6 ยุคสำคัญพลิกโฉมโลกลูกหนัง

ฟุตบอลสมัยใหม่เดินทางข้ามผ่านประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่การใช้รองเท้าที่ทำจากหนังหมูและใช้แผ่นรองขาจากเกมคริกเก็ตมาแทนสนับแข้ง และนี่คือ 6 ช่วงเวลาสำคัญที่พลิกโฉมฟุตบอล

ฟุตบอลยุคบุกเบิกไม่ได้เป็นเกมไหลลื่นเนียนตาสุดเซ็กซี่เหมือนฟุตบอลยุคปัจจุบัน

ลองนึกภาพคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ใส่กางเกงฟุตบอลขาสี่ส่วน หรือ ลีโอเนล เมสซี่ ใช้หมุดตอกแถบหนังติดพื้นรองเท้าเพื่อให้ยึดเกาะพื้นสนามได้ดีขึ้น หรือ มานูเอล นอยเออร์ เจ้าของท่านั่งพิงเสาเลื่องชื่อในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดจะเป็นอย่างไรถ้าต้องลงเฝ้าเสาโดยไม่มีถุงมือ

โลกแจ่มเจิดของฟุตบอลมีรากฐานมาจากฟุตบอลที่ดูไม่สวยงามและต้องผ่านการพัฒนาและการคิดค้นสร้างสรรค์มากมายในการที่จะเปลี่ยนฟุตบอลที่เคยเป็นการวิ่งตามกันเป็นพวกพรวนเพื่อไล่เตะลูกฟุตบอลที่ทำจากกระเพาะหมูไปตามซอกซอยทั่วโมงจนกลายมาเป็นฟุตบอลที่คนทั่วโลกหลงรัก จากรองเท้าสู่ลูกฟุตบอล สู่เสื้อแข่งและกางเกง เทคโนโลยีการออกแบบชุดแข่งขันและอุปกรณ์การแข่งขันพัฒนาไปเร็วยิ่งกว่า แกเร็ธ เบล เสียอีก 

ต่อไปนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่พลิกโฉมฟุตบอลไปตลอดกาล

หนึ่ง: ลูกหนัง (ช่วงปี 1850)

ฟุตบอลในยุคแรกคือการรุมกันไล่เตะวัตถุกลมๆ ที่ทำมาจากกระเพาะหมูหรือแม้แต่หัวหมู แต่จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนโฉมลูกฟุตบอลไปตลอดกาลก็คือการเอากระเพาะหมูที่เป่าลมให้พองไปยัดใส่ในแผ่นหนัง และนั่นคือกำเนิดของลูกหนัง แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้รับความนิยมเพราะการโหม่งบอลให้ความรู้สึกคล้ายหมูตดใส่หัว แต่ด้วยใจรักฟุตบอลก็ทนเล่นกันมา จนกระทั่งฟีฟ่าใจอ่อนยอมให้ใช้ลูกฟุตบอลที่ทำจากพลาสติคเป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก 1986

สอง: กางเกงขาสั้น (ช่วงปี 1900)

ประเทศอังกฤษในยุควิคตอเรียนไม่นิยมให้มีการเห็นแข้งขาชนิดที่ เอฟเอ ต้องบังคับให้นักฟุตบอลใส่กางเกงยาวปิดเข่าปูดโปน แรกสุดนักฟุตบอลต้องใส่กางเกงขายาว จนกระทั่งต่อมากางเกงถูกร่นให้สูงขึ้นกลายเป็นขาสี่ส่วนรูดปลายที่ดูคล้ายสวมถุงแห้ง จนกระทั่งในปี 1904 ที่เอฟเอ ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว และแม้จะไม่ถือเป็นการปฏิวัติทางการแต่งกาย แต่การใส่กางเกงฟุตบอลขาสั้นลงสนามก็ไม่ได้ช่วยให้เล่นบอลได้ง่ายขึ้นเลย

สาม: สนับแข้งติดแถบเวลโคร (ช่วงปี 1960)

แซม เวลเลอร์ วิดดาวสัน นักฟุตบอลชาวอังกฤษและนักคริกเก็ตชาวน็อตติ้งแฮมเชียร์ ถูกเรียกว่าเป็นผู้คิดค้นการใช้สนับแข้งเป็นคนแรก หลังจากเอาแผ่นป้องกันขาที่ในเล่นคริกเก็ตมาแทนสนับแข้งลงเตะฟุตบอลในช่วงปี 1874 และเมื่อผ่านไปเกือบ 100 ปีที่นักเตะต้องทนรำคาญกับสนับแข้งที่เลื่อนไหลไปทั่ว ก็มีการคิดค้นสนับแข้งติดแถบเวลโคร (หรือที่เรียกว่าตีนตุ๊กแก) ขนาดที่เล็กลงยังทำให้การใช้สนับแข้งป้องกันขากลายเป็นเรื่องสบายๆ 

สี่: ถุงมือนายประตู (ช่วงปี 1970)

ก่อนทศวรรษ 1970 ถุงมือผู้รักษาประตูถือเป็นของไร้สาระสำหรับการทำงานที่ต้องคลุกดินคลุกโคลน แม้แต่นายประตูอังกฤษ กอร์ดอน แบงค์ส์ ยังเคยสวมถุงมือทำสวนลงสนามแทน แต่ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1980 ได้มีการพัฒนาถุงมือสำหรับนายประตูที่ไม่ใช่ถุงมือแบบกระชับพอดีมือ แต่กลายเป็นถุงมือไฮเทคที่ป้องกันการบาดเจ็บนิ้วมือและเพิ่มความเหนียวแน่นในการคว้าบอล แถมด้วยคุณสมบัติกันน้ำให้มือแห้งสบายได้ด้วย

ห้า: ปุ่มสตั๊ดแบบยึดติดกับรองเท้า (ช่วงปี 1990)

เมื่อ เอฟเอ ออกกฎใหม่ในปี 1863 ไม่ให้มีตะปูโผล่ออกมาจากพื้นรองเท้า ทำให้นักฟุตบอลไม่สามารถใช้ค้อนตอกตะปูติดพื้นรองเท้าเพื่อให้ยึดเกาะพื้นสนามได้ ต่อมาในช่วงปี 1950 จึงมีการคิดค้นปุ่มสตั๊ดแบบขันติดรองเท้าและถอดออกได้ (ทำให้หลุดหายกันบ่อย) ก็มาถึงการคิดค้นรองเท้าฟุตบอลแบบปุ่มสตั๊ดยึดติดกับพื้นรองเท้า ทำให้ชีวิตของนักฟุตบอลง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องนั่งตอกตะปูติดรองเท้าเอาเองอีกแล้ว

หก: เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา (ช่วงปี 2000)

ฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา โค้ชทีมชาติไอร์แลนด์เหนืออาละวาดออกงิ้วข้างสนามหน้าดำหน้าแดงหลังต้องการให้นักเตะได้พักดื่มน้ำเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อ นับจากฟุตบอลยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน มีการพัฒนาเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาที่นอกจากจะช่วยชดเชยการเสียเหงื่อแล้วยังรักษาความอึดความอดทนของนักเตะด้วย