Analysis

5 เรื่องต้องคุยหลังเวสต์แฮมปราบเชลซี

ริส ฟลานาแกน คอลัมนิสต์ของเรา อยู่ที่สนามอัพตัน ปาร์ค คืนก่อน และได้วิเคราะห์ชัยชนะเหนือเชลซีของเวสต์แฮมโดย Stats Zone 

We are part of The Trust Project What is it?

1) บิลิช..กุนซือจอมล้มยักษ์

ก่อนเกมกับเชลซีนั้น เวสต์แฮม ได้ปราบทีมใหญ่ๆมาแล้วถึงสามทีม ทั้งนัดเปิดฤดูกาลกับอาร์เซนอล จากนั้นตามด้วยลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สำคัญคือทั้งสามเกมนั้น “ขุนค้อน” เป็นฝ่ายออกไปเยือนทั้งหมด แต่เกมนี้เป็นครั้งแรกในซีซั่นที่พวกเขาเปิดรัง อัพตัน ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของทีมบิ๊กโฟร์หนแรกในซีซั่นนี้ และผลสรุปก็อย่างที่เรารู้กันว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” กลายเป็นเหยื่อรายที่ 4 เรียบร้อย..

คำถามก็คือ สลาเวน บิลิช มีเวทมนตร์อะไรถึงใช้แผนหยุดเหล่าบรรดาทีมใหญ่ได้ชะงัดหรือแค่ยังไม่มีใครหาทางหยุดแผนโต้กลับเร็วของกุนซือชาวโครแอตได้?

ที่จริง ก่อนทำศึกดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอนนั้น ผลงานในบ้านของเวสต์แฮมก็ใช่ว่าจะดี เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้แค่นัดเดียว และแพ้ไปถึง 2 นัดจากการลงเล่นทั้งหมด 4 เกม ซึ่งนั่นทำให้ลูกทีมของ โชเซ มูรินโญ หวังที่จะเก็บ 3 คะแนนออกไปให้ได้

ทว่าอย่างที่เราทราบกัน คือ เชลซีที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกนั้นพ่ายแพ้ไป โดยสถิติหลังเกมพบว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” ครองบอลได้ดีกว่า(54% ต่อ 46%) จ่ายบอลมากกว่า (359 ต่อ 277) แต่กลับเป็น “ขุนค้อน” ที่หาโอกาสยิงได้มากกว่า (12 ต่อ 8)

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราสรุปได้คือว่า ลูกทีมของสลาเวน บิลิช นั้นบุกได้เข้าน้ำเข้าเนื้อกว่าทีมเยือนเยอะ!!

อีกหนึ่งเหตุผลคือ เกมรับของ “เดอะ แฮมเมอร์” นั้นตัดเกมของทีมเยือนได้ตลอด ทั้ง ชีคฮู คูยาเต้ ที่ถูกเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ หลังจากที่แย่งบอลได้ถึง 6 ครั้งและคุมแดนกลางได้ดีตลอด 90 นาที ขณะที่เซนเตอร์แบ็คอย่างเจมส์ คอลลิ่นส์ ก็แย่งได้อีก 7 ครั้งด้วยกัน

"ผมภูมิใจกับลูกทีม รวมทั้งทุกคนในสโมสร” บิลิช กล่าวหลังเกม “การคว้าชัยเหนือทีมแชมป์เก่า ณ สนามเหย้าของตัวเอง มันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ และเราสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเราเล่นกันได้ดีกว่า และคู่ควรกับชัยชนะที่สุด"

Match report: West Ham 2-1 Chelsea • Bilic: Lanzini is the closest I've seen to Modric

2) เกมรุกเชลซีเข้าขั้นวิกฤต

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว พวกเขายิงได้ 2 ประตูในเกมกับแอสตัน วิลล่า หลายคนคิดว่า ดิเอโก้ คอสต้าและผองเพื่อน กำลังจะกลับมาแล้ว.. ทว่าผลลัพธ์ก็อย่างเราเห็น

เอเด็น อาซาร์ ไม่ใช่คนเดิมที่เราเคยรู้จัก ในเกมนี้ปีกทีมชาติเบลเยี่ยมสร้างโอกาสการทำประตูได้เพียง 1 ครั้ง จากความพยายาม 50 ครั้ง!! ขณะที่ ดิเอโก้ คอสต้า ดูสดชื่นมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ แต่ผลงานของอดีตดาวยิงแอตฯ มาดริดก็คือ ยิงไม่เข้ากรอบสักครั้ง รวมทั้งยังชนะการดวลลูกกลางอากาศเพียง 2 จาก 7 ครั้ง

และหากแนวรุกของทีมยังไม่ทำงานอยู่แบบนี้ คนที่เครียดที่สุดก็ค้นหนีไม่พ้น “เดอะ สเปเชียล วัน” ที่นับวันจะมีแต่ปัญหาทั้งในสนามและนอกสนาม โดยก่อนเริ่มครึ่งหลัง กุนซือชาวโปรตุกีสโดนไล่ขึ้นไปบนอัฒจรรย์ พร้อมกับผู้ช่วยของเขา และหลังจบเกม มูรินโญ ก็ไม่เข้าห้องแถลงข่าว รวมทั้งไม่ส่งตัวแทนเข้าไปให้สัมภาษณ์เลย ซึ่งก็ต้องลุ้นต่อไปว่า จะมีบทลงโทษอะไรตามหรือไม่…

Bilic: Matic can have no complaints over red • Cahill: Hammers defeat sums up Chelsea's season

3) ซูม่าคือจุดอ่อน

เชลซี เก็บคลีนชีทในเกมกลางสัปดาห์กับ ดินาโม เคียฟ ได้สำเร็จ โดยเกมนั้นพวกเขาเลือก เคิร์ท ซูม่า ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา แทน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่ยังบาดเจ็บ และดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังคงได้รับโอกาสนั้นต่อ แต่กลายเป็นว่า ในเกมนี้ ซูม่ากลายเป็นบ่อน้ำมันให้ ดิมิทรี ปาเยต์ แอนด์ โค เจาะสนุก

แม้ว่าเกมนี้ ปาเยต์ จะมาตราฐานตกลงไปนิดหน่อย แต่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็ยังผลัดแวะเวียนมาเยี่ยมแบ็คขวาผิวสีไม่ขาดหาย ซึ่งนั่นทำให้ ซูม่า หัวปั่นไม่ใช่น้อย

จังหวะหนึ่งที่ชัดเจน คือ ดาวเตะหมายเลข 5 ปล่อยให้ มานูเอล ลานซินี่ ได้ยิงโล่งๆ แต่โชคยังดีที่บอลข้ามคาน โดยผลงานทั้งเกมของซูม่า คือ เคลียร์บอลได้ 2 ครั้ง และจ่ายบอลสำเร็จ 13 ครั้งจากความพยายาม 21 ครั้ง

4) “บิ๊กแคร์โรลล์” ยังไม่ตาย

แอนดี้ แคร์โรลล์ คือ คนสำคัญในระบบของอดีตกุนซือของทีมอย่าง แซม อัลลาร์ไดซ์ มาโดยตลอด แต่กับ บิลิช นั้น อดีตดาวยิงลิเวอร์พูลดูไม่ใช่คำตอบที่ใช่สักเท่าไร

และแน่นอนว่า ถ้ามีโอกาส อัลลาร์ไดซ์ ก็คงอยากได้ แคร์โรลล์ ไปร่วมงานกับทีมใหม่อย่าง ซันเดอร์แลนด์ แต่ผลงานในเกมนี้ของ “บิ๊กแอนดี้” คงพอบอกได้ว่า บิลิช ยังคงเห็นเขาเป็นทีเด็ดได้อยู่

อดีตเด็กฝึกนิวคาสเซิลนั้นเป็นผู้ยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกม โดยเขากระโดดเหนือ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แบ็คซ้ายทีมเยือน พร้อมกับโหม่งบอลเข้าประตูไป ซึ่งจุดนี้ต้องชมอดีตกุนซือทีมชาติโครเอเชียด้วยที่ตัดสินใจให้ แคร์โรลล์ เลือกที่จะยืนอยู่แถวดาวเตะทีมชาติสเปน แทนที่จะไปประกบกับสองเซนเตอร์ฮาร์ฟร่างยักษ์อย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ แกรี่ เคฮิลล์ และสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อ คือ เชลซี กลายเป็นทีมที่เสียประตูจากลูกโหม่งมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกเรียบร้อยแล้ว!!! (6 ลูก)

ณ ตอนนี้ แคร์โรลล์ กลายเป็นแผนบีของ บิลิช ในยามที่บอลบนพื้นของทีมเจาะคู่แข่งไม่ได้ โดยกุนซือเลือดโครแอตกล่าวว่า “เขา(แคร์โรลล์)เพิ่มทางเลือกให้เรา ไม่ใช่แค่บอลยาวเท่านั้น เขายังทำอย่างอื่นได้”

“ผมไม่เคยสงสัยในตัวเขา พวกเราต้องการให้เขาฟิตและปราศจากอาการบาดเจ็บตลอดฤดูกาล และแน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่สำหรับเวสต์แฮม รวมทั้งทีมชาติอังกฤษด้วย” บิลิช กล่าวปิดท้าย

Carroll: West Ham belong near the Premier League summit • All West Ham United news and features

5) ฟาเบรกัสต้องเร่งฟอร์มด่วนที่สุด

เชสก์ ฟาเบรกัส ถูกถอดออกหลังหมดครึ่งแรกทันที โดย มูรินโญ่ เลือกกองกลางตัวรับอย่าง จอห์น โอบี มิเกล ลงสนามแทน หลังจากที่ เนมานย่า มาติช โดนใบแดง โดยผลงานในครึ่งแรกของดาวเตะทีมชาติสเปน คือ จ่ายบอลทั้งหมด 32 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทุกคนในสนาม แต่ มูรินโญ่ กลับไม่เห็นแบบนั้น กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” มองว่า ฟาเบรกัส ไม่เช็ดไลน์ตัวเองจนทำให้ถูกจับล้ำหน้าในจังหวะที่เขาหลุดเข้าไปยิงผ่านมือ อาเดรียน นายทวารทีม “ขุนค้อน” รวมทั้งยังไปโวยใส่ผู้ตัดสิน โจนาธาน มอสส์ จนทำให้ตัวเองได้ใบเหลืองติดตัว

ฟาเบรกัส ก็เป็นเหมือนเช่น อาซาร์ เพราะแม้เขาจะผ่านบอลได้มากที่สุดในสนาม แต่ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายบอลสั้นๆง่ายๆในแดนตัวเองมากกว่า เพราะเมื่อถึงในพิ้นที่หน้าปากประตูเวสต์แฮม อดีตกองกลางบาร์เซโลน่าจ่ายบอลได้แค่ 10 จากโอกาส 15 ครั้งเท่านั้น ซึ่งผลงาน ณ ตอนนี้ของมิดฟิลด์หมายเลข 4 นั้นแตกต่างจากไปปีที่แล้วเป็นอย่างมาก และกุนซืออย่าง มูรินโญ่ ก็ไม่รอช้าที่จะจัดการสั่งสอนให้เขาได้รับรู้ว่า หากฟอร์มยังไม่กระเตื่อง ต่อให้เป็นเขา ก็โดนดร็อปได้เช่นกัน…

Soccermatics: How maths shows that Chelsea are too dependent on Hazard • All Chelsea news and features

Analyse West Ham 2-1 Chelsea yourself using Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android