”ศตวรรษ คำมาก ยังเคยเป็นแข้งเยาวชนของ เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกด้วย พร้อมพัฒนาตัวเองจนติดทีมชาติ U16 ชุดชิงแชมป์เอเชีย 2012 ที่ประเทศอิหร่าน ปี 2012 ด้วยบทบาทแบ็คซ้ายของแฝดพี่ศตวรรษ และแบ็คขวาของแฝดน้อง

ทว่าเส้นทางของฝาแฝดคู่นี้กลับโด่งดังได้แค่ระดับเยาวชนเท่านั้น พอเข้าสู่ระดับอาชีพ วิถีชีวิตพ่อค้าแข้งของทั้งคู่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะต้องตระเวนทดสอบฝีเท้าตามสโมสรต่างๆในระดับดิวิชั่น 2 ทั้ง กำแพงเพชร เอฟซี, ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด  และกองเรือยุทธการ

แม้จะไม่ประสบความสำเร็จกับการเล่นบนลีกสูงสุด แต่สิ่งหนึ่งที่แฝดลูกหนังคู่นี้ได้ทำร่วมกันเสมอคือการร่วมหัวจมท้ายเล่นทีมเดียวกันในทุกฤดูกาลตั้งแต่สมัยเยาวชน จนถึงระดับอาชีพกับ กำแพงเพชร ยูไนเต็ด, กบินทร์ ยูไนเต็ด, ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด, ราชนาวี เอฟซี และกองเรือยุทธการ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

อรวรรณ-พรรณี มูลสาร

นี่คือฝาแฝดหญิงคู่แรกที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยพร้อมกัน

“ส้ม”อรวรรณ-“เปรี้ยว” พรรณี มูลสาร เกิดในครอบครัวที่มีฐานะไม่ดีนัก คุณพ่อประสบอุบัติเหตุต้องสูญเสียขา หลังจากช่วยเหลือตัวเองได้ ก็ไปหางานทำเป็นคนงานสวนผลไม้พร้อมกับแม่ ที่ จ.จันทบุรี ทำให้ทั้งสองต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังที่ จ.อุบลราชธานี กับยาย

สองสาวฝาแฝดเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยนอกลู่นอกทาง เลือกเล่นกีฬาฟุตบอล, ฟุตซอล เพื่อหารายได้ในการเลี้ยงดูตัวเองเพิ่มเติม ก่อนที่ฟ้าจะเข้าข้าง เมื่อทางทีมงานฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่น U19 ได้ออกตระเวนคัดเลือกนักเตะเข้าสู่ทีมที่จังหวัดขอนแก่น แน่นอนง่าทั้งส้มและเปรี้ยว ไม่ทิ้งโอกาสนั้นให้หลุดมือไป

และแล้วพวกเธอก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ หลังผ่านการคัดตัวจนมีชื่อทีมชาติไทยได้เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังโชว์ทักษะโดดเด่นในตำแหน่งดาวยิง ที่ทั้งการยิงประตูและการผ่านบอลได้อย่างยอดเยี่ยม จนประทับใจผู้ฝึกสอน

ที่ผ่านมาทั้งคู่ก็มีโอกาสรับใช้ชาติในเกมอุ่นเครื่องมาแล้ว ซึ่งเป้าหมายต่อไปของพี่น้องฝาแฝดวัย 17 ปี คือการพาทัพ “ชบาแก้ว” U19 ลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2017 ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 14-28 ต.ค.60 นี้ ก่อนคัดเอา 3 ทีมไปเล่นฟุตบอลโลก U19 ที่ฝรั่งเศส ในปี 2018

Topics