50 ปรมาจารย์ศาสตร์ลูกหนัง 2017 : อันดับที่ 4 ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือผู้ยกระดับ 'ตราหมี'

Diego Simeone

เขาสร้างมาตรฐานไว้สูงซะจนทำให้การไม่ได้แชมป์อะไรคือความล้มเหลว แต่ยอดกุนซืออย่างซิเมโอเน่ยังคงนำ แอตเลติโก มาดริด ท้าชนยักษ์อย่างท้าทาย 

4. ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ทีม: แอตเลติโก มาดริด

สัญชาติ: อาร์เจนติน่า

 Diego Simeone

เรื่องอันตรายเกี่ยวกับการประเมินผลงานของ ดีเอโก้ ซิเมโอโน่ คือการที่เขาสร้างมาตรฐานไว้สูงเสียจนช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ อาจถูกบดบังด้วยช่วงเวลาแห่งความล้มเหลวด้านถ้วยรางวัลซึ่งเปิดขึ้นบ่อยกว่า

เขาสร้างมาตรฐานไว้สูงเสียจนช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ อาจถูกบดบังด้วยช่วงเวลาแห่งความล้มเหลวด้านถ้วยรางวัลซึ่งเปิดขึ้นบ่อยกว่า

แต่คำว่าล้มเหลวก็น่าจะเป็นคำที่ดีที่สุดในการอธิบายถึง แอต.มาดริด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านไป พวกเขาจบอันดับ 3 ตามหลัง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า เก็บคะแนนได้น้อยกว่าฤดูกาลก่อนถึง 10 คะแนน โดนเรอัล มาดริดทุบเละ 3-0 ในแชมเปี้ยนส์ลีก เสียประตูมากกว่าเดิม ที่สำคัญที่สุด ไม่มีถ้วย

และนั่นคือเรื่องไม่ประทับใจอย่างเดียวที่เกิดขึ้นในยุคทองที่ซิเมโอเน่สร้างไว้ในถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อน ในโลกที่กฏแห่งฟุตบอลถูกท้าทาย โลกที่ 2 มหาอำนาจแห่งสเปนฟาดฟันเพื่อเป็นหนึ่ง จนทีมอื่นๆ เปรียบเหมือนไม้ประดับ

ในโลกแห่งความจริง การถอยหลังของ แอต.มาดริด ก็ทำให้อดนึกถึงเมื่อปีก่อนหน้าที่ทีมสู้เพื่อเป็นแชมป์ ก่อนพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการดวลจุดโทษ เป็นความล้มเหลวที่หากเป็นคนอื่นคงถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ คำถามสำหรับซิเมโอเน่ก็คือ อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?

คุณค่าเหนือเงินตรา

มองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน แอต.มาดริดยังคงโชว์ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ ดุจรถไฟเหาะ และออกจะดิ่งเหวมากกว่าด้วยซ้ำก่อนที่ซิเมโอเน่จะเข้ามารับงานในเดือนธันวาคม 2011

6 ปีครึ่งต่อมา เอล โชโล่ คว้าแชมป์ลาลีกา, โคปาเดลเรย์ กับยูโรปาลีก พร้อมนำทีมจบ 3 อันดับแรก 5 ปีติดต่อกัน ปี 2014 พวกเขาคว้าแชมป์ลีกด้วยการมี 90 คะแนน และเข้าชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2015 พวกเขาถดถอยมาเล็กน้อย จบอันดับ 3 ที่ 78 คะแนน ก่อนดีดตัวขึ้นในฤดูกาลถัดมาที่ 88 คะแนน และเข้าชิงถ้วยใหญ่ของยุโรปอีกครั้ง และกลับมายืนที่เดิมในฤดูกาลล่าสุดที่ 78 คะแนน

Atletico

ฉลองแชมป์ลีกเมื่อปี 2014

อย่างน้อยพวกเขาก็ประสบความสำเร็จในเป้าหมายขั้นต่ำ ในการเป็นทีมที่ดีที่สุดรองจากเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า พร้อมกับทำให้พวกคาตาลันเจองานหนักในโคปาเดลเรย์รอบรองชนะเลิศ และจบเส้นทางฟุตบอลยุโรปที่รอบเดียวกัน

ไม่เลวเลยสำหรับทีมที่ทุ่มค่าเหนื่อยให้นักเตะน้อยกว่าทีมหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีกอย่าง สวอนซี, สโต๊ก และ ซันเดอร์แลนด์ เสียด้วยซ้ำ

เพดานที่ขวางกั้น

แต่ข้อจำกัดทางการเงินก็ทำให้เป็นงานยากของแอต. มาดริดในการลุ้นแชมป์ เพราะอย่างที่รู้กันว่ากุนซือวัย 47 ปีผู้นี้ก็เป็นมนุษย์ปุถุชนที่ไม่อาจสร้างปาฏิหารย์ได้พร่ำเพรื่อ รวมถึงเรื่องราวในฤดูกาลนี้ที่ชี้ชัดว่าทีมจะเจองานยากกว่าเดิมในการทำลายเพดานที่กั้นขวางไว้เป็นครั้งที่ 3

ซิเมโอเน่ให้ลูกทีมเล่นเกมบุกมากกว่าที่เคย จึงไม่แปลกที่จะยิงได้มากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 7 ประตู แต่แนวทางที่ทำได้ดีที่สุด นั่นคือการตั้งรับให้แน่นและสวนกลับอย่างรวดเร็ว

หน้าร้อนปีที่แล้วถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีหลังสุดที่พวกเขาไม่เสียนักเตะหลัก หลังเสียมาแล้วทั้ง ฟัลเกา (2013) ดีเอโก้ คอสต้า (2014) และ อาร์ด้า ตูราน (2015) แถมยังได้ตัวใหม่อย่าง เกแว็ง กาเมโร่, นิโกลัส ไกตัน และ ซิเม่ แวร์ซัลโก้ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ซ้ำกลับต้องเครียดกว่าเดิมในความพ่ายแพ้ย่อยยับ 0-3 ต่อเรอัล มาดริดถึง 2 ครั้ง ทั้งการแพ้คาบ้านในลาลีกา และอีกนัดในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่เป็นเช่นเคย

ฤดูกาลนี้ซิเมโอเน่ให้ลูกทีมเล่นเกมบุกมากกว่าที่เคย รวมถึงเล่นเกมทางริมเส้นให้มากขึ้น จึงไม่แปลกที่จะยิงได้มากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 7 ประตู แม้หลักฐานส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าพวกเขาควรยึดแนวทางที่ทำได้ดีที่สุด นั่นคือการตั้งรับให้แน่นและสวนกลับอย่างรวดเร็ว

หลังบุกไปพ่าย บียาร์เรอัล 0-3 ตอนกลางเดือนธันวาคม พวกเขาก็กลับมาเล่นได้อย่างที่เคยอีกครั้ง แพ้เพียง 2 นัดและเสียเพียง 13 ประตูในเกมลีก 23 นัดก่อนจบฤดูกาล นี่คือฟอร์มการเล่นที่ซิเมโอเน่หวังว่าจะทำได้อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

วีรบุรุษที่เริ่มโรยรา

ถึงกระนั้นก็มีความท้ายทายใหญ่รอพวกเขาอยู่ ทั้งการย้ายจาก บิเซนเต้ กัลเตร่อน ป้อมปราการหลังเดิมสู่สนาม เมโทรโปลิตาโน่ ที่โอ่อ่ากว่า รวมถึงการถูกห้ามซื้อนักเตะใหม่ยาวถึงเดือนมกราคมปีหน้า

Antoine Griezmann

เอล โซโล่ และ ลุกทีมคนสำคัญ 'อองตวน กรีซมันน์"

แถมทหารเอกหลายรายยังเริ่มโรยรา โดยเฉพาะแกนหลักในแนวรับอย่าง ฆวนฟราน, ดีเอโก้ โกดิน และ ฟิลิเป้ หลุยส์ ที่เลยวัย 30 ไปแล้ว ขณะที่กัปตันทีมอย่าง กาบี้ จะอายุ 34 ในเดือนกรกฎาคมนี้ พวกเขาถือเป็นสัญลักษณ์ของความทุ่มเทและเสียสละในยุคของซิเมโอเน่ ซึ่งต้องเริ่มหาขุนศึกรุ่นใหม่ที่สามารถทดแทนกันได้

แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องดีอยู่บ้าง เมื่อสตาร์เบอร์ 1 ของทีมอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ขออาสาช่วยทีมต่อ และที่สุดแล้ว ซิเมโอเน่ ยังคงเป็นแม่ทัพเช่นเดิม

“สโมสรนี้มีอนาคต และอนาคตที่ว่าคือเรายังอยู่ด้วยกัน” การเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาลของโชโล่ จุดความหวังของสาวกให้ลุกโชนอีกครั้ง เพราะตราบใดที่เขายังอยู่กับทีม ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้เสมอ