5 เรื่องปืนใหญ่พึงตระหนักก่อนบิ๊กแมตช์ฉะหงส์

หลังทัพ “ปืนใหญ่” บุกชนะ “ปราสาทเรือนแก้ว” ได้ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คอลัมนิสต์ของเราได้วิเคราะห์ถึง 5 ปัจจัยที่พวกเขาควรพึงตระหนัก ก่อนที่ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ อาร์เซนอล จะต้องทำศึกหนักกับ ลิเวอร์พูล ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  

1. โอซิลคือความมหัศจรรย์

นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า  เมซุต โอซิลเป็นนักฟุตบอลที่ดูเนือยๆ และขาดความกระตือรือร้น จนเกินไป แต่ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร เราต้องยอมรับว่า ฟอร์มของเขาในเกมกับพาเลซนั้น ยอดเยี่ยมมาก ดาวเตะหมายเลข 11 คือหัวใจในเกมรุกของอาร์เซนอล การเคลื่อนไหวและ จ่ายบอลของเขา ทำให้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์เล่นง่ายขึ้น

หากดูสถิติหลังเกม จะพบว่า ดาวเตะทีมชาติเยอรมันจ่ายบอลขณะทำเกมรุกมากที่สุด ในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของทีมปืนใหญ่ (37 ครั้ง พลาดเพียงครั้งเดียว) ซึ่งนั่นทำให้ทัพ “เดอะ กันเนอร์” มีโอกาสยิงประตูถึง 5 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นคือลูกยิงขึ้นนำสุดสวยจากชิรูด์

การเล่นของโอซิลในเกมกับ “ปราสาทเรือนแก้ว” นั้นโดดเด่นมาก แม้ โยฮัน กาบาย ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสของพาเลซ จะพยายามหยุดยั้งโอซิลอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่เป็นผล

บทสรุปของเกมนี้ ทำให้เราเชื่อว่าโอซิลยังเป็นคนสำคัญของอาร์แซน เวนเกอร์อยู่ สิ่งสำคัญหลังจากนี้ก็คือ โอซิลต้องแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเล่นในระดับนี้ได้ในทุกๆเกมตลอดทั้งซีซั่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 12 ปีกับทีมให้ได้

2. ความแข็งแกร่งโกเกอแล็ง

ในเกมนี้ ฟูลแบ็คสองข้างของปืนใหญ่ ทั้ง เอคตอร์ เบเยริน และ นาโช่ มอนเรอัล ไม่ได้เติมเกมรุกมากนัก ทั้งๆที่ปกติแทคติคของ อาร์แซน เวนเกอร์นั้นมักจะให้แบ็คเติมเกมรุกสูงอยู่เสมอ แต่เกมนี้ เวนเกอร์เลือกที่จะให้ทั้งคู่ยืนต่ำลง เนื่องจากต้องการหยุดความเร็วและการทำเกมรุกของ ยานนิค โบลาซี่ และ วิลฟรีด ซาฮา ปีกสองข้างของเจ้าถิ่นให้ได้

โดยเกมนี้ ทั้ง เบเยริน และ มอนเรอัล ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาเติมเกมรุกในจังหวะที่เหมาะสม และเมื่อทีมโดนกดดัน ทั้งคู่ก็ลงมาช่วย แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ โลร็องต์ กอสเซียลนี ได้อย่างดี

นอกจากนี้ การมี ฟร็องซิส โกเกอแล็ง ในการยืนหน้าแผงแบ็คโฟร์ก็เป็นประโยชน์ต่อทีมมาก มิดฟิดล์ชาวฝรั่งเศสรายนี้ช่วยหยุดยั้งความเร็วของ คริสตัล พาเลซ ในหลายครั้ง โดย โกเกอแล็ง ตัดเกมได้ถึง 6 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในผู้เล่นทั้งหมด รวมทั้งยังแย่งบอลจากคู่แข่งได้อีก 11 ครั้ง โดยเป็นรองเพียง ซานติ การ์ซอล่า เท่านั้น นอกจากนี้  ดาวรุ่งวัย 22 ปีคนนี้ ยังบล็อคการยิงได้อีก 2 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในทีมอีกเช่นกัน

ตลอดเวลาที่ โกเกอแล็ง อยู่ในสนาม เขาสามารถช่วย เบเยริน และ มอนเรอัล ในการหยุดเกมรุกด้านข้างของเจ้าถิ่นได้เป็นอย่างดี จนทำให้ โบลาซี่ ต้องถูก อลัน พาร์ดิว เปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก แต่โชคไม่ดีที่ตัวเขานั้นต้องโดนเปลี่ยนออกไปในนาทีที่ 64 เพราะก่อนหน้านี้เขาเกือบจะโดนใบแดงจากจังหวะเล่นหนักใส่ผู้เล่นเจ้าถิ่น ทำให้เวนเกอร์ไม่มีทางเลือก ตอนนี้เราต้องยอบรับว่า ฟร็องซิส โกเกอแล็ง กลายเป็นคนสำคัญของทัพปืนใหญ่เต็มตัวแล้ว

3.ข้อแตกต่างระหว่าง อเล็กซิส กับ แรมซี่ย์

ด้วยความเร็ว ความคล่อง และพลังของอเล็กซิสนั้น ทำให้ทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ก้าวไปอีกระดับได้ แม้ว่าปีกทีมชาติชิลียังดูไม่ฟิตเต็มร้อยก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม การมีเขาอยู่ในทีม ก็ทำให้เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลรู้สึกมั่นใจมากขึ้นมาก

จากเกมนี้เรายังได้รู้ว่า อารอน แรมซี่ย์ ไม่เหมาะกับตำแหน่งริมเส้นทางด้านขวา เพราะกัปตันทีมชาติเวลส์ นั้นไม่ใช่ปีกประเภทความเร็วสูงเหมือนอย่างดาวเตะชิลี ตำแหน่งที่ดีสุดของแรมซี่ย์นั้น ควรจะเป็นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ที่เขาจะสามารถใช้มันสมองและความสามารถของเขาได้อย่างเต็มที่

ตัวเร็วๆ อย่างธีโอ วัลคอตต์ หรือ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน สมควรได้รับโอกาสในตำแหน่งดังกล่าว มากกว่า

โดยแชมเบอร์เลนนั้นเป็นฮีโร่จากเกมชนะเชลซีในศึกคอมมูนิตี้ชิลด์ และยังเป็นคนที่เล่นได้เด่นที่สุดในนัด ที่ทีมแพ้เวสต์แฮม แต่กลับได้ลงมาตัวสำรองเท่านั้นในเกมนี้ ขณะที่วัลคอตต์ นั้นไม่ได้รับโอกาส แม้แต่นาทีเดียวในเกมนี้ แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะชนะออกมาได้ แต่ถ้าเวนเกอร์ยังดึงดันที่จะใช้แรมซี่ย์ ในตำแหน่งดังกล่าว แฟนบอลอาร์เซนอลอาจจะไม่ออกมาด้วยรอยยิ้มแบบเกมนี้อีกก็ได้

4.จุดเด่นของ ชิรูด์ ที่ต้องใช้ให้เป็น

ไม่ว่าดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสจะทำผลงานได้ดีเพียงใด แต่สิ่งหนึ่ง คือ แฟนบอลและนักวิจารณ์หลาย ก็ไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเขาเลย

ชิรูด์ อาจจะไม่ใช่กองหน้าระดับโลกในสายตาของหลายคน แต่เขาก็เพิ่มมิติให้แนวรุกอาร์เซนอล ได้อย่างน่าสนใจ เพราะความที่ “ทัพเดอะกันเนอร์” มีผู้เล่นตัวเล็กหลายคน ทำให้เขาเป็นหน้าเป้า ที่เหมาะสมกับทีมเมื่อต้องการเล่นบอลยาวหรือบอลโยนในหลายจังหวะ

ความจริง ชิรูด์ เป็นคนที่ยิงประตูได้ดี ลองดูประตูที่เขาทำได้เหมือนกับเกมที่พบกับ พาเลซ ดูสิ เขาเป็นคนที่สามารถครองบอล ได้อย่างชาญฉลาด เขาสามารถเก็บบอลได้ ไปกับบอลได้ดี เหมือนอย่างในเกมกับพาเลซ การจ่ายบอลอาจจะไม่ใช่จุดเด่นของดาวยิงรายนี้ (เกมนี้ชิรูด์ผ่านบอลเข้าเป้าแค่ 58 เปอร์เซ็นต์ และแค่ 5 จาก 13 ครั้งที่การผ่านบอลของเขาส่งผลต่อการเล่นของเพื่อนร่วมทีมต่อไป)

แต่อย่างที่เรารู้กันว่าการมีเขาอยู่ในสนาม ก็สามารถช่วยยืนค้ำกองหลังคู่แข่งได้ และเป็นการเปิดโอกาสให้นักเตะคนอื่นขึ้นมายิง นอกจากนี้แล้ว การมีชิรูด์ในสนาม ยังช่วยให้หลายคนเล่นง่ายขึ้น เพราะอาร์เซนอลเป็นทีมที่มีพวกนักเตะความเร็วสูงหลายคน และนักเตะเหล่านี้ต้องการพื้นที่ในการเล่นเป็นอย่างมาก

5. แผงหลังอาจจะทำให้พวกเขาหมดลุ้นแชมป์...

แม้เวนเกอร์จะพยายามปรับปรุงกองหลังมาตลอด แต่พวกเขาก็ยังไม่ดีในระดับที่ควรจะเป็น หลายครั้งในเกมนี้ที่เจ้าบ้านเข้ามาปั่นป่วนแนวรับของพวกเขา โชคยังดีที่หลายครั้งทัพนักเตะเดอะ อีเกิ้ลทำเสียโอกาสกันไปเอง ไม่ก็โดนตัดบอลไปเอง

แฟนๆปืนใหญ่ทั้งหลายคงไม่อยากเห็นทีมตกอยู่ในสภาพนั้นบ่อยๆแน่นอน

เกมนี้แผงหลังอาร์เซนอลเล่นพลาดกันหลายครั้ง อย่างจังหวะที่ยานนิค โบลาซี่พักอกให้ เจมส์ แมคอาเธอร์ ป้ายคืนหลังให้ โจเอล วอร์ด ยิงประตูตีเสมอนั้น แทบไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีกองหลังอาร์เซนอล เข้าประกบกันเลย คนที่อยู่ใกล้บอลมากที่สุดอย่าง โลร็องต์ กอสเซียลนี นั้นควรจะรีบเข้าไปบล็อค การยิงมากกว่ายืนเฉยๆแบบนั้น โดยปกติแล้ว กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสไม่ใช่พวกกลัวเจ็บ เขาไม่เคยกลัวที่จะวิ่งเข้าไปขวางคู่ต่อสู้ แต่จังหวะนี้ ดูเหมือนว่ากอสเซียลนีจะเสียสมาธิและไม่โฟกัสที่บอล เขาตอบสนองช้าเกินไป จนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตู

ทุกวันนี้ แฟนบอลอาร์เซนอลยังคงคิดถึงโทนี่ อดัมส์ เมื่อไรนะที่พวกเขาจะมีเซนเตอร์ระดับนั้นอีก?

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทัพปืนใหญ่และอาร์แซน เวนเกอร์ได้เรียนรู้จากเกมชนะพาเลซ ก่อนที่วันจันทร์หน้า พวกเขาจะทำศึกบิ๊กแมตช์กับ ลิเวอร์พูล ก็ต้องติดตามกันว่าสิ่งต่างๆที่คอลัมนิสต์ของเราได้วิเคราะห์ไป จะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่ในเกมหน้า!!…

สถิติในเกมที่น่าสนใจ

- 3 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุดที่อาร์เซนอลพบกับคริสตัล พาเลซ ผลออกมาที่ทัพปืนใหญ่เป็นฝ่ายชนะ 2-1 ทั้งสามครั้ง

- คริสตัล พาเลซชนะแค่ 3 จาก 12 ลอนดอนดาร์บี้แมตช์ในศึกพรีเมียร์ลีก (เสมอ 3 แพ้ 6)

- สามฤดูกาลหลังสุด ประตูแรกในแต่ละซีซั่นของอาร์เซนอลล้วนมาจากนักเตะฝรั่งเศส

- โอลิวิเย่ร์  ชิรูด์ ยิงประตูได้หนึ่งลูกทุกครั้งเมื่อพบกับพาเลซที่เซลเฮิร์ท ปาร์ค

- 2 ใน 3 ประตูที่อาร์เซนอลเสียไปในซีซั่นนี้มาจากลูกยิงนอกกรอบ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วพวกเขาเสียประตูจากนอกกรอบเพียง 3 ลูกจากทั้งหมด 36 ลูก

- ในเกมนี้ ดาเมียน เดลานีย์ทำเข้าประตูตัวเอง ซึ่งนักเตะคนสุดท้ายของคริสตัล พาเลซที่ทำเข้าประตูตัวเอง ก็คือ เดลานีย์ อีกเช่นกัน (พบ ลิเวอร์พูล เมื่อ พฤษภาคม 2014)

- เมซุต โอซิลจ่ายบอลพลาดเพียงแค่ครั้งเดียว จากทั้งหมด 55 ครั้งในเกมนี้