5 ประตูลูกโหม่งยอดเยี่ยมตลอดกาลแชมเปี้ยนส์ลีก/ยูโรเปี้ยน คัพ

ว่ากันว่าหากจะเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่อง บางครั้งทักษะฝีเท้าอย่างเดียวอาจไม่พอ จุดแข็งเรื่องการเล่นลูกกลางอากาศก็สำคัญไม่แพ้กัน...

ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือ ยูโรเปี้ยน คัพ มีประตูสำคัญๆ มากมายเกิดขึ้น บ้างมาจากลูกฟรีคิก บ้างก็มาจากการลากลุยเดี่ยว แต่วันนี้ทีมงานของเราได้รวบรวมบรรดาประตูที่มาจากลูกโหม่งของ "เจ้าเวหา" และนี่ก็คือ 5 ประตูที่เราคิดว่าทรงพลังที่สุด ซึ่งบางลูกนั้นก็ยังคงถูกจดจำมาถึงทุกวันนี้...

5. เดนนิส เบิร์กแคมป์, อาร์เซนอล vs ดินาโม เคียฟ, 1998/99

เดนนิส เบิร์กแคมป์ คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดตลอดกาลของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อย่างไม่ต้องสงสัย และแม้ว่าหลายๆ คนจะจดจำเขาจากการจบสกอร์อันเฉียบคม แต่ความจริงแล้วการเล่นลูกกลางอากาศ เจ้าตัวก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน และประตูนี้ก็คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าศูนย์หน้าคนนี้คือนักเตะที่มีความอันตรายในทุกท่วงท่าอย่างแท้จริง

4. ทอมมี สมิธ, ลิเวอร์พูล vs โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค, 1976/77

ย้อนกลับไปช่วงปี 70 ไม่มีทีมไหนที่ยิ่งใหญ่เท่ากับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และเกมนัดชิงดำยูโรเปี้ยนคัพ เมื่อปี 1977 คือบทพิสูจน์ว่าพวกเขานั้นคือที่สุดของยุโรปอย่างแท้จริง โดยในเกมนี้มีสองประตูที่สวยงามเกิดขึ้น หนึ่งคือลูกยิงไกลสุดสวย อัลลัน ซิมอนเซ่น ที่ช่วยให้ มึนเชนกลัดบัค ตามตีเสมอได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง ขณะที่อีกหนึ่งประตูมาจากลูกโขกในจังหวะเตะมุมของ ทอมมี สมิธ ที่นอกจากจะฉลองการลงเล่นครบ 600 นัดในเกมนี้ยังสร้างชื่อเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูพาหงส์แดงคว้าแชมป์ถ้วยสำคัญยุโรปอีกด้วย

นาทีที่ 9.25

3. ซินาน โบลัต, สตองดาร์ด ลิแอช vs อาแซด อัลค์มาร์, 2009/10

ใครๆ ก็ชอบที่จะเห็นผู้รักษาประตูเติมเกมบุกขึ้นมาซัดประตูให้ทีมได้ เพราะหนึ่ง...มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก และที่สำคัญนั่นหมายความว่าประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนสิ้นเสียงนกหวีดพอดิบพอดี โดยอันหลังนี้ถือเป็นรสชาติความมันส์ที่เหล่าคอบอลทุกคนต่างก็ชื่นชอบที่จะเสพสมกันอยู่แล้ว และประตูนี้ของอดีตนายทวารปอร์โต้ที่โหม่งลูกตีเสมอท้ายเกมให้ สตองดาร์ด จะยอดเยี่ยมแค่ไหนนั้นเชิญรับชมได้เลย

2. สตีเวน เจอร์ราร์ด, มิลาน vs ลิเวอร์พูล, 2004/05

นี่คือหนึ่งในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่บรรดา "เดอะ ค็อป" ไม่มีทางลืม ...มนต์สเน่ห์แห่งค่ำคืนที่อิสตันบูลคราวนั้นกลายเป็นเหตุการณ์ที่ยังคงถูกพูดถึงในทุกวันนี้แม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยมา 10 ปีเต็มก็ตาม เพราะมันคือนัดที่ "หงส์แดง" ซึ่งเป็นรองกว่าคัมแบ็คกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 มาครองได้สมใจ

"รอสโซเนรี" ยุนั้นเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับเวิล์ดคลาสตั้งแต่กองหลังยันกองหน้า ไม่ว่าจะเป็น คาฟู, เปาโล มัลดินี, อันเดรีย ปิร์โล, คลาเรน เซดอร์ฟ, เฮอร์นาน เครสโป และ อันเดรีย เชฟเชนโก้ ซึ่งพวกเขาก็เป็นฝั่งกุมความได้เปรียบในครึ่งแรกอย่างที่หลายคนคดาหวังเมื่อทำประตูทิ้งห่าง ลิเวอร์พูล ถึง 3-0 ...หลายๆ คนคิดว่านัดชิงครั้งนี้คงจบด้วยฝันดีของคอบอลอิตาลีและฝันร้ายสำหรับทีมจกาถิ่นเมอร์ซีย์ ไซด์ แต่แล้วปฏิหารญ์ก็เกิดขึ้นใน 45 นาทีหลัง

ลูกทีมของ ราฟา เบนิเตซ กลับสู่สนามด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ และทำ 3 ประตูรวดตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนจะยื้อไปจนจบช่วงต่อเวลาพิเศษและเอาชนะ เอซี มิลาน ได้ในการดวลจุดโทษ แบบสุดดราม่า โดยชนวนของความหึกเหิมในการคัมแบ็คครั้งนี้เริ่มต้นจากลูกโขกของ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันผู้เป็นทุกอย่างของทีม ...ประตูนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งลูกที่ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลทีมไหนก็น่าจะจดจำติดตาได้เป็นอย่างดี

1. ดิดิเยร์ ดร็อกบา, บาเยิร์น มิวนิค vs เชลซี, 2011/12  

อีกหนึ่งนัดชิงดำที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เมื่อพวกเขาพลิกล็อคเอาชนะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นฝ่ายเหนือกว่าและครองเกมไว้ได้อย่างอยู่เกือบตลอดช่วง 90 นาทีแรก

ลูกยิงของ โธมัส มุลเลอร์ ในช่วงท้ายเกมดูเหมือนจะเพียงพอแลวสำหรับการพายอดทีมจากบุนเดสลีกาประกาศศักดิ์ดาครองความเป็นเจ้ายุโรป แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ "ไอ้แมลงสาบ" ดิดิเยร์ ดร็อกบา จัดการแผลงฤทธิ์โหม่งประตูตีเสมอจากจังหวะเตะมุมในอีกไม่กี่นาทีถัดจากนั้นสุดท้ายก็เป็นทีมดังเมืองผู้ดีที่เฉือนเอาชนะไปได้ในการดวลจุดโทษ

เครดิตทั้งหมดต้องยกให้กับกองหน้าชาวไอวอรี โคสต์ คนนี้ที่ใช้โอกาสไม่กี่ครั้งและสามารถใช้จุดแข็งความเป็น "เจ้าเวหา" โหม่งประตูให้กับทีมได้ ซึ่งเขาคนนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งกองหน้าที่แฟนสิงห์บลูจะยกย่องไปตลอดกาล