Stories

6 คู่แฝดลูกหนังแดนสยาม...คู่ไหนพัง-พีค?

นี่ คือ 6 คู่แฝดที่โด่งดังที่สุดแห่งวงการลูกหนังไทย บางคู่ไม่เคยแยกจากกันแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งตอนค้าแข้งในประเทศ และต่างประเทศ แถมบางคู่ยังเคยสังกัดอะคาเดมีของสองทีมดังมาแล้ว...เรื่องราวของพวกเขาทั้งหมดเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

จอนาตา-อันโตนิโอ แวร์ซูรา

คู่แฝดลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน เกิดและเติบโตที่ประเทศไทยมาโดยตลอด เริ่มสัมผัสกับลูกหนังตั้งแต่สมัยยังเรียนชั้น ป.1 หลังผ่านการคัดตัวเข้าเรียนที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ด้วยกีฬาฟุตซอล โดย อันโตนิโอ เลือกเดินสายโต๊ะเล็กเป็นหลักจนถึงชั้น ป.6 และมีบางครั้งที่ได้ลงเล่นฟุตบอลอยู่บ้าง

ในช่วงที่เขายังเรียนชั้นมัธยมปลายนั้น ทางโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ เป็นพันธมิตรลูกหนังกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ทว่าการฝึกซ้อมของเขากับทีมเยาวชน “กระต่ายแก้ว” นั้น กลับไม่เห็นวี่แววว่าจะได้รับสัญญาเป็นนักเตะของอะคาเดมีเสียที จึงพากันควงแขนไปลองฝึกซ้อมกับ โอสถสภา ตามคำชวนของนักเตะรุ่นน้องอย่าง ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ที่เป็นนักเตะเยาวชนของทีม “พลังเอ็ม” อยู่แล้ว

หลังฝึกซ้อมกับ โอสถสภา ได้สักพัก ทางสโมสรก็เปิดคัดตัวนักเตะเข้าอะคาเดมี และคู่แฝดตาน้ำข้าว ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ก็ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกในชีวิตพร้อมกัน แต่เส้นทางค้าแข้งของทั้งคู่หลังจากนั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย จอนาตา แฝดพี่ ระหกระเหินไปเล่นให้หลายทีม ทั้ง สระแก้ว ซิตี, ภูเก็ต เอฟซี, วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ และถูกปล่อยยืมตัวให้ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในปี 2016 ก่อนย้ายแบบถาวรในฤดูกาลต่อมา และปีที่พีคสุดๆของเขา เมื่อถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต ในยุคของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสเป็น 23 คนสุดท้าย ในภายหลัง

สำหรับแฝดน้อง อันโตนิโอ นับตั้งแต่เซ็นสัญญาอาชีพกับ โอสถสภา จนผ่านช่วงที่เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเจ้าของทีมมาแล้วหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยย้ายออกไปไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทว่ากลับไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก โดยเฉพาะฤดูกาลนี้ ที่ได้ลงเล่นแค่ 5 นัดเท่านั้น และออกสตาร์ท 11 ตัวจริง เพียงครั้งเดียว จาก 25 นัด ที่ผ่านมาในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 ส่วน จอนาตา ยังเป็นผู้เล่นตัวหลักของ "เทพอินทรี" เช่นเคย

สุรีย์-สุรัตน์ สุขะ

สองพี่น้องจากสกลนคร กลายเป็นแฝดคู่แรกที่มีโอกาสลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่พร้อมกัน ในรายการ ทีแอนด์ที คัพ ที่เวียดนาม ปี 2008 ภายใต้การคุมทัพของ ปีเตอร์ รีด กุนซือชาวอังกฤษ โดยทั้งสองคนมีส่วนช่วยพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ได้ด้วยวัย 26 ปี

เส้นทางลูกหนังของ “เปรม”สุรีย์ –“ปาน”สุรัตน์ สุขะ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะทั้งคู่ได้มีโอกาสลงเล่นในรายการใหญ่มากมาย โดยเฉพาะในช่วงเยาวชนสมัยเรียนที่ อัสสัมชัญ ศรีราชา ทั้งคู่มีชื่อติดทีมชาติไทย U17 ชุดชิงแชมป์โลก 1999 ที่ นิวซีแลนด์ ก่อนที่เส้นกราฟชีวิตจะพุ่งทะลุเพดานตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 20 ปี แฝดพี่มีโอกาสลัดฟ้าไปค้าแข้งต่างแดนในเอสลีกด้วยวัยเพียง 18 ปี กับสโมสรบาเลสเตียร์ ก่อนที่จะโยกกลับมาเล่นกับแฝดน้องที่ ชลบุรี เอฟซี ในรายการโปรลีก

ไม่นานนัก สุรีย์ กลายเป็นแบ๊คขวาเบอร์หนึ่งของทัพ “ช้างศึก” โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนติดทีมยอดเยี่ยม เอเชียน คัพ ในปี 2007 และได้เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลาต่อมา สำหรับ สุรัตน์ ที่ถนัดเล่นกลางรับ ก็ยังคงเดินหน้ารับใช้ “ฉลามชล” ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผัน ด้วยการเป็นแข้งไทยคนแรกที่เซ็นสัญญาอาชีพในลีกออสเตรเลีย ลงเล่นให้กับ เมลเบิร์น วิคตอรี่  2 ฤดูกาล

หลังเสร็จสิ้นจากการค้าแข้งต่างแดน ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และล่าสุดกับ อุบล ยูเอ็มที ในปัจจุบัน