7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ “ติเต้” กุนซือใหม่แซมบ้า

หลังจากที่ คาร์ลอส ดุงก้า อดีตกุนซือของทีมชาติบราซิล ทำผลงานล้มเหลวโดยสิ้นเชิงด้วยการตกรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโคปา อเมริกา ทัพแซมบ้าจึงไม่รอช้าเปลี่ยนกุนซือทันที โดยเป็นกุนซือของสโมสรโครินเธียนส์อย่าง ติเต้ ที่เข้ามารับตำแหน่งต่อจากดุงก้า และวันนี้ มาร์คัส อัลเวส คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูจะขอพาทุกท่านไปรับรู้ความจริง 7 ประการเกี่ยวกับเขากัน 

1. ไม่ถูกกับบิ๊กฟิล

ในตอนที่ หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ถูกสโมสรเชลซีไล่ออกเมื่อปี 2009 เขาก็พาทีมงานของเขาบางคนออกมาด้วยซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ อเดนอร์ ลีโอนาร์โด บัคคี่ หรือที่รู้จักกันในนาม “ติเต้” ซึ่งทั้งคู่เคยลงเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กันในช่วงปลายยุค 70 ทำให้ทั้งคู่ค่อนข้างสนิทสนมกัน แต่อย่างไรก็ตามมันคืออดีตไปแล้ว เมื่อทั้ง 2 คนไม่เคยคุยกันอีกเลยนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีนักเมื่อปี 2010

ในตอนนั้นติเต้กำลังคุมทัพโครินเธียนส์ไล่ล่าแชมป์ลีกสูงสุดของบราซิลอยู่ ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ทำได้เพียงอันดับ 2 ตามหลังฟลูมิเนนเซ่ 3 คะแนน โดยเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสโคลารี่เลย…รึเปล่า? อย่าบอกให้ติเต้รู้นะ เพราะยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนเลย ว่าจริงๆแล้ว พัลไมรัสของสโคลารี่อาจจะตั้งใจยอมแพ้ฟลูมิเนนเซ่เพราะไม่ต้องการให้โครินเธียนส์ได้แชมป์ในฤดูกาลนั้นก็เป็นได้

Luiz Felipe Scolari

ใคร? ผมหรอ?

2. ลืมปาโต้ไปได้เลย

ครั้งหนึ่งเขาเคยหัวเสียอย่างมากกับกองหน้าวัย 26 ปีรายนี้ เพราะในตอนนั้นปาโต้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และเจ้าตัวพยายามจะยิงแบบปาเนก้าแต่กลับพลาด

ลองถามใครก็ได้ที่อยู่แถวๆ ศูนย์ฝึกซ้อมของเชลซีว่าปาโต้เป็นอย่างไรบ้าง เราว่าคุณคงจะได้คำตอบที่บ่งบอกว่าจะไม่มีใครคิดถึงปาโต้แน่นอน รวมถึงเรื่องการเห็นกองหน้ารายนี้ติดธงอีกครั้งก็เหมือนกัน ลืมเรื่องเหล่านี้ไปได้เลย เพราะติเต้เป็นกุนซือที่เกลียดผู้เล่นที่ไม่จริงจังหรือประมาทในการเล่นมากๆ แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ตรงๆ และเข้ากับใครได้ไม่ยากก็ตาม

ครั้งหนึ่งเขาเคยหัวเสียอย่างมากกับกองหน้าวัย 26 ปีรายนี้ เพราะในตอนนั้นปาโต้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และเจ้าตัวพยายามจะยิงแบบปาเนก้า ทว่ามันกลับกลายเป็นเบาเกินไปและถูกนายทวารคู่แข่งล้มตัวรับไว้ได้อย่าง่ายดาย นั่นส่งผลให้โครินเธียนส์แพ้เกรมิโอและตกรอบบอลถ้วยของประเทศบราซิลทันที “นายต้องเลิกเล่นแบบเห็นแก่ตัวแบบนั้นได้แล้ว” ติเต้พูดกับปาโต้ โดยคำพูดนี้อ้างอิงจาก คามิล่า มัตโตโซ่ นักข่าวในประเทศบราซิลผู้เขียนอัตชีวประวัติส่วนตัวของติเต้นั่นเอง

3. ถึงคราวธิอาโก้ ซิลวา

คงไม่มีใครเถียงได้ว่าธิอาโก้ ซิลวา เป็น 1 ในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ทว่าเขากลับไม่ติดอยู่ในทีมของดุงก้าเนื่องจากกุนซือแซมบ้ารายนี้คิดว่าเจ้าตัวงอแงที่เสียปลอกแขนกัปตันทีม แถมทีมงานของเขาดูจะไม่กินเส้นกับซิลวาด้วย

อีกทั้งสมาคมฟุตบอลบราซิลคงไม่สามารถหากุนซือคนไหนที่น่าจะเข้ากับซิลวาได้ขนาดนี้อีกแล้ว เพราะต้เต้เองก็ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างทีมที่มีเกมรับที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากของปราการหลังรายนี้ที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็น 1 ในสมาชิกของทีม

Thiago Silva

ธิอาโก้ ซิลวาไม่ได้ลงเล่นให้กับบราซิลเลยตั้งแต่โคปา อเมริกา 2015

4. อาจจะเล่นไม่สวย แต่จิตวิญญาณแห่งแซมบ้าจะกลับมา

กุนซือวัย 55 ปีรายนี้ดูเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทั้งสำหรับๆ แฟนๆ และสื่อต่างๆ เนื่องจากเขารู้ว่าเขาควรจะสร้างทีมชาติบราซิลขึ้นมาแบบใด

นับตั้งแต่ปี 2001 นอกจากคาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรย์ร่าแล้ว กุนซือของทีมชาติบราซิลทุกคนตั้งแต่ดุงก้า, มาโน เมเนเซส, สโคลารี่ และติเต้ ต่างเติบโตขึ้นมาในรัฐริโอ แกรนเด้ โด โซล ซึ่งแทบจะทุกคนนั้นต้องผ่านโรงเรียนสอนฟุตบอลแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเกมรับและเน้นทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติ ทำให้พวกเขาดูจะเน้นเกมรับกันเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ติเต้ก็ไม่ใช่คนที่จะเน้นเกมรับมากมายนัก แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่น่าจะใช่คนที่จะมาสร้างความสวยงามกลับคืนสู่วิถีฟุตบอลแซมบ้าเช่นกัน

กุนซือวัย 55 ปีรายนี้ดูเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทั้งสำหรับๆ แฟนๆ และสื่อต่างๆ เนื่องจากเขารู้ว่าเขาควรจะสร้างทีมชาติบราซิลขึ้นมาแบบใด ซึ่งเจ้าตัวก็ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างทีมโดยเน้นคุณภาพมากกว่าความสวยงามในการเล่นอยู่แล้ว

Tite

ติเต้ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มีหลักการแบบฉบับของตัวเอง

มันคงไม่แปลกหากคุณคิดว่าติเต้ไม่ยอมเดินตามอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา แต่มันเป็นเพราะจากเขามีไอดอลเป็น คาร์โล อันเชลอตติ ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยร่วมงานกันที่เรอัล มาดริด นอกจากนี้เขายังติดตาม อาร์แเซน เวนเกอร์อยู่ห่างๆ อีกด้วย

5. เจอโจทย์เก่าอย่างเนย์มาร์

“ความพ่ายแพ้และชัยชนะเป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่การที่มาทำท่าทางตบตาผู้ตัดสินเพื่อชิงความได้เปรียบมันไม่ถูกต้อง มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กๆ” ติเต้ให้สัมภาษณ์ หลังจากที่เนย์มาร์พยายามตบตาผู้ตัดสินสมัยที่เล่นกับซานโตสทำศึกดาร์บี้กับโครินเธียนส์เมื่อปี 2012

นับตั้งแต่นั้น กุนซือชาวบราซิลรายนี้ก็พาทีมเอาชนะเชลซีได้ในรายการชิงแชมป์สโมสรโลก และพาลูกทีมคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะเลิกคุมทีมไปหนึ่งปีเต็มๆ ในตอนนี้เขากลับมาแล้วและไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขามีพัฒนาการขึ้นเช่นเดียวกับเนย์มาร์ ทว่าพวกเขาคงจะต้องปรับความเข้าใจกันเสียก่อน เพราะแข้งวัย 24 ปีของบาร์เซโลนายังควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ไม่ค่อยดีทั้งในและนอกสนาม

ทีมชาติบราซิลไม่เคยพึ่งนักเตะคนใดคนหนึ่งมากเท่ากับที่พวกเขาพึ่งเนย์มาร์มาก่อน แม้แต่ปี 1994 เองก็ตาม ซึ่งมันทำให้ค่อนข้างน่ากลัว เพราะทั้งที่เจ้าตัวอยู่ระหว่างพักร้อน และถ่ายรูปเซลฟี่กับ จัสติน บีเบอร์ ในขณะที่ดูเพื่อนร่วมชาติแข่งอยู่ในโทรทัศน์ เชื่อหรือไม่ว่าแฟนๆ ต่างให้ความสนใจรูปที่เขาถ่ายมากกว่าทีมชาติที่กำลังแข่งอย่างเอาเป็นเอาตายเสียอีก

6. เคยเกือบได้เป็นกุนซือบราซิลมาแล้ว

ติเต้ถูกคาดการณ์ว่าจะเข้ามานั่งแท่นกุนซือทัพแซมบ้าแทนที่ของสโคลารี่หลังฟุตบอลโลกปี 2014 ทว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทั้ง 2 คน ทำให้สมาคมฟุตบอลบราซิลตัดสินใจดึงดุงก้ามาแทน แถมยังไม่สนใจเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ที่อยากได้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มาคุมทีมอีกด้วย

หลังจากที่บราซิลแพ้แบบหมดรูปต่อเยอรมัน 7-1 ติเต้รอคอยโทรศัพท์ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีใครโทรหาเขา และด้วยความผิดหวัง ทำให้เขาปฎิเสธที่จะพบกับตัวแทนของทีมชาติบราซิลถึง 4 ครั้งตลอดปีที่ผ่านมา

“เขาโทรมาหาผมแล้วเล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เขาดูประหลาดใจมากๆ ผมแทบไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนั้นมาก่อนเลย เขาได้รับโทรศัพท์ให้ไปประชุมซึ่งเขาตัดสินใจที่จะไม่ไป เขาพูดว่า ‘ถ้าหากคนกลุ่มนี้ยังทำงานอยู่ ผมจะไม่ไปเด็ดขาด’” อเดเมียร์ บัคคี่ พี่ชายของติเต้กล่าวไว้เมื่อตอนที่สัมภาษณ์ลงในชีวประวัติของติเต้

7. เขาเกลียดเจ้านายใหม่

ในช่วงปลายปี 2015 สมาคมฟุตบอลบราซิลมีข่าวฉาวเรื่องคอร์รัปชั่นหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ติเต้ และกุนซืออีกหลายๆ คน, นักฟุตบอล อดีตนักฟุตบอล รวมทั้งเปเล่ ลงชื่อในคำร้องให้เปลี่ยนแปลงสมาชิกสมาคมฟุตบอลบราซิลใหม่ทั้งหมด โดยพวกเขาเรียกร้องให้ มาร์โก โปโล เดล เนโร่ และบอร์ดบริหารทั้งหมดลาออกทันที

เดล เนโรถูกสอบสวนโดยทั้งเอฟบีไอ, หน่วยงานของบราซิลเอง และฟีฟ่า ซึ่งท้ายสุดแล้ว เขาก็ถูกตั้งข้อหาเรื่องพยายามติดสินบนเกี่ยวกับการขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลบราซิลไปยังต่างประเทศ

สำหรับติเต้นั้น แมตช์แรกของเขาในฐานะกุนซือจะเป็นแมตช์ที่พบกับเอกวาดอร์รายการฟุตบอลโลก 2018 รอบตัดเลือก