50 ปรมาจารย์ศาสตร์ลูกหนัง 2017 : อันดับที่ 10 นายใหญ่คนใหม่แห่งทัพเสือเหลือง

การสร้างขุนพลดาวรุ่งของอาหยักซ์สั่นสะเทือนยุโรป ทำให้สาวกของ โยฮัน ครัฟฟ์ ผู้นี้ได้งานชิ้นใหญ่กว่าเดิมกับดอร์ทมุนด์ในซัมเมอร์นี้

เมื่อครั้งที่อดีตกุนซือของ วิทเทสส์ วัย 53 ปีผู้นี้เข้ามารับเผือกร้อนที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เสียงถากถางรวมถึงคำถามมากมายต่างถาโถมใส่ผู้ชายคนนี้ ยิ่งไปกว่านั้น แฟนทีมอาหยักซ์หลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มแฟนอย่างเป็นทางการก็ออกมาต่อต้านการตัดสินใจของทีม ซึ่งแต่งตั้งชายผู้มีความหลังกับทีมคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง เฟเยนูร์ด ให้มาคุมทีม

แต่เพียงหนึ่งปีให้หลัง กลายเป็นว่าอดีตคนของทีมคู่ปรับ กลับทำทีมให้มีสไตล์การเล่นใกล้เคียงกับอาหยักซ์ยุครุ่งเรืองมากเสียกว่า แฟรงค์ เดอ บัวร์ ลูกรักของสโมสรที่เคยคุมทีมมาถึง 4 ปีครึ่งเสียอีก

แต่เพียงหนึ่งปีให้หลัง กลายเป็นว่าอดีตคนของทีมคู่ปรับ กลับทำทีมให้มีสไตล์การเล่นใกล้เคียงกับอาหยักซ์ยุครุ่งเรืองมากเสียกว่า แฟรงค์ เดอ บัวร์ ลูกรักของสโมสรที่เคยคุมทีมมาถึง 4 ปีครึ่งเสียอีก พร้อมทำให้แฟนกลับมาหลงรักและฝันถึงการตามรอยทีมยุครุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง

สร้างทางเดินด้วยตัวเอง

บอสซ์นั้นถือว่าเป็นคนที่มีบุคลิกไม่เหมือนใครมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว สมัยที่ยังเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรับขาโหดอยู่นั้น เจ้าตัวลงมือเจรจาสัญญาด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้ผู้จัดการส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ

หลังจากที่วิทเทสส์ไม่ยอมต่อสัญญาให้ เขาตัดสินใจไปอยู่กับทีมสมัครเล่นอย่าง เอจีโอวีวี และนำทีมขึ้นสู่ลีกสูงสุด จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับเฟเยนูร์ดถึง 6 ปี และติดทีมชาติฮอลแลนด์ชุดลุยศึกยูโร 92 อีกด้วย

Feyenoord

เขาเริ่มเส้นทางการคุมทีมด้วยการพา เฮราเคิ่ลส์ สู่ลีกสูงสุด ก่อนไปรับงานผู้อำนวยการเทคนิคให้ เฟเยนูร์ด ก่อนกลับาคุมเฮราเคิ่ลส์อีกครั้ง คราวนี้นำทีมไปเล่นฟุตบอยุโรปรอบคัดเลือกอีกด้วย

ปี 2013 บอสซ์ย้ายไปคุมวิทเทสส์และคุมทีมทีมดังแห่งเมืองอาร์เนมถึง 2 ปีครึ่ง ก่อนเริ่มชีวิตพเนจรใน 18 เดือนหลังสุดด้วยการคุม มัคคาบี้ เทลอาวีฟ กับอาหยักซ์ และสดๆ ร้อนๆ กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

อิทธิพลจากครัฟฟ์

แม้จะมีอดีตกับเฟเยนูร์ด แต่บอสซ์คือสาวกตัวยงของ โยฮัน ครัฟฟ์ ตั้งแต่เด็ก ถึงขนาดที่มีตั๋วปีของอาหยักซ์เลยด้วยซ้ำ และเมื่อติดทีมชาติชุดยูโร 92 เจ้าตัวก็มีสมุดบันทึกเล็กๆ คอยจดสิ่งที่ ไรนุส มิเชลส์ กุนซือของทีมแนะนำลูกทีมอีกด้วย

ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักเตะชั้นยอด เพราะเอาเข้าจริงผมก็ไม่ดีพอที่จะไปถึงจุดนั้น แต่สำหรับการเป็นโค้ช ผมต้องการเป็นโค้ชชั้นยอดให้ได้

- Peter Bosz

เขามีความฝังอยากเป็นโค้ชตั้งแต่เยาว์วัย “พูดกันตามตรงเลยว่าผมอยากคุมทีมชั้นยอดมาตลอด ผมเคยเล่นให้ทีมชั้นนำอย่างเฟเยนูร์ด เคยแม้กระทั่งติดทีมชาติฮอลแลนด์ แต่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักเตะชั้นยอด เพราะเอาเข้าจริงผมก็ไม่ดีพอที่จะไปถึงจุดนั้น แต่สำหรับการเป็นโค้ช ผมต้องการเป็นโค้ชชั้นยอดให้ได้”

บาร์เซโลน่ายุคครองโลกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ระหว่างปี 2009-2011 คือหนึ่งจากทีมในอุดมคติ เช่นเดียวกับทีมชาติฮอลแลนด์ชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก 1974 ที่เล่นด้วยพลังงานอันล้นเหลือและมีเกมเพรสซิ่งอันทรงพลัง

ในการปรับสไตล์ของทีมในอุดมคติให้เข้ากับปรัชญาของเขา บอสซ์เน้นย้ำว่าจะลูกบอลจะต้องเป็นฝ่ายเคลื่อนที่ ให้นักเตะในทีมเคลื่อนไหวน้อยที่สุด นอกจากนี้เจ้าตัวยังนำกฎ “5 วินาที” มาใช้ ย้ำนักเตะให้รีบดันขึ้นสูงหลังจากเสียบอลทันที และชิงบอลกลับมาให้ได้ใน 5 วินาทีหลังจากนั้น เพื่อหาโอกาสทำประตูในช่วงที่ทีมคู่แข่งกำลังสับสนหลังเสียบอล

บทสรุปที่เร็วไปนิด

บอสซ์นำระบบโททัล ฟุตบอลที่ชาวดัทช์คุ้นเคยมาประยุกต์ใหม่ โดยเวลาครองบอล ต้องขยายพื้นที่สนาม กระจายตัวให้เต็มพื้นที่เพื่อตรึงตัวประกบไว้ แต่หากเสียบอล ต้องรีบบีบพื้นที่สนามให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้คู่แข่งได้บุก

นั่นคือเกมฟุตบอลเร็ว เพรสซิ่งสูง ที่แฟนทีมอาหยักซ์ถลิวหาหลังไม่ได้เห็นมาแสนนาน ซึ่งแม้จะต้องให้เวลานักเตะปรับตัวบ้าน แต่พอจูนกันติดแล้วก็ฉุดไม่อยู่

Ajax

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนทีมอาหยักซ์ และอาจจะรวมถึงคู่แข่งด้วยนั้นต่างเสียดายเมื่อได้รู้ว่า “บอสซ์ โปรเจ็คท์” ที่อาหยักซ์กลับต้องยุติอย่างรวดเร็วหลังผ่านไปเพียง 1 ปีเท่านั้น แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เมื่อเขาขยับขยายไปคุมทีมที่ใหญ่กว่า ในลีกที่ท้าทายกว่าเดิมอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

อย่างไรก็ตาม รอยร้าวเล็กๆ ระหว่างเขากับผู้ช่วยโค้ชอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เฮนนี่ สปิลเกอร์แมน ก็ทำให้การจากลาของเขาเป็นไปอย่างขื่นขมอยู่บ้างเหมือนกัน

บอสซ์เองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากความดื้อรั้นยึดติดในสไตล์ฟุตบอลของตัวเอง เช่นเดียวกับไอดอลของเขาอย่างครัฟฟ์และกวาร์ดิโอล่า และยังมีความจริงอันเจ็บปวดอีกเรื่องที่ว่า แม้จะทำทีมได้ถูกใจคนดู แต่กลับยังไม่มีความสำเร็จเป็นถ้วยแชมป์ให้เชยชม

และตอนนี้บอสซ์จะได้คุมทีมดอร์ทมุนด์ ที่มีนักเตะแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้งานสมัยอยู่กับอาหยักซ์: เด็กดาวรุ่งทักษะสูง, ทำเกมได้ทั้งในยามที่มีหรือไม่มีบอลอยู่กับตัว รวมถึงคิดไวทำไว ไม่ว่าเขาจะนำทีมกลับมาลุ้นแย่งแชมป์กับ บาเยิร์น มิวนิค อีกครั้ง หรือเน้นลุยฟุตบอลยุโรปให้สุดทาง เรื่องราวของโค้ชดาวร่งพุ่งแรงคนนี้เป็นอะไรที่น่าติดตามจริงๆ