5 ประเด็นร้อนที่ต้องพูดถึงหลังขุนค้อนบุกจมเรือใบ

หลังจากที่เมื่อคืนนี้เรือใบสีฟ้าพลิกล็อกพ่ายขุนค้อนคาบ้าน...นี่คือ 5 ประเด็นร้อนที่ต้องมีพูดผ่านมุมมองสถิติของ Stat Zone

เวสต์แฮมคือเจ้าแห่งเกมโต้กลับ

หลังจากที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ในรายการยูโรป้าลีก ฟอร์มลูกทีมของ สลาเวน บีลิช เริ่มจะกลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้งในศึกพรีเมียร์ลีกหลายนัดที่ผ่านมา และจุดเด่นที่ทำให้พวกเขามีผลงานร้อนแรงอย่างตอนนี้ก็คือการเล่นเกมโต้กลับที่อันตรายและทรงประสิทธิภาพสุดๆ ผู้เล่นทุกคนในระบบ 4-3-3 ของ 'เดอะ แฮมเมอร์ส' เล่นอย่างมีวินัยและทำงานอย่างหนักเมื่อต้องเป็นฝ่ายไล่บอล ขณะที่เมื่อมีโอกาสเปิดเกมรุกพวกเขาก็ขึ้นเกมได้เร็วและใช้โอกาสไม่เปลือง ซึ่งระบบ 'รับรอสวน' แบบนี้นับว่าเป็นแผนการเล่นที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ในเกมเยือน และผลการแข่งขันเหนือ แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล คือข้อพิสูจน์ชั้นดีถึงคุณภาพของเวสต์แฮมชุดนี้

ในเกมกับ 'เรือใบสีฟ้า' เวสต์แฮมมีโอกาสจบสกอร์ตรงกรอบในครึ่งแรกเพียง 3 ครั้ง แต่สามารถเปลี่ยนมันเป็นประตูได้ถึง 2 ลูก ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ วิคเตอร์ โมเสส สำหรับการจบสกอร์ที่เฉียบคม และแม้ลูกที่สองของ ดิยาฟรา ซาโก้ อาจจะมีโชคเล็กน้อย แต่มันก็คือดอกผลของความพยายามอย่างไม่ลดละของเจ้าตัว

"เกมนี้ผมว่ามันยากกว่าเกมที่เอมิเรตส์หรือแอนฟิลด์" บีลิช กล่าวหลังเกม "เราคาดหวังว่ามันจะต้องแตกต่างออกไป เพราะ - ด้วยความเคารพ - แมนฯ ซิตี้ คือทีมระดับโลกและผู้เล่นในทีมแต่ละคนก็เป็นนักเตะระดับท็อปด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในบรรดาสามทีม ผมยกให้พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุด"

ในครึ่งหลัง 'เดอะ ซิติเซน' พยายามโหมเกมรุกอย่างหนักและแม้ว่าจะมาได้ประตูตีตื้นจาก เควิน เดอ บรอยน์ แต่สุดท้ายเกมรับอันเหนียวแน่นของ 'เดอะ แฮมเมอร์ส' ก็ยังจัดการรับได้อยู่หมัด พร้อมคว้า 3 คะแนนออกจากรัง เอติฮัต สเตเดี้ยม ไปแบบชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด ทำให้ตอนนี้พวกเขาขึ้นไปรั้งอันดับสองของตารางคะแนนเรียบร้อยแล้ว "ผมไม่รู้ว่าหลังจบฤดูกาลเราจะอยู่ในตำแหน่งไหน แต่ ณ ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าอนาคตเราดูสดใสทีเดียว" กุนซือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กล่าวทิ้งท้าย

เรือใบมีปัญหาเมื่อไร้เงากอมปานี

การต้องเสีย แว็งซองต์ กอมปานี ที่ได้รับบาดเจ็บจากนัดยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลางสัปดาห์กับ ยูเวนตุส เป็นเรื่องเสียหายสุดๆ สำหรับทัพ 'เรือใบสีฟ้า' เพราะไม่เพียงแต่เกมนั้นพวกเขาจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่นัดล่าสุดที่ปราชัยให้ขุนค้อนพวกเขาก็จำต้องขาดความเป็นผู้นำและการสั่งการในเกมรับที่ยอดเยี่ยมของปราการหลังรายนี้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทีมต้องเสีย 2 ประตูแรกของฤดูกาลนี้

เอเลียเควียม ม็องกาลา และ นิโคลัส โอตาเมนดี้ คือสองกองหลังเปี่ยมพรสวรรค์ด้วยกันทั้งคู่ และแม้ว่าจะเคยทำงานร่วมกันในระหว่างที่ค้าแข้งอยู่กับปอร์โต้ แต่พวกเขายังจำเป็นต้องค้นหาความลงตัวใหม่ๆ ในพรีเมียร์ลีกต่อไป ขณะที่ มาร์ติน เดมิเคลิส ที่ลงมาแทน ม็องกาลา ในครึ่งเวลาหลังก็ยังเทียบไม่ได้กับความอุ่นใจที่ กอมปานี มอบให้กับแผงแบ็คโฟร์

ดิมิทรี ปาเยต์ คือนักเตะระดับท็อป

จริงๆ แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าแปลกใจที่หลายทีมไม่ได้ให้ความสนใจในการเซ็นสัญญา ดิมิทรี ปาเยต์ เมื่อตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมามากมายเท่าไหร่ เพราะแข้งเจ้าของค่าตัวเพียง 10.7 ล้านปอนด์สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสองฤดูกาลหลังสุดกับมาร์กเซย สุดท้ายแข้งวัย 28 กะรัตก็มาลงเอยกับ 'เดอะ แฮมเมอร์ส' ซึ่งต้องเรียกว่ากลายเป็นดีลที่น่าพอใจสุดๆ เพราะหลายนัดที่ผ่านมาเขาถือเป็นศูนย์กลางในเกมรุกของทีมเลยก็ว่าได้

ความสามารถเฉพาะตัวและความเร็วอันจัดจ้านเป็นจุดเด่นที่ทำให้ ปาเยต์ เอาตัวรอดจากพื้นที่แคบๆ ได้หลายครั้ง และการผ่านบอลรวมถึงวิสัยทัศน์ในการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยมก็ช่วยให้เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างต่อเนื่อง "เขาเป็นนักเตะประเภทที่ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว แต่เขายังทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นดีขึ้นตามไปด้วย" บีลิชกล่าวชื่นชมแข้งเลือดเฟรนช์คนนี้หลังจบเกม

แม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าตัวดูจะเงียบไปในช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่ ปาเยต์ ก็ยังแสดงให้เห็นถึงข้อดีอีกอย่างหนึ่งในการเล่นของเขา ซึ่งก็คือวินัยในการเล่นเกมรับตามแท็คติคที่บ่อยครั้งหาได้ไม่ง่ายนักในผู้เล่นแบบนี้

เดอ บรุยน์...อีกหนึ่งเพลย์เมคเกอร์ชั้นเยี่ยม

เมื่อ ดาบิด ซิลบา ดวงแตกมาได้รับบาดเจ็บขณะที่กำลังวอร์มอัพและ ซามีร์ นาสรี ก็ไม่พร้อมลงสนามเช่นกัน ทำให้โอกาสในตำแหน่งจอมทัพหมายเลข 10 ตกเป็นของ เควิน เดอ บรุยน์ ซึ่งฤดูกาลที่แล้วเขาทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมกับโวล์ฟสบวร์ก และเมื่อดูจากการเล่นของเจ้าตัวเมื่อคืนนี้ เขาก็น่าจะแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของทักษะการสร้างสรรค์อีกครั้งในพรีเมียร์ลีกปีนี้

ก่อนเกมจะเริ่มต้นขึ้นคอมเมนเตเตอร์หลายๆ คนคาดการณ์กันว่า เดอ บรุยน์ น่าจะได้ลงเล่นในตำแหน่งผู้เล่นริมเส้นฝั่งขวาแทนที่ของ เฆซุส นาบาส และหากไม่มีอาการบาดเจ็บของ ดาบิด ซิลบา เข้ามารบกวนกูน่าจะออกมาตามที่หลายๆ คนคิดไว้ หากแต่เมื่อไม่มีเพลย์เมคเกอร์คนอื่นให้เลือกใช้งาน ทำให้มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมรายนี้ได้รับโอกาสในตำแหน่งถนัด ซึ่งเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อเป็นศูนย์กลางในเกมรุกให้ 'เดอะ ซิติเซน' พับสนามบุกใส่เวสต์แฮมตลอดทั้งเกม รวมทั้งยังทำได้อีก 1 ประตูในเกมนี้ด้วย

แม้ว่าสุดท้ายจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป แต่ศักยภาพของ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้ยังไม่ลดน้อยถอยลง เพราะต้องไม่ลืมว่าเกมนี้พวกเขายังไม่มีโอกาสได้ใช้งานแนวรุกเต็มรูปแบบมากนัก และหาก ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร, ซิลบา และ เดอ บรุยน์ ได้ลงเล่นด้วยกันเมื่อไหร่ ก็เชื่อว่า 4 คนนี้น่าจะสร้างความหวาดผวาให้กับเกมรับของทุกทีมร่วมลีกได้ไม่ยาก

อเกวโรยังมีปัญหาเรื่องความคม

ปกติถ้า เซร์คิโอ อเกวโร มีโอกาสยิงประตู 5 ครั้งในเกม 4 ครั้งต้องตรงกรอบ และน่าจะเข้าประตูไปไม่น้อยกว่า 2 ลูก เขาคือศูนย์เพชรฆาตในกรอบเขตโทษอย่างแท้จริง แต่เมื่อวานนี้ รวมถึงเกมกับยูเวนตุสช่วงยี่สิบนาทีแรก กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาคนนี้ดูจะยังไม่กลับสู่ฟอร์มการเล่นแบบร้อยเปอร์เซนต์เท่าไหร่นัก

อดีตแนวรุกแอตเลติโก มาดริด มีโอกาสหลายครั้งที่จะพาทีมตีตื้นเร็วในเกมนี้ ทั้งจังหวะลูกโหม่งที่มาเข้าทางปืนของเขาในกรอบเขตโทษซึ่งหลายๆ คนคงคิดว่าเจ้าตัวน่าจะพาบอลอ้อมหลบนายด่านคู่แข่งแล้วแปบอลนิ่มๆ เข้าไปแบบไม่ยากเย็น แต่เขากลับยิงออกนอกกรอบไปแบบไม่มีใครคาดคิด และโอกาสทั้ง 5 ครั้งของเขาในเกมนี้ก็มีเพียงหนเดียวเท่านั้นที่ทดสอบความเหนียวของ อาเดรียน ได้อย่างแท้จริง

การเคลื่อนที่ของเขายังสุดยอดไม่เปลี่ยน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังขาดหายอยู่คือเรื่องการจบสกอร์ที่เขาต้องเร่งเรียกฟอร์มกลับมาโดยเร็ว เพราะ แมนฯ ซิตี้ ใากความหวังในการถล่มประตูกับเขาโดยเฉพาะ และยิ่งเมื่อมองไปที่ซุ้มม้านั่งสำรองแล้ว แทนที่จะเจอทางเลือกใหม่ๆ มานูเอล เปเยกรินี ก็อาจต้องพบกับอีกหนึ่งปัญหาแทน

มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่กองหน้าตัวหลักของทีมจะเท้าฝืดหรือสภาพร่างกายไม่พร้อมเต็มที่ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทุกทีมควรมีกองหน้าชั้นยอดสำรองเผื่อไว้เสมอ แต่ในกรณีของ 'เรือใบสีฟ้า' นั้นกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ในจุดนี้ เพราะ วิลเฟรด โบนี ก็ยังไม่สามารถเรียกความมั่นใจสมัยอยู่กับ สวอนซี ซิตี้ กลับมาได้ ขณะที่ เคเลชิ อิเฮอานาโช ก็ยังเด็กและอ่อนประสบการณ์เกินกว่าจะฝากความหวังใหญ่หลวงให้กับเขา ฉะนั้นมันจึงทำให้ช่องว่างระหว่างตัวจริงกับอะไหล่สำรองในตำแหน่งศูนย์หน้าของ แมนฯ ซิตี้ ห่างชั้นเกินไปจนน่าเป็นห่วง