Analysis

50 ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2018 โดย FourFourTwo อันดับ 50-30

กลับมาอีกครั้ง! กับการจัดอันดับผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมบนโลกใบนี้ประจำปี 2018 จากทีมงาน FourFourTwo ที่อาจจะทำให้คุณคนอ่านทะเลาะกันเพราะความเห็นไม่ตรงกัน...

We are part of The Trust Project What is it?

การบริหารจัดการไม่ใช่เรื่องง่าย ซีเนดีน ซีดาน อาจะทำให้ดูเหมือนง่ายในการพา เรอัล มาดริด คว้าแชมเปี้ยนส์ลีกติดต่อกันได้ถึง 3 สมัย แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นเขาต้องฟันฝ่ากับหน้าที่ผู้จัดการทีมทุกคนต้องเจอทั้ง การบริหารจัดการ, ใช้สมองระดมแผนการเล่นในหัวออกมา, การรับมือกับสื่อ และ อื่นๆอีกมากมาย

ในการจัดอันดับกุนซือจะใช้เกณฑ์จากความสำเร็จและความยากในการได้มาของพวกเขา บวกกับหลายๆปัจจัยที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนซึ่งแต่ละคนก็อาจจะนิยามคำว่าประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน เช่น การคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกคือจุดสูงสุดของผู้จัดการทีมในยุโรป แต่คุณก็ไม่สามารถทำมันได้กับทีมอย่าง เบิร์นลีย์ แต่การทำให้สโมสรเล็กๆแห่งนี้ไปแข่งยูโรป้าได้นั่นก็คือความสำเร็จกับทีมระดับนี้

ในการจัดอันดับนี้ส่วนมากจะหนักไปทางด้านความสำเร็จที่พวกเขาทำได้ในปี 2018 แต่ก็มีทีมเล็กๆที่เรามองภาพรวมแล้วดูดีรวมอยู่เช่นกัน - แน่นอนว่าการมีปีที่ดี (หรือแย่) ปีเดียวไม่ได้นิยามสิ่งที่ผ่านมาทั้งอาชีพของเขา ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมบางคนเป็นที่รู้จักกันดี บ้างก็เป็นหน้าเก่า และก็มีหน้าใหม่ไฟแรงที่ทำทีมได้น่าตื่นเต้น ซึ่งจะมีใครบ้างติดตามได้ต่อจากนี้

50. เบรนแดน รอดเจอร์ส (เซลติก)

Brendan Rodgers

รอดเจอร์สมีชีวิตที่ดีมากกว่าที่เขาเคยอยู่ในพรีเมียร์ลีกกับเซลติกที่คว้าทั้งสามแชมป์ในลีกสก็อตติช (ได้อีกครั้ง) แต่ในยุโรปที่เป็นการทดสอบของจริงพวกเขาได้ตกรอบแรกในรอบแบ่งกลุ่มทั้งสองครั้ง

การตกลงมาเล่นยูโรป้าลีกในรอบ 32 ทีมและพ่ายต่อ เซนิธ ก็ยิ่งทำให้ออร่าของรอดเจอร์สลดลงแต่การคว้าสามแชมป์ในประเทศติดต่อกันสองปีก็ต้องให้เครดิตเขาด้วยเช่นกัน– Huw Davies

49. ซิโมเน่ อินซากี้ (ลาซิโอ)

Simone Inzaghi

เขาอาจจะไม่ได้มีพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอลที่ใกล้เคียงกับพี่ชายของเขาอย่าง ปิ๊ปโป้ แต่ดูเหมือนว่าบทบาทข้างสนามเป็นสิ่งที่เขาเหนือกว่าพี่ชาย

น่าเสียดายที่ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาพลาดการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ลาซาโอก็ได้กลายมาเป็นทีมที่หลายๆคนเกรงกลัวในอิตาลีจากการเล่นที่น่าตื่นเต้นและยังได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ซิโมเน่มีแผนการเล่นที่ฉลาดและสามารถดึงความสามารถของ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ให้ออกมาได้ดีที่สุด เราจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากทีมที่ใหญ่กว่านี้ในอิตาลีจะดึงตัวเขาไปในไม่ช้า Adam Digby

48. ริคาร์โด กาเรค่า (เปรู)

Ricardo Gareca

เขาคืออดีตกองหน้าทีมชาตอาร์เจนติน่าที่ครั้งหนึ่งเคยถูกหมายหัวจาก พาโบล เอสโคบาร์ ราชายาเสพติดชาวโคลัมเบีย กาเรค่าสร้างชื่อขึ้นมาในฟุตบอลอเมริกาใต้ โดยเฉพาะกับทีม เบเลซ ซาร์สฟิลด์ ในอาร์เจนติน่าแต่ผลงานที่น่าประทับใจที่สุดของเขาคืองานปัจจุบันกับทีมเปรู

กาเรค่าไม่ได้แค่ทำให้เปรูเข้าไปแข่งฟุตบอลโลกได้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1982 แต่เขาได้ทำให้ทีมเล่นเกมรุกแบบไร้ความกลัวซึ่งก็ทำให้พ่ายแพ้ไปยับเยินในรอบแบ่งกลุ่มแต่พวกเขาก็ได้ใจแฟนบอลไปเต็มๆ พวกเราคาดหวังการพัฒนาของเขาให้ไปไกลกว่าเดิมหลังจากได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากฟุตบอลโลกมาแล้ว Michael Yokhin

47. ฌอน ไดซ์ (เบิร์นลีย์)

Sean Dyche

หลังจากที่พวกเขาได้รับเสียงชื่นชมมากมายกับฟอร์มในฤดูกาลที่แล้วและผ่านเข้าไปแข่งยูโรป้าลีก แต่การลุยถ้วยยุโรปของเบิร์นลีย์ก็จบลงโดยที่ไม่ได้อะไรอีกทั้งยังส่งผลกระทบให้กับฟอร์มการเล่นในลีก แต่ความสำเร็จของไดซ์ก็ถือว่าน่าชื่นชม

แม้พวกเขาควรได้เครดิตจากการเอาชนะทีมที่ดีอย่าง อิสตันบูล บาซาคเซฮีร์ (ก่อนจะไปแพ้ให้กับโอลิมเปียกอส) แต่ความสำเร็จของไดซ์จริงๆแล้วอยู่ในฤดกาล 2017/18 ที่สามารถจบในอันดับ 7 รองจากท็อป 6 ทั้งที่เป็นหนึ่งในทีมที่มีเพดานค่าเหนื่อยต่ำที่สุดในพรีเมียร์ลีก Huw Davies

46. ฆวน คาร์ลอส โอโซริโอ (ปารากวัย)

Juan Carlos Osorio

หลังจากพเนจรไปมาทั้งอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โอโซริโอก็ได้ตัดสินใจตั้งรกรากในแดนจังโก้การเป็นโค้ชให้เม็กซิโกในปี 2015 และเขาก็ประสบความสำเร็จหลังรับไม้ต่อจาก มิเกล เอร์เรร่า การคุมทีมของโอโซริโอ้กับทีมจังโก้มีทั้งช่วงที่ขึ้นสูงเสียดฟ้าและลงต่ำมิดดิน พวกเขาเคยไม่แพ้ถึง 22 เกมติดต่อกัน แต่ก็มีช่วงที่ย่ำแย่ แต่กุนซือผู้นี้ได้ถูกขนานนามว่า นักสันทนาการเนื่องจากวิธีการซ้อมที่แหวกแนวของเขากลับได้ผลดีในฟุตบอลโลก

การยัดเยียดการปราชัยให้กับเยอรมันจะเป็นสิ่งที่ผู้คนจดจำไปอีกนานหากนึกถึงทีมชาติเม็กซิโก งานต่อไปของเขาในตอนนี้คือการพาปารากวัยเข้ารอบเพื่อไป กาตาร์ ในปี 2022 Andy Brassell

45. อาเรียล โฮแลน (อินดิเพนเดนเต้)

Ariel Holan

อดีตโค้ชฮ็อกกี้ผู้เคยคว้าเหรียญทองแดงกับทีมชาติหญิงอุรุกวัย ในรายการแพนอเมริกันเกมส์ 2003 โฮแลนโด่งดังจากการขายรถของตัวเองเพื่อสั่งซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อเอามาวิเคราะห์ข้อมูลผู้เล่นของเขาให้ได้มากที่สุด นับตั้งแต่นั้นเขาก็ค่อยๆปลุกอินเดเปนดิเอนเต้มาทีละนิด เขาทำให้ทีมมีการเล่นในสไตล์ที่ดูสนุกและทำให้ทีมคว้าแชมป์ โคปา ซูดาเมริกาน่า และ ซูรูกา คัพ ได้สำเร็จภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา

โฮแลนเป็นคนที่มีหัวสมัยใหม่และปรับนวัตกรรมมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เขาเกือบที่จะบอกลาสโมสรเพราะโดนคุกคามจาก barra bravas (กลุ่มแฟนบอลอุลตร้าหัวรุนแรงของอเมริกาใต้) แต่เขาก็ถูกเกลี้ยมกล่อมให้อยู่ต่อ แน่นอนว่าแฟนๆของ El Rojo ดีใจที่เขาตัดสินใจแบบนั้นMarcus Alves

44. อเบล เฟร์ไรร่า (บราก้า)

Abel Ferreira

เริ่มต้นจากทีมสำรองของบราก้าและได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในเดือน เมษายน 2017 และหลังจากนั้นอดีตฟูลแบ็คของสปอร์ติ้งก็ได้ฉายแววออกมาว่าเป็นหนึ่งในโค้ชหนุ่มในยุโรปที่มีของ

เขาถูกยกในด้านแผนการเล่นที่หลากหลาย, การเล่นจังหวะเร็วที่อันตราย และ มีเซนส์ในการเปลี่ยนตัวลงมาแก้เกม เขาจบฤดูกาล 2017/18 ด้วยอันดับ 4 ในตาราง อีกทั้งยังเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างสุดยอดโดยอยู่ในอันดับ 2 และมีแต้มเท่ากับปอร์โต้อันดับ 1 หลังจากแข่งไป 7 เกม Michael Yokhin

43. รูดี้ การ์เซียร์ (มาร์กเซย)

Rudi Garcia

การ์เซียร์เกือบจะได้เป็นโค้ชคนที่สามในประวัติศาสตร์ที่พาทีมจากฝรั่งเศสคว้าชัยในถ้วยยุโรปตอนที่เขาสามารถพามาร์กเซยเข้าสู่รอบชิงยูโรป้าลีกได้ในเดือนพฤษภาคม แต่ถึงแม้ แอตฯมาดริด จะดับฝันของโอแอ็มลงในคืนนั้น ทีมก็กำลังไปในทิศทางที่มีอนาคตอย่างมาก ส่วนการ์เซียร์ก็ถูกยกย่องว่าเป็นนักวางแผนที่ฉลาดและเป็นปรมาจารย์ในการปลุกความมั่นใจ

ในตอนที่อดีตกุนซือโรม่าเข้ามาคุมทีม มาร์กเซยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่เพราะทีมเสียหลักไปจากการขายนักเตะหลักไปหลายคนและจบเพียงแค่อันดับ 13 แต่ผ่านมา 2 ปีภายใต้การคุมทีมของการ์เซียร์ พวกเขากำลังดีขึ้นเรื่อยๆ James Eastham

42. กีเก้ เซเตียน (เรอัล เบติส)

Quique Setien

หลายปีที่ เรอัล เบติส อยู่ในเงาของความสำเร็จจากทีมเพื่อนบ้านอย่าง เซบีย่า เซเตียนคือคนที่พวกเขาต้องการ – โค้ชที่มีแบบแผน, วิชชั่น และ ทัศนคติ การเสี่ยงของเขาที่ทำให้ ลาส พัลมาส เป็นทีมเล่นเกมบุกที่ดูสนุกจนทำให้เป็นหนึ่งทีมที่ต้องดูในลาลิการองจากสองยักษ์ใหญ่ จนกระทั่งทุกอย่างพังทลายและบอร์ดก็ปลดเขาออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาล 2016/17

เขาไม่ได้เริ่มต้นได้สวยกับเบติสแต่บอร์ดบริหารก็มีความเชื่อมั่น สุดท้ายเขาสามารถทำให้ทีมกลับไปเล่นในยุโรปได้หลังจบฤดูกาลแรก ส่งบอลให้ โจอาควิน สิแล้วคุณจะหลงรักเขา Andy Brassell

41. เอ็ดดี้ ฮาว (บอร์นมัธ)

Eddie Howe

หากเปรียบเทียบการเริ่มต้นฤดูกาลของบอร์นมัธในปี 2017 และ 2018 จะเห็นว่าพวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างมาก ฮาวล์และผู้เล่นของเขาทำให้ทีมยังไร้พ่ายในรังเหย้าก่อนที่จะเข้าช่วงเบรกทีมชาติครั้งที่สอง ฮาวล์ยังคงเรียนรู้มาเรื่อยๆและทำให้บอร์นมัธเป็นทีมที่มีมาตรฐานในเกมรับสูงมากกว่าในปีก่อนหลายเท่า

แผนการเล่นที่เฉียบแหลมของฮาวล์อาจจะไม่ได้ทำให้พวกเขาได้แต้มเสมอไป แต่มันก็ทำให้นักเตะหลายคนพัฒนาขึ้นอย่างมาก ความสำเร็จที่สุดของเขาอาจจะเป็นในด้านนักเตะรายบุคคล คัลลัม วิลสัน กลับมาจากอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงและโชว์ฟอร์มได้จัดจ้าน ไรอัน เฟรเซอร์ กลายเป็นนักเตะที่สร้างความแตกต่างได้ในฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก อีกทั้งการคงมาตรสูงของ สตีฟ คุ๊ก และ ชาร์ลี ดาเนียลส์ ก็เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

เขาอยู่ในช่วงตกต่ำอย่างมากในหน้านาวฤดูกาลก่อนแต่เขาก็ก้าวข้ามมาได้และเติบโตขึ้นอย่างชาญฉลาดยิ่งกว่าเดิม และทำให้เขาเป็นกุนซือที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น Seb Stafford-Bloor