6 สุดยอดแมตช์ที่ถูกลืมบนเวทีชิงจ้าวยุโรปรอบแบ่งกลุ่ม

ในเวทีระดับชาติ คนใหญ่มักจะจำได้เฉพาะการดวลกันของแต่ละชาติในรอบน็อคเอาท์ ดังนั้นในวันนี้ ไมเคิล ฮีลีย์ จะนำเอาสุดยอดการดวลกันในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลยูโรที่หลายๆ คนอาจจะหลงลืมไปแล้ว มาให้นึกถึงกัน… 

1. เดนมาร์ก 3-2 เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส 3-2 ยูโกสลาเวีย, ยูโร 1984

แมตช์ยอดเยี่ยมทั้ง 2 แมตช์นี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน โดยที่ทั้งเดนมาร์ก, เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส และยูโกสลาเวียต่างสู้กันสุดใจเพื่อที่จะเก็บชัยชนะให้ได้ สำหรับเดนมาร์กนั้นตกเป็นรองเบลเยี่ยมไปก่อน 2-0 ทว่าพวกเขาก็ไม่ยอมง่ายๆ และฮึดสู้จนกลับมาชนะด้วยสกอร์ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ส่วนฝรั่งเศสก็คว้าชัยด้วยสกอร์เดียวกัน โดยนัดนั้น มิเชล พลาตินี่ ระเบิดแฮททริกช่วยให้ทีมตราไก่ผ่านเข้ารอบ และคว้าแชมป์ในบ้านเกิดตัวเองได้สำเร็จในเวลาต่อมา

France 3 2 Yugoslavia EURO 1984   Google Chrome

พลาตินี่จัดการยิงแฮตทริก

2. ตุรกี 3-2 สาธารณรัฐเช็ก, ยูโร 2008

หากเกมจบลงด้วยสกอร์ 2-1 เช็กก็จะยังเป็นฝ่ายที่ได้ไปต่อ ทว่าหลังจากที่โดนตีไข่แตก เกมของเช็กก็ดูจะรวนไปหมดเพราะหลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาโดยยิงอีก 2 ประตูรวดจาก นิฮัต คาห์เวซี่

ทั้งตุรกีและเช็กต่างเดินทางมาถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มโดยมีคะแนนและลูกได้เสียเท่ากัน ดังนั้นหากเกมจบลงด้วยผลเสมอ พวกเขาก็จำเป็นจะต้องยิงจุดโทษตัดสินหาผู้ที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ซึ่งในวันนั้น มันดูเหมือนว่าเช็กจะหักด่านตุรกีไปแบบง่ายๆ หลังจากที่พวกเขาขึ้นนำ 2-0 จนกระทั่งนาทีที่ 75 ของเกม จุดเปลี่ยนของเกมก็เกิดขึ้น เมื่อ อาร์ด้า ตูราน ของตุรกีก็มาตีไข่แตกได้สำเร็จ

หากเกมจบลงด้วยสกอร์ 2-1 เช็กก็จะยังเป็นฝ่ายที่ได้ไปต่อ ทว่าหลังจากที่โดนตีไข่แตก เกมของเช็กก็ดูจะรวนไปหมดเพราะหลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาโดยยิงอีก 2 ประตูรวดจาก นิฮัต คาห์เวซี่ ทำให้ผลสกอร์รวมกลายเป็น 3-2 แม้ว่าในช่วงนาทีสุดท้ายของทดเวลา ผู้รักษาประตูของตุรกีจะมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่เช็กก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 3-2 และเป็นตุรกีที่ได้ไปต่อ

3. รัสเซีย 3-3 สาธารณรัฐเช็ก, ยูโร 1996

นับเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าแข่งขันชิงจ้าวยุโรปในรอบแบ่งกลุ่มถึง 16 ทีม ซึ่งด้วยจำนวนชาติที่เข้าร่วมมากมายขนาดนั้น มันทำให้แต่ละกลุ่มยิ่งมีการแข่งขันสูงขึ้นไปอีก อย่างกรณีของคู่ระหว่างรัสเซียกับสาธารณรัฐเช็กที่ฟาดแข้งกันที่สนามแอนฟิลด์ โดยในตอนนั้นเช็กเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 2-0 ก่อนที่จะมาถูกรัสเซียตามตีเสมอและแซงได้ในนาทีที่ 85 ของเกม แต่อีก 3 นาทีถัดมา วลาดิเมียร์ สมิเซอร์ ก็มาตีเสมอให้กับเช็ก ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 3-3 พร้อมกับตั๋วสู่รอบต่อไปของเช็ก

4. สเปน 4-3 ยูโกสลาเวีย, ยูโร 2000

นี่อาจจะเป็นแมตช์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโรเลยก็ว่าได้ โดยในวันนั้น ขุนพลสเปนเอาชนะทัพยูโกสลาเวียไปได้ 4-3 ส่งให้พวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ซี

นี่อาจจะเป็นแมตช์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโรเลยก็ว่าได้ โดยในวันนั้น ขุนพลสเปนเอาชนะทัพยูโกสลาเวียไปได้ 4-3 ส่งให้พวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ซี ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

ในเกมนั้น ยูโกสลาเวียเป็นผู้ออกนำไปก่อนจากการทำประตูของ ซาโว มิโลเซวิช ก่อนที่สเปนจะตามตีเสมอได้เป็น 1-1 ทว่ายูโกสลาเวียก็ยังมายิงขึ้นนำไปอีกในนาทีที่ 50 แต่แล้วพวกเขาก็โดนตีเสมออีกครั้งในนาทีถัดมาจากลูกยิงของ เปโดร มูนิติส การแข่งขันดำเนินไปถึงนาทีที่ 78 ของเกม ลูกทีมของ วูยาดิน บอสคอฟ ก็มายิงประตูที่ 3 ได้อีก ซึ่งในตอนนั้นหลายๆ คงคิดว่าสเปนไม่น่าจะกลับมาได้แล้ว

ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อสเปนก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พวกเขามาไล่ตีเสมอได้อีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากลูกจุดโทษของ กาอิซก้า เมนดิเอต้า ก่อนที่ อัลฟอนโซ่ เปเรซ จะมายิงประตูที่ 4 ในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ช่วยให้สเปนเอาชนะไปได้แบบสุดดราม่าด้วยสกอร์ 4-3

5. เยอรมันตะวันตก 3-2 ฮอลแลนด์, ยูโร 1980

ฮอลแลนด์เหลือเวลาตามตีเสมออีกราว 5 นาที แม้ว่าพวกเขาสามารถบุกกดดันเยอรมันตะวันตกได้ แต่อย่างไรก็ตามพวกก็ไม่สามารถหาประตูที่ 3 ของตัวเองเจอ

แม้ว่ายูโร 1980 จะขึ้นชื่อว่าเป็นทัวนาเมนต์ที่เน้นการตั้งรับ และมีสถิติทำประตูไม่สูงมากนัด แต่เกมระหว่างเยอรมันตะวันตกกับฮอลแลนด์ดูจะเป็นข้อยกเว้น เพราะเยอรมันเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนถึง 3-0 จากแฮททริกของ เคลาส์ อัลลอฟส์ ทำให้เหมือนกับว่าเกมนั้น 3 แต้มคงจะตกเป็นของเยอรมันอย่างไม่ยากเย็นนัก ทว่าเหล่าขุนพลอัศวินสีส้มก็ใช้ความพยายามอย่างหนักไล่ตามมาเป็น 3-2 จนได้จากลูกยิงของจอห์นนี่ เร็ป และ วิลลี่ ฟาน เดอ เคอร์คอฟ

ฮอลแลนด์เหลือเวลาตามตีเสมออีกราว 5 นาที แม้ว่าพวกเขาสามารถบุกกดดันเยอรมันตะวันตกได้ แต่อย่างไรก็ตามพวกก็ไม่สามารถหาประตูที่ 3 ของตัวเองเจอ ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 3-2 หลังจากนั้นฮอลแลนด์ก็ลงเล่นนัดสุดท้ายกับเชโกสโลวาเกียก่อนจะเสมอกัน 1-1 ทำให้ตกรอบทันที ส่วนเยอรมันนั้นก็เก็บชัยชนะมาได้เรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเขาก็เถลิงบัลลังก์แชมป์ได้สำเร็จในปีนั้น

West Germany 3-2 Netherlands 1980

แฮตทริกของอัลลอฟส์

6. ฮอลแลนด์ 2-3 สาธารณรัฐเช็ก, ยูโร 2004

ทั้งฮอลแลนด์และเช็กดูจะเป็นขาประจำในลิสต์ของเราไปเสียแล้ว เห็นได้จากจำนวนที่ชื่อของพวกเขาปรากฎขึ้นมา โดยการพบกันของทั้ง 2 ทีมนี้ในรอบแบ่งกลุ่มเรียกได้ว่าเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมเกมหนึ่ง เพราะในขณะที่เยอรมัน เพื่อนร่วมกลุ่มอีกทีมหนึ่งกำลังหวังที่จะผ่านเข้ารอบแม้ว่าจะทำได้เพียงเสมอใน 2 นัดแรก  2 ชาตินี้เองก็ลุ้นเข้ารอบเช่นเดียวกัน

โดยหลังจากเกมผ่านไปได้เพียง 19 นาที ก็เป็นฝั่งฮอลแลนด์ที่ได้ประตูออกนำไปก่อน 2-0 จาก วิลเฟรด บูมา และ รุด ฟาน นิสเตลรอย แต่เช็กที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนั้นก็ไล่คืนมาได้ 1 ประตูจาก แยน โคลเลอร์ หลังจากนั้นฮอลแลนด์ก็มีโอกาสหนีไปเป็น 3-1 แต่ ปีเตอร์ เช็ค นายทวารของเช็กก็สามารถช่วยไม่ให้เกมขาดมากไปกว่าเดิมจากการป้องกันลูกยิงไกลของ จอห์น ไฮติงก้า

อย่างไรก็ตาม เช็กก็ไล่ขึ้นมาเป็น 2-2 ได้สำเร็จจากลูกยิงของ มิลาน บารอส ในนาทีที่ 71 ของเกมก่อนที่ ไฮติงก้า จะมาโดนใบเหลืองที่ 2 จนต้องออกจากสนามไปในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งคู่เสมอกันจนกระทั่งนาทีที่ 88 ของเกม และเป็น วลาดิเมียร์ สมิเซอร์ ที่มายิงประตูชัยส่งให้เช็กเก็บ 3 คะแนนพร้อมเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนฮอลแลนด์เองก็ผ่านเข้ารอบเช่นกันในฐานะรองแชมป์ ทว่าทั้งคู่ก็ไปจอดป้ายเพียงแค่รอบรองชนะเลิศเท่านั้น