5 เรื่องที่ได้รู้หลังหงส์อัดเรือคาบ้าน : ลิเวอร์พูลไม่ต้องพึ่งกองหน้า

พอล ไวล์ค อยู่ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม มีบทวิเคราะห์ผลงานอันสุดยอดของลิเวอร์พูล ในยุคของ เจอร์เกน คลอปป์

1.คูตินโญกลับมาท็อปฟอร์มในยุคของ คลอปป์

 
ช่วงต้นฤดูกาล ฟิลิเป้ คูตินโญ ตกเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากเรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา ทำให้กองเชียร์ลิเวอร์พูลรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทให้ทีม มิดฟิลด์บราซิเลียนยิงได้แค่ 3 ประตูจากการลงเล่นให้หงส์แดง 18 นัดในยุคของแบรนแดน รอดเจอร์ แต่เมื่อเก้าอี้ตำแหน่งกุนซือมีการเปลี่ยนแปลง  คูตินโญ กลับมาระเบิดฟอร์ม ซัดไปแล้ว 4 ประตูจากการลงเล่น 3 นัด ในยุคของ เจอร์เกน คลอปป์
 
เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งโชว์ฟอร์มดีตั้งแต่ต้นเกม ประสานงานกับ เอมเร ชาน ขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายให้ลิเวอร์พูลได้อย่างน่ากลัว โดยเฉพาะประตูขึ้นนำ 1-0 คูตี้ แย่งบอลจาก บาการี ซานญา ก่อนเปิดให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน  เพื่อนร่วมชาติตวัดเข้ากลาง และเป็น เอเลียคิม มองกาลา สกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง สุดปัญญาที่ โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูซิตี้จะป้องกันได้

การยืนตำแหน่งและหาที่ว่างของ คูตินโญ สร้างปัญหาให้แนวรับแมนฯซิตี้ อย่างมาก  ดูเหมือนว่า คูตี้ จะเข้าใจความต้องการของกุนซือ และตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2.ลิเวอร์พูลทำประตูโดยไม่ต้องพึ่งกองหน้า

สภาพความฟิตของศูนย์หน้าทั้งสองทีมค่อนข้างได้รับความสนใจจากสื่ออังกฤษ ทั้งในรายของ เซร์คิโอ อเกวโร ดาวยิงเจ้าบ้าน รวมทั้ง ดาเนียล สเตอริดจ์ ของลิเวอร์พูลที่มีชื่อเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับคริสติยอง เบนเตเก ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยียม  ขณะที่ ฟีร์มิโน แม้จะเคยรับบทศูนย์หน้าตัวเป้าสมัยค้าแข้งกับฮอฟเฟนไฮม์ในบุนเดสลีก้า แต่ที่อังกฤษ เขาต้องปรับสไตล์เป็นมิดฟิลด์สร้างสรรค์เกมรุกให้ทีม เพราะสไตล์การเล่นที่เหมาะสมกับเขาคือดันตัวเองขึ้นสูง  หาพื้นที่และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม  หรือฉีกตัวเองไปด้านข้างเพื่อเปิดพื้นที่เกมบุกหน้าปากประตูของ ซิตี้ 
 
เจอร์เกน คลอปป์ ให้สัมภาษณ์ถึง ฟีร์มิโน ว่าลูกทีมรายนี้ฝึกซ้อมกับทีม 10 กว่าวันโดยไม่มีอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกับ คูตินโญ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่ดีกับลิเวอร์พูล ขณะที่ เทรเวอร์ ฟรานซิส อดีตกองหน้านอตติงแฮม ฟอเรสต์  ซึ่งเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่มีค่าตัว 1 ล้านปอนด์ และปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์ให้บีที สปอร์ต ให้ความเห็นว่า เขาค่อนข้างแปลกใจที่ คลอปป์ ส่ง ฟีร์มิโน ลงสนามแทนที่จะเป็นศูนย์หน้าอาชีพอย่าง เบนเตเก้

การเคลื่อนที่และการสอดประสานระหว่าง คูตินโญ,ฟีร์มิโน และอดัม ลัลลานา ยกระดับฟอร์มของลิเวอร์พูล และสร้างปัญหาให้กับแนวรับ แมนฯซิตี้ ได้ตลอด  เจอร์เกน คลอปป์ บอกว่ารูปเกมที่ออกมาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเหตุใดเขาจึงจัดแผนการเล่นแบบนี้ ที่ผ่านมาเขาทดลองส่งผู้เล่นหลายๆคนลงสนาม  จนกระทั่งได้ทีมที่ลงตัวเหมือนในเกมนี้ 
 
คูตินโญ และฟีร์มิโน 2 คู่หูบราซิลเลียนผลัดกันทำประตูและแอสซิสต์ให้กัน ในจังหวะได้ประตูที่ 2 และ 3 ให้ทีมท้ิงห่าง 3-0 เมื่อเกมผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงเศษ แทบจะเป็นการตัดสินผู้ชนะของเกมนี้ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก 

3. ซิตี้ต้องมีตัวเลือกแดนหน้ามากกว่านี้

วิลเฟรด โบนี ดาวยิงทีมชาติไอวอรีโคสต์ บาดเจ็บหมดสิทธิ์ลงสนาม ขณะที่ อเกวโร ที่เพิ่งหายเจ็บ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ มานูเอล เปเยกรินี เพราะในซุ้มม้านั่งสำรองไม่มีตัวเลือกกองหน้าให้ใช้งานมากนัก หลังจากทีมปล่อย เอดิน เชโก้ ให้ โรมา ยืมตัว, สเตฟาน โยเวติช ถูกยืมตัวและกำลังโชว์ฟอร์มดีกับ อินเตอร์ มิลาน ขณะที่ อัลบาโร เนเกรโด้ ไปอยู่กับ บาเลนเซีย ในสเปน  แต่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามเนื่องจากบาดเจ็บ และมีปัญหาส่วนตัวกับ นูโน โค้ชชาวโปรตุกีส 
 
เกมนี้  อเกวโร อาจไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเพราะเพิ่งหายเจ็บ แต่ดาวยิงอาร์เจนไตน์ก็ทำได้ 1 ประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก จากจังหวะที่ลากบอลและสับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษ  ซิมง มินโญเลต์ ของลิเวอร์พูลหมดสิทธิ์รับ

Young forward Kelechi Iheanacho looked around in almost disbelief, as Pellegrini called him back to the bench when he was warming up. The academy product came on for City’s talisman after an hour and was used alongside Raheem Sterling towards the latter stages of the match. With five minutes remaining, Sterling arrived at the back post only to completely miss the ball. Cue the travelling supporters asking their former idol about the score.

ครึ่งหลัง เปเยกรินี ปรับทัพด้วยการส่ง เคเลชี อิเฮียนาโช ศูนย์หน้าดาวรุ่งซึ่งเป็นผลผลิตจากอคาเดมี ลงสนามแทน อเกวโร นาทีที่ 66 เพื่อประสานงานกับ ราฮีม สเตอร์ลิง ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม แต่คู่นี้ก็ทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รวมทั้งมีจังหวะที่ สเตอร์ลิง ยิงพลาดในช่วงก่อนจบเกม 5 นาที ท่ามกลางเสียงโห่แบบสะใจของกองเชียร์หงส์แดงที่มีต่ออดีตปีกตัวจี๊ดของทีมรายนี้

4. โมเรโนโชว์เกมรับที่ยอดเยี่ยม

ลิเวอร์พูล ประสบปัญหาขาดแบ็คซ้ายฝีเท้าดีมาโดยตลอด กระทั่ง รอดเจอร์ส คว้าตัว อัลแบร์โต โมเรโน มาจาก เซบียา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปาดหน้า เรอัล มาดริด ที่ให้ความสนใจแบ็คซ้ายดาวรุ่งรายนี้เช่นกัน แต่โมเรโน มีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ อีกทั้งในยุคของ รอดเจอร์ เขาถูกมอบหมายให้เล่นตำแหน่งวิงแบ็ค เพราะต้องการใช้ศักยภาพของเขาในเกมรุก ทำให้เกมรับของเขามีปัญหาไปด้วย แต่สำหรับเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โมเรโน ได้แสดงให้เห็นถึงเกมรับที่ยอดเยี่ยม ประกบ เฆซุส นาบาส จนเล่นไม่ออกในครึ่งแรก รวมทั้งจัดการ เควิน เดอ บรอยน์ อยู่หมัดในครึ่งหลัง การยืนตำแหน่งของ โมเรโน ทำได้สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะนาทีที่ 17 ที่ตัดบอลเกมบุกของ ซิตี้ ได้ถึง 2 จังหวะ

โมเรโน ไม่ใช่นักเตะรายเดียวที่ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมา อีกคนที่สมควรได้รับคำชมคือ เอมเร ชาน มิดฟิลด์ชาวเยอรมันที่โชว์ฟอร์มเด่นตลอด 90 นาที รวมถึงจังหวะตอกส้นให้ คูตินโญ หลุดกับดักล้ำหน้า และเปิดให้ ฟีร์มิโน ยิงประตูนำ 3-0 

5.เฟร์นานดินโญ มิดฟิลด์คนสำคัญของซิตี้

กองกลางทีมชาติบราซิลโชว์ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และเป็นนักเตะรายเดียวที่ลงเป็นตัวจริงทุกนัดในลีก แต่น่าแปลกใจที่เกมนี้กองกลางที่ดีที่สุดของเรือใบสีฟ้ากลับเป็นแค่ตัวสำรอง ขณะที่ ยายา ตูเร กับ เฟร์นานโด ได้ลงเป็นตัวจริง แต่กลับไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระเกมรับ ปล่อยให้แนวรุก ลิเวอร์พูล เล่นเกมบุกอย่างอิสระ และโจมตีพื้นที่ระหว่างกองกลางกับกองหลังด้วยการเล่นโต้กลับที่มีประสิทธิภาพ
 
ครึ่งหลัง เปเยกรินี ต้องแก้เกมด้วยการส่ง เฟร์นานดินโญ กับ ฟาเบียน เดลป์ ลงมากู้สถานการณ์หวังเปลี่ยนโฉมเกมแดนกลางจากครึ่งแรก แต่เวลาที่มีน้อยเกินไป หลังจบเกม กุนซือชาวชิลี หัวเสียกับการแพ้คาบ้าน และยอมรับว่า ไม่ใช่แค่ ยาย่า ตูเร และ เฆซุส นาบาส เท่านั้นที่เล่นไม่ดี แต่เกมนี้นักเตะแมนฯซิตี้เล่นไม่ดีกันทั้งทีม

เกมที่ เอติฮัด สเตเดียม แม้ ยายา ตูเร จะอยู่ในสนามแค่ 45 นาทีแรก แต่เป็นผู้เล่นที่ผ่านบอลมากที่สุดเป็นอันดับ 3   หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะการที่เขาไม่ค่อยขับเคลื่อนเกม เพียงแค่ผ่านบอลไปมาเท่านั้น ขณะที่ เปเยกรินี พูดถึงเกมนี้ว่า แมนฯซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ  แต่ปฏิเสธที่จะตำหนิฟอร์มของใครเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือเขาต้องคุยกับลูกทีมให้เร็วที่สุด เพื่อผลงานที่ดีขึ้นในแมตช์ต่อๆไป

ข้อมูลที่น่าสนใจจากเกมนี้

  • นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แมนฯซิตี้ เสีย 3 ประตูในครึ่งแรก สำหรับการเล่นในเอติฮัด สเตเดี้ยม ครั้งแรกคือเกมที่แพ้ แมนฯยู 2-3 ในศึฟเอฟเอ คัพ เมื่อเดือนมกราคมปี 2012 
  • เอเลควิม มองกาลา เป็นนักเตะแมนฯซิตี้ คนที่ 2 ที่ทำเข้าประตูตัวเองในพรีเมียร์ลีก  นับจาก ปาโบล ซาบาเลต้า เคยสกัดเข้าประตูตัวเองในเกมที่พบ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2014
  • ฟิลิเป้ คูตินโญ ทำประตู แมนฯซิตี้ ได้ 4 ลูก  มากที่สุดเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก 
  • มาร์ติน สเคอร์เทล ทำประตู แมนฯซิตี้ได้ 4 ลูก  มากที่สุดเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก 
  • เซร์คิโอ อเกวโร  เป็นนักเตะอเมริกาใต้ที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด ที่จำนวน 85 ประตู
  • นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แมนฯซิตี้ เสีย 4 ประตูในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในเกมแพ้ แอสตัน วิลลา 2-4 ฟุตบอลลีก คัพ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2012
  • นี่เป็นครั้งแรกที่ แมนฯซิตี้ เสีย 4 ประตูในบ้านของตัวเอง ในการเล่นพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่แพ้ อาร์เซนอล 1-5 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2003 แต่สมัยที่ยังใช้สนาม เมน โร้ด เป็นรังเหย้า
  • 2 เกมหลังสุดในฐาะทีมเยือน  ลิเวอร์พูล ทำได้ 7 ประตู ซึ่งมากกว่ายอดรวมการยิงประตูในการเล่นเป็นทีมเยือน  11 เกมก่อนหน้านี้