6 เรื่องแปลกๆของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

จากการที่เป๊ปกำลังจะมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฐานะผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นครั้งแรก ลี โรเด้น คอลัมนิสต์ของเราจะพาไปเจาะลึกถึงเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับอดีตบิ๊กบอสบาร์เซโลน่าและบาเยิร์น มิวนิค รายนี้... 

1. ชื่นชอบ ปีเตอร์ เคร้าช์ 

ในปี 2006 กวาร์ดิโอลาได้เขียนคอลัมน์ประจำให้กับเอล ปาอิส หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสเปนในช่วงฟุตบอลโลกที่เยอรมนี ซึ่งบทความเหล่านั้นได้นำเสนอความคิดเห็นอันน่าสนใจเกี่ยวกับไอเดียเชิงฟุตบอลของเขา และหนึ่งในบทความที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการที่เจ้าตัวเปิดเผยศูนย์หน้าที่ชื่นชอบในทัวร์นาเมนต์ ซึ่งทำให้หลายคนถึงกับเซอร์ไพรส์เพราะคนนั้นก็คือ ปีเตอร์ เคร้าช์

“เวย์น รูนีย์ อาจเล่นได้สวยงามและแน่นอนกว่าก็จริง” เขาเกริ่น “แต่เคร้าช์สามารถสร้างเงื่อนไขให้คุณได้มากกว่า เพราะเมื่อคุณเล่นไปตามเกมของเคร้าช์ มันจะทำให้คุณได้เปรียบอย่างมากเลยทีเดียว”

Peter Crouch

จริงสิเปีป ผมพร้อมไปอยู่กับคุณนะตอนนี้!

“เขารู้ว่าตัวเขาทำอะไรได้บ้างทั้งจากหัวและเท้า หนึ่งในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาคือการเชื่อมเกม เขารู้ว่าเขาไม่ได้ยืนเพื่อแค่รอให้ลูกครอสเข้ามาในกรอบเขตโทษเท่านั้น หากแต่ยังรู้วิธีที่จะทำให้การเล่นไหลลื่นด้วย เขาได้บอลจากลูกกลางอากาศ 1,000 ครั้งและสามารถเก็บมาเล่นได้หมด มันอาจดูง่ายแต่มีศูนย์หน้าน้อยรายที่สามารถทำได้เพราะมีศูนย์หน้าหลายคนที่เชื่อมเกมกับคนอื่นไม่ได้เลย ซึ่งการที่มีศูนย์หน้าที่มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากศูนย์หน้าคนอื่นเช่นนี้ มันจะทำให้คุณมีทีมที่ยืดหยุ่น และอังกฤษก็มีเคร้าช์”

2. เริ่มจับงานโค้ชครั้งแรกที่เม็กซิโก

ถึงการเริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการของกวาร์ดิโอลาจะเริ่มต้นที่บาร์ซา เบ เมื่อปี 2007 แต่ในความเป็นจริงแล้วเจ้าตัวก็เคยมีประสบการณ์คุมทีมระดับอาชีพอยู่บ้าง โดยตอนที่แขวนสตั๊ดในเดือนมิถุนายน 2005 เมื่อสัญญากับอัล-อาห์ลีทีมในกาตาร์หมดลง เขาก็เริ่มต้นเข้าคอร์สเรียนโค้ชในเดือนเดียวกัน อย่างไรก็ตามหน้าหนาวของปีนั้นกวาร์ดิโอลาตัดสินใจคืนสนามอีกครั้งเพื่อลงเล่นให้กับโดราโดส เด ซิเนลัว สโมสรเม็กซิโกที่เพิ่งก่อตั้งมาไม่นาน

เหตุผลน่ะหรอ? เป็นเพราะว่ากวาร์ดิโอลาชื่นชมตัวของ ฆวนมา ลิโญ ที่เป็นเทรนเนอร์ของโดราโดสในตอนนั้นมาตลอด และการย้ายไปเม็กซิโกก็ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้จากเจ้าตัวโดยตรงทำให้เขาถึงยอมขยายเวลาการค้าแข้งออกไป ซึ่งที่โดราโดสนั้นเป๊บได้คุมทีมซ้อมร่วมกับลิโญทำให้ได้รู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด และยังอยู่ต่อหลังซ้อมเสร็จเพื่อขอคำแนะนำจากเขา นอกจากนี้เป๊บยังถูกขอให้ช่วยดูแทคติกฝั่งตรงข้ามให้ด้วย แม้แต่ให้คำอธิบายในเรื่องเทคนิคและแทคติกให้กับเพื่อนร่วมทีมก็ยังเคยมาแล้ว

ซึ่งลิโญก็ยอมรับในภายหลังว่า “ผมรู้ว่าเขาจะกลายเป็นยอดกุนซือ ขณะที่คนอื่นจะเป็นนักเตะก่อนแล้วค่อยกลายมาเป็นโค้ชทีละเล็กละน้อย แต่ไม่ใช่กับเป๊บ เขาเล่นฟุตบอลเพื่อรอเวลาเป็นโค้ช!”

ลิโญรู้สึกประทับใจในตัวกวาร์ดิโอลามากถึงขนาดตอนที่เขาไม่ได้มีชื่ออยู่ทีม ลิโญก็ยังชวนมานั่งบนม้านั่งสำรองแทนที่จะดูเกมบนอัฒจันทร์ และเป็นเป๊บที่เป็นคนตะโกนสั่งการตรงเส้นข้างสนามขณะที่ลิโญนั่งอยู่ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าประหลาดเลยทีเดียว โดยในช่วงสั้นๆที่เม็กซิโกนี้เองทำให้เขาไม่ได้เลิกเล่นอย่างจริงจังจนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2006 อย่างไรก็ดีอาชีพการคุมทีมของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งคู่ได้เจอกันอีกในปี 2010 เมื่อลิโญคุมทีมอัลเมเรียและโดนบาร์ซาถล่มไป 8-0 พร้อมกับโดนปลดออกจากตำแหน่งทันทีหลังจบเกมดังกล่าว ช่างน่าซาบซึ้งจริงๆ

3. มือขวาของเขาคืออดีตเหรียญทองโอลิมปิกโปโลน้ำ

กวาร์ดิโอลาอาจมีผู้ช่วยหลายคนที่บาเยิร์นก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่โดดเด่นกว่าคนอื่นๆเนื่องจากสถานะความเป็นตำนานของเขานั่นก็คือ มานูเอล เอสติอาร์เต้ โดยเจ้าตัวไม่ได้เป็นนักฟุตบอลหากแต่เป็นนักโปโลน้ำและลงเล่นในโอลิมปิกเกมส์ถึง 6 ครั้ง ซึ่งฝีไม้ลายมือของเขาฉกาจฉกรรจ์จนถึงขนาดได้รับฉายาว่าเป็น “มาราโดนาแห่งโปโลน้ำ” เลยทีเดียว โดยสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกและแชมป์โลกมาครองได้อย่างละครั้ง

ที่คัมป์นู เอสติอาร์เต้คือมือขวาของกวาร์ดิโอลาที่ได้รับความเคารพและความเชื่อใจจากนักเตะในทีมจากเกียรติประวัติที่ผ่านมา และมันก็เป็นคุณสมบัติที่มีค่าสำหรับโค้ชตอนที่เขาต้องการรู้ว่าความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรมของทีมตัวเองเป็นอย่างไร และความสัมพันธ์ก็ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องที่มิวนิค ซึ่งบางครั้งเขาก็เป็นคนให้ความเห็นเกี่ยวกับไอเดียใหม่ๆของเป๊บและยังก็ช่วยรีวิววีดิโอหลังเกมให้ เขาคือส่วนประกอบสำคัญของทีมสต๊าฟฟ์โค้ช และเป็นคนที่มีแนวโน้มว่าจะถูกขอร้องให้ตามไปช่วยงานกับต้นสังกัดใหม่ด้วย

4. ลา บาร์ซ่า หนแรกไม่ได้สวยหรู 

เมื่อกวาร์ดิโอล่าจากบาเยิร์นไปเขาคงจะได้รับการยกย่องอย่างที่สมควรได้รับ เช่นเดียวกับตอนที่อำลาบาร์เซโลนาเมื่อปี 2012 ทั้งสโมสรต่างรู้สึกเสียใจเมื่อรู้ว่าเฮดโค้ชคนเก่งกำลังจะไป ซึ่งนักเตะทั้งทีมรวมถึงประธานสโมสร, ผู้อำนวยการกีฬา และสมาชิกในบอร์ดบริหารต่างเข้ามาร่วมงานแถลงข่าวของเขา ตามมาด้วยวิดีโอขอบคุณและคำพูดร่ำลาต่อหน้าแฟนบอลที่คัมป์นูแบบสมเกียรติตำนานสโมสร

แต่เมื่อตอนที่กวาร์ดิโอลาอำลาบาร์ซาในฐานะนักเตะเมื่อปี 2001 มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาจากทีมไปอย่างเงียบๆในช่วงบ่ายวันหนึ่งของเดือนเมษายนหลังจากที่เข้าพบกับ โจน กาสปาร์ต ประธานสโมสรในตอนนั้นเพื่อบอกว่าตัวเองกำลังจะไป “เมื่อไหร่? ตอนนี้เลยหรอ?!” กาสปาร์ตถามอย่างสุดช็อค ก่อนที่กวาร์ดิโอลาจะบอกว่าตัวเองจะจัดงานแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้นและขอให้ประธานสโมสรมาร่วมงานด้วย

 

Pep Guardiola, Barcelona

กวาร์ดิโอลาถูกยกขึ้นโดย หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือเจ้าบุญทุ่มคนปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามกาสปาร์ตได้จองตั๋วไปฮอลิเดย์ที่สวิตเซอร์แลนด์ไว้แล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเลื่อนกำหนดการ ทำให้กวาร์ดิโอลาที่คว้าแชมป์ลีก 6 สมัยและยูโรเปี้ยนคัพครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรต้องแถลงข่าวคนเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการอำลาที่ดูด้อยค่าไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาทำให้กับทีม ซึ่งแน่นอนว่ามันตรงข้ามกับที่คุณเคยเห็นในอังกฤษอันเป็นประเทศที่เป๊บชื่นชมมากในตอนนั้น “ผมยังไม่รู้ว่าผมจะไปเล่นที่ไหน แต่ผมก็ชอบทีมในอังกฤษนะ” กวาร์ดิโอลากล่าวกับสื่อในวันนั้น “พวกเขาดูจริงใจ ผมยังจำได้ถึงตอนที่ลงเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ครั้งแรก มันน่าเหลือเชื่อมากเลยทีเดียว”

ถึงเขาจะไม่เคยเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่จุดหมายปลายทางต่อไปอาจเป็นที่นั่นก็ได้

5. เป็นยอดนักเขียน

มีหนังสือเยี่ยมๆที่เกี่ยวกับกวาร์ดิโอลาหลายเล่มออกมาในช่วง 2-3 ปีหลัง ซึ่งเนื้อหามีตั้งแต่ชีวประวัติไปจนถึงเรื่องราวเบื้องลึกในช่วงเวลาของเขาที่บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถูกเขียนโดย มาร์ติ เปราร์เนา แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเป๊บเองก็เป็นนักเขียนด้วย?

เมื่อปี 2001 เขาได้ออกหนังสือที่มีชื่อว่า La meva gent, el meu futbol (คนของผม, ฟุตบอลของผม) ร่วมกับ ลู มาร์ติน และ มิเกล ริโก้ 2 นักข่าวฟุตบอลที่ได้รับการนับถือที่สุดในสเปน โดยในส่วนของประวัติและเกมการเล่นของตัวเองนั้น เป๊บเป็นคนเขียนทั้งสิ้น ซึ่งขอแนะนำว่าต้องหามาอ่านให้ได้หากคุณอยากจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวกวาร์ดิโอลา

นีมันลายเซ็นเป๊ปนี่นา มันจะต้องขายได้แน่ๆ

อย่างไรก็ตามมันมีปัญหาอยู่ 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรกคือมันมีขายเฉพาะในแคว้นคาตาลัน อย่างที่ 2 คือมันขายหมดไปนานแล้ว และกวาร์ดิโอลาเองก็ไม่สนใจที่จะตีพิมพ์ใหม่อีกครั้ง ทั้งที่มันน่าจะทำเงินได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว 

อยากรู้เหตุผลที่ว่าทำไม หลุยส์ ฟาน กัล ถึงเป็นกุนซือที่กวาร์ดิโอลาพูดถึงมากที่สุดตอนเป็นนักเตะมากขึ้นมั้ย? โชคไม่ดีที่ La meva gent, el meu futbol เป็นหนังสือหายากจริงๆ และถ้าจะตามหาเพื่อเอาไว้ในครอบครองสักเล่มล่ะก็ มันจะทำให้คุณเสียเงินมากเลยทีเดียว

6. แชมป์แรกน้อยนิด...มหาศาล

ส่วนใหญ่มักคิดกันว่าการคว้าเทรเบิลแชมป์ของบาร์เซโลนาเมื่อปี 2009 คือแชมป์แรกในฐานะกุนซือของกวาร์ดิโอลา แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นปีนึงเมื่อเขาพาบาร์ซา เบ คว้าแชมป์ระดับดิวิชั่น 4 ของสเปน (เตร์เซรา ดิบิซิโอน) แม้มันอาจไม่มีสเน่ห์เหมือนตอนชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็มีความหมายมากสำหรับเขา

ตอนที่ทีมเยาวชนของทีม “อาซูลกรานา” เป็นแชมป์เมื่อปี 2008 พร้อมกับเลื่อนชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 3 (เซกุนด้า ดิบิซิโอน เบ) กวาร์ดิโอลาถึงกับกล่าวว่ามันคือ “หนึ่งในสิ่งที่น่าปลาบปลื้มที่สุดที่ผมเคยได้รับในฐานะนักกีฬา” ซึ่งนี่คือคำกล่าวยกย่องอย่างสูงส่งจากคนที่คว้าแชมป์มาแล้วทุกอย่างในฐานะนักเตะ

Pep Guardiola, 2008

หลังจากประสบความสำเร็จกับบาร์ซา เบ เป๊ปก็มาแทนไรจ์การ์ดในปี 2008

บางทีบาร์ซา เบ อาจเข้ากับธรรมชาติของเป๊บที่สุด เพราะเมื่อเขาแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2006 เขายอมรับว่างานในฝันคือการได้อยู่ในอคาเดมีเพื่อทำงานร่วมกับเด็กๆ โดยที่ไม่ต้องมี “การวางอำนาจหรือเรื่องทุกข์ใจ” เพื่อก้าวขึ้นไปสู่จุดสุดยอดของอาชีพกุนซือแต่อย่างใด  ถึงแม้หลายสิ่งจะเปลี่ยนไปแต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่มีดาวรุ่งมากมายได้ประเดิมทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของเขา ซึ่งฟุตบอลระดับเยาวชนคือสิ่งที่กวาร์ดิโอลารักอย่างแท้จริง

แนะนำ เหตุไฉน เป๊ปและบาเยิร์นจึงต้องแยกทางเดิน?