Analysis

5 สิ่งที่แฟน "สิงห์บลูส์" คาดหวังได้จาก อันโตนิโอ คอนเต้

กุนซือทีมชาติอิตาลีเพิ่งประกาศว่าเขาจะอำลาตำแหน่งหลังจบศึกยูโร 2016 เพื่อย้ายสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ในช่วงซัมเมอร์ และเกร็ก ลีอา คอลัมนิสต์ของเราจะพาไปวิเคราะห์เจาะลึกชายผู้นี้

We are part of The Trust Project What is it?
อดีตเฮดโค้ชของยูเวนตุสอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ จะกลายเป็นนายใหญ่ของเชลซีคนที่ 10 ในยุคของโรมัน อบราโมวิช แต่อะไรคือสิ่งที่เขาจะนำมาสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเขามีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า?

1. ดุดัน, หนักแน่น, เอาจริงเอาจัง

คอนเต้ยอมรับว่าเขาไขก๊อกจากทีม "อัซซูรี่" เพราะอยากกลับไปคุมทีมสโมสรอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ทำงานใกล้ชิดกับนักเตะทุกๆวัน ซึ่งนั่นไม่น่าแปลกใจสักนิดสำหรับคนที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาตลอด 3 ปีที่ยูเวนตุส ที่ซึ่งเขาพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเป็นคนที่แข็งกระด้าง, ดุดัน และควบคุมดำเนินงานทุกอย่างเพื่อรักษามาตรฐานของลูกทีมทั้งในสนามซ้อมและเกมการแข่งขัน
 
"ความลับของความสำเร็จของเรา คือความทะเยอทะยานที่โค้ชมี" จากคำกล่าวของจานลุยจิ บุฟฟ่อน ในปี 2012 "คอนเต้ได้นำความคิดใหม่ๆมาสู่สโมสร เขากระตุ้นพวกเราเพื่อหาจุดแข็งของตัวเอง และทำงานให้หนักเพื่อลืมความผิดหวังในสองซีซั่นที่ผ่านมา"

มีรายงานว่ากุนซือวัย 46 ปี รายนี้ ได้พัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พนันได้เลยว่าเขาจำความหมายของคำว่า 'เสียสละ','ความมุ่งมั่น', และ 'ทำงานให้หนักเข้าไว้ ดีกว่าเป็นคนที่ไร้ค่า'

2. แต่เพียงผู้เดียว

มีโอกาสอันน้อยนิดที่คอนเต้จะปล่อยให้นักเตะที่เขาไม่คิดว่าอยู่ในแผนการณ์ทำทีม หรือผู้บริหารของเชลซีที่ไม่ผลักแนวทางที่เขาวางไว้ ได้ทำตามใจตัวเอง
 
"ถ้าเขารับงานแล้ว ไม่ว่างานไหนๆ มันจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเขาผู้เดียว" อันเดรีย ปิร์โล่ ที่ถูกชุบชีวิตค้าแข้งโดยคอนเต้ที่ยูเวนตุส กล่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ "ทั้งนักเตะที่เขาต้องการเซ็นสัญญา, คนที่เขาต้องการเฉดหัวพ้นทีม และสไตล์ที่เขาต้องการจะเล่น"
 
"ถ้าคุณเซ็นสัญญาเขาให้เป็นโค้ช และในฐานะเจ้าของทีมคุณต้องเริ่มตัดสินใจ เขาไม่ใช่โค้ชสำหรับคุณ ถ้าคุณปล่อยให้เขาทำงานตามแบบของเขา คุณจะได้ทีมที่เล่นฟุตบอลอย่างมีสเน่ห์ และจะต้องประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย"

Antonio Conte, Andrea Pirlo

การที่ปิร์โล่จะเคารพนับถือใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย

เป็นไปได้สูงที่คอนเต้จะต้องจับเข่าคุยครั้งใหญ่กับนักเตะที่เขาต้องการเก็บไว้กับที่จะปล่อยให้ย้ายทีม แต่การทำงานในแบบของเขาจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการของเชลซีได้หรือไม่ เดี๋ยวคงจะได้เห็นกัน

3. แผนโปรด 3-5-2

หนึ่งในแผนคู่บุญของปรัชญาการทำทีมของคอนเต้คือระบบ 3-5-2 ที่พบเห็นได้บ่อยในลีกอิตาลี บ้านเกิดของเขา ทีมในลีกอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม, ลิเวอร์พูล, เซาแธมป์ตัน, ซันเดอร์แลนด์, แอสตัน วิลล่า, เวสต์ บรอม และเวสต์ แฮม ต่างก็เคยใช้แผนนี้มาแล้วในซีซั่นนี้ แต่คอนเต้ยังคงต้องเผชิญหน้ากับข้อสงสัยจากทั้งแฟนบอลและสื่อ หากเขายังยึดมั่นกับระบบที่เคยใช้กับยูเวนตุสและทีมชาติอิตาลี ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
 
ไม่มีทีมไหนในพรีเมียร์ ลีก ที่คว้าแชมป์โดยใช้แผนนอกเหนือจากกองหลัง 4 คน และคงไม่ต้องถามเลยว่าการมายังลีกผู้ดีเขาจะเลิกใช้แผนโปรดของตัวเองมั้ย มีแนวโน้มสูงว่าเราจะได้เห็นจอมดันทุรังจากแดนมะกะโรนี ยึดติดกับสิ่งที่เขารู้ดีมาตลอดแน่ๆ

4. ไปถึงฝั่งฝันในถ้วยยุโรปกับเชลซี

ยูเวนตุสอาจผูกขาดแชมป์ตลอดช่วงเวลาที่คอนเต้คุมทีม แต่ในเวทียุโรปกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง ในปี 2012/13 ทัพนักเตะ "เบียงโคเนรี่" เป็นจ่าฝูงกลุ่มในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เหนือทีมอย่างเชลซี, ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค และนอร์ดส์เยลลันด์ ก่อนเอาชนะเซลติกด้วยประตูรวม 5-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ก็ถูกเขี่ยตกรอบอย่างง่ายดายโดยบาเยิร์น มิวนิค ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
 
ปีถัดมาพวกเขาก็ตกม้าตายตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ด้วยการจบอันดับ 3 ด้วยคะแนนเพียง 6 แต้ม จาก 6 นัด ที่เจอกับทีมอย่างเรอัล มาดริด, กาลาตาซาราย และโคเปนเฮเก้น ตกรอบไปเล่นยูโรป้า ลีก ที่นัดชิงจะลงเตะในถิ่นยูเวนตุส สเตเดี้ยมของพวกเขา ใครๆต่างก็มองว่าพวกเขาจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่กลับถูกเบนฟิก้าดับฝันในรอบรองชนะเลิศ
 
ทฤษฏีที่ถูกพูดถึงอย่างมากว่าทำไมยูเวนตุสจึงไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียทีในเวทียุโรป เป็นเพราะคอนเต้ดื้อดึงไม่ยอมปรับแผนของตัวเอง ระบบ 3-5-2 นั้นดูเหมือนจะไม่เหมาะกับฟุตบอลยุโรปโดยสิ้นเชิง การปรับเปลี่ยนการเล่นอย่างรวดเร็วทำให้ทีมของเขาเปิดช่องโหว่ทั้งสองฝั่งของปีกสนาม ซึ่งเป็นจุดอ่อนให้บาเยิร์น มิวนิคเล่นงานได้แบบไร้ความปราณี จากการบุกทะลวงของอาร์เยน ร็อบเบน และฟรองค์ ริเบรี่ ในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2013

ทว่าการสืบทอดตำแหน่งของแม็กซ์ อัลเลกรี พายูเวนตุสไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศปี 2014/15 เลยทีเดียว เป็นเพราะความยืดหยุ่นของแผนการเล่น ที่เขาตัดสินใจรื้อระบบใหม่ทั้งหมด เชลซีอาจไม่ได้ไปเล่นยูโรป้า ลีกในปีหน้า แต่นั่นอาจทำให้คอนเต้ตกงานได้หากเขาล้มเหลวในการพาทีมกลับไปสู่จุดนั้น น่าสนใจว่าเขาจะเรียนรู้บทเรียนจากที่เคยเจอกับทีม "ม้าลาย" แล้วหรือยัง

Antonio Conte, Galatasaray

ควายพ่ายแพ้ต่อกาลาตาซาราย คือหนึ่งในเรื่องสุดขมขื่นของคอนเต้

5. มูรินโญ่ร่างสอง

มีความคล้ายคลึงอย่างอย่างชัดเจนระหว่างคอนเต้และโชเซ่ มูรินโญ่ ที่ประสบความสำเร็จมากมายในลอนดอนตะวันตก แต่จากไปพร้อมกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างมั่นใจในตัวเอง, คุ้มดีคุ้มร้าย และเป็นจอมโวยวาย ขณะเดียวกันกับที่ชอบสร้างสงครามประสาทกับคู่ต่อสู้
 
บางทีอาจถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วกับการคุมทีมในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ หลังจาก 13 ปี ที่เดินหน้ากวาดถ้วมแชมป์และประสบความสำเร็จมากมาย ต้องบอกกันตรงๆว่าเชลซีในตอนนี้ ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่อับราโมวิชเข้าเทคโอเวอรืทีม และอาจต้องตัดสินใจละทิ้งแนวทางปลดกุนซือเป็นว่าเล่นและเลือกเส้นทางอื่น เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำกับมูรินโญ่เมื่อไม่นานมานี้

ยิ่งไปกว่านั้น คอนเต้มีประสบการณ์ในการปลุกยักษ์หลับ ยูเวนตุสจบอันดับ 7 ในปี 2009/10 และ 2010/11 ก่อนที่เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ลีกสามปีรวด ทำผลงานไร้พ่ายไปหนึ่งซีซั่น และยังทลายกำแพง 100 แต้มได้อีกด้วย
 
แต่ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบุคลิกกับมูรินโญ่ของที่สุดท้ายก็พิสูจน์ถึงความหายนะของเขาแล้ว บวกกับผลงานการคุมทีมที่เคยทำไว้ นั่นหมายความว่าคอนเต้จะเป็นสิ่งที่เชลซีต้องการในตอนนี้อย่างแน่นอน