8 ซูเปอร์สตาร์ที่ต้องเร่งฟอร์มตัวเองให้ได้ในฤดูกาล 2016/17

ฤดูกาล 2015/16 เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ซึ่งต้องบอกว่าฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำสำหรับหลายๆ สโมสร และนักฟุตบอลหลายๆ คนทั่วทั้งยุโรป และ อบินาฟ คินี่ คอลัมน์นิสต์ของโฟร์โฟร์ทูก็ได้ยกเอาบรรดาซูเปอร์สตาร์ที่ฟอร์มตกสุดๆ ในซีซั่นนี้มาให้ดูกัน

1. ฆวน มาต้า (แมนฯ ยูฯ)

เมื่อพิจารณาจากค่าตัวของแข้งรายนี้ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจ่ายเพื่อดึงตัวมาจากถิ่นลอนดอนนั้น ต้องยอมรับว่าดาวเตะทีมชาติสเปนรายนี้ทำผลงานได้ไม่คุ้มกับค่าตัว 37 ล้านปอนด์เท่าไหร่นักในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เพลย์เมคเกอร์รายนี้ยังไม่ถูกวิจารณ์มากนักเนื่องจากเขามักจะยิงและจ่ายให้เพื่อนได้ในจังหวะสำคัญๆ (แม้ว่าเขาจะทำได้เพียง 3 ประตูและ 3 แอสซิสต์จาก 25 นัดหลังสุดก็ตาม) แต่ทว่าเมื่อถึงยามที่ทีมคับขัน เจ้าตัวก็ยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวพลิกเกมให้กับทีมได้เลย ดูได้จากการที่แมนฯ ยูฯมีผลงานที่ไม่สม่ำเสมอในฤดูกาลนี้

Juan Mata

ถึงมาต้าไม่ได้มีซีซั่นที่เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไร

ถ้าหากว่าในท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ดสามารถจบในฐานะท็อปโฟร์ได้ และมาต้าได้อยู่กับทีมต่อไป เขาอาจจะต้องเจอกับการต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงของทีม เพราะทีมปีศาจแดงคงจะช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานเนื่องจากพวกเขาต้องการจะท้าชิงแชมป์ในฤดูกาลหน้า ทำให้มาต้าต้องรีบเร่งฟอร์มตัวเองให้ได้ ถ้าเขายังอยากเป็นเพลย์เมคเกอร์เบอร์ 1 ของทีมอยู่

2. ฮาเมส โรดริเกวซ (เรอัล มาดริด)

เป็นเวลาเกือบจะ 2 ปีแล้วที่แข้งรายนี้เป็นที่พูดถึงของคนทั่วโลกหลังจากที่เขายิงประตูสุดสวยพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยยมของเขาในศึกฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งในตอนนั้นแฟนบอลต่างรู้ทันทีว่าซูเปอร์สตาร์คนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศบราซิลแล้ว

แต่ปัจจุบันเป็นที่ค่อนข้างน่าแปลกใจเมื่อดาวเด่นเมื่อ 2 ปีก่อนตอนนี้เขากลายมาเป็นตัวสำรองขาประจำในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว

Goal James Rodriguez Vs Uruguay Round 16 FIFA Word Cup Brazil 2014

เกือบ 2 ปีแล้วที่ฮาเมสยิงประตูในเกมกับอุรุกวัย

การย้ายมาร่วมทีมเรอัล มาดริดของอดีตดาวเตะอาแอส โมนาโก ดูจะเกิดขึ้นเร็วไปเนื่องจากกองกลางรายนี้เพิ่งจะมีโอกาสสัมผัสเกมครบ 90 นาที เพียง 3 นัดจาก 17 นัดหลังสุดของโมนาโกเท่านั้นเอง ทำให้ฮาเมสเองก็ยากที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของยอดทีมในเมืองหลวงของสเปน โดย ปาโก้ มาตูรานา อดีตเทรนเนอร์ของทีมชาติโคลอมเบียก็ได้ออกมากล่าวถึงแข้งวัย 24 ปีรายนี้ว่าเขาไม่เห็นว่าจะมีตำแหน่งตัวจริงให้กับฮาเมสในทีมมาดริด

บางทีถ้าหาก ฮาเมส โรดริเกซ ต้องการจะแก้ไขสถานการณ์ของตัวเอง การย้ายออกไปหาต้นสังกัดใหม่ก็ดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากในตอนนี้มีทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซีที่มีข่าวว่าสนใจจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมอยู่

3. เอเด็น อาซาร์ (เชลซี)

แฟนบอลทั่วโลกต่างพูดถึงการที่เขาฟอร์มตกอย่างหนักในฤดูกาลนี้ โดยอดีตเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฤดูกาล 2014/15 คือกำลังหลักที่พาเชลซีคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จเมื่อดูกาลที่แล้ว แต่สำหรับในฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่าฟอร์มของเขาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อตลอดฤดูกาลเขาเพิ่งจะทำไป 2 ประตูเท่านั้น ซึ่ง 2 ประตูนี้ก็เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อนัดที่ผ่านมา

การสูญเสียความมั่นใจ ประกอบกับอาการบาดเจ็บรบกวนและฟอร์มที่ตกไปในปีที่ 3 ของมูรินโญ่กับเชลซี ล้วนแต่มีส่วนส่งผลให้ฟอร์มของอาซาร์ออกทะเลไปไกล แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าปีกตัวจี๊ดรายนี้จะออกทะเลได้ไวเพียงนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาเพิ่งจะรีดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา ทำให้ในฤดูกาลหน้า แข้งทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้จะต้องพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาให้ได้ไม่ว่าเขาจะยังเล่นในลอนดอน หรือย้ายไปเล่นที่ปารีสและมาดริดก็ตาม

4. มาริโอ เกิตเซ (บาเยิร์น มิวนิค)

อีก 1 นักเตะที่ตอนนี้ประสบปัญหาฟอร์มแผ่วจนห่างไกลกับฟอร์มที่แฟนบอลคาดหวังไว้หลังจบฟุตบอลโลก ทำให้เกิตเซหลุดจากการเป็นตัวจริงให้กับทีมเสือใต้ไปเสียแล้ว

เกิทเซคืออดีตดาวรุ่งที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งในยุโรป ทว่าในตอนนี้แข้งทีมชาติเยอรมันรายนี้กำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อต้นสังกัดอย่างบาเยิร์น มิวนิค อาจจะไม่ต่อสัญญากับเขาในหน้าร้อนที่จะถึงนี้

โดยในฤดูกาลนี้ เกิทเซลงสนามให้กับบาเยิร์นเพียงแค่ 11 นัดเท่านั้นก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บในเดือนตุลาคม ทำให้ในตอนนี้ดูแล้วเขาคงจะต้องนั่งรอโอกาสอยู่บนม้านั่งสำรองไปจนจบซีซั่นแม้จะฟิตกลับมาแล้วก็ตามที และเช่นเดียวกันกับในทีมชาติ เกิตเซก็ยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีก เมื่ออดีตแข้งดอร์ทมุนด์รายนี้อาจไม่ได้อยู่ในตัวเลือก 11 คนแรกของกุนซือใหญ่อย่างโยอาคิม เลิฟ

Mario Gotze

สานสัมพันธ์ที่ลิเวอร์พูล? เกิตเซ่ตกเป็นข่าวกับคล็อปป์ซึ่งนายเก่าที่ดอร์ทมุนด์

บางทีการกลับไปร่วมงานกับโค้ชคู่บุญอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ลิเวอร์พูลอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะกุนซือฮาร์ดคอร์รายนี้อาจจะชุบชีวิตเกิตเซก็ได้

5. ยาย่า ตูเร่ (แมนฯ ซิตี้)

ถ้าหากเป็นยาย่า ตูเร่ในอดีต เขาก็คงจะลากบอลผ่าแดนกลางของคู่แข่งไปดื้อๆ และสร้างจุดเปลี่ยนให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ราวกับมีเวทมนตร์ ทว่าด้วยวัย 32 ปีในตอนนี้ ดูแล้วแข้งไอวอรี่ โคสต์รายนี้จะอยู่ในช่วงขาลงเสียแล้ว

แม้ว่ายาย่าผู้น้องจะยังทำประตูสำคัญๆ ได้อยู่เรื่อยๆ แต่มันคงจะไม่พอที่จะนำมาทดแทนการที่เขามักจะไม่ค่อยทุ่มเทยามอยู่ในสนามเสียแล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในฤดูกาลหน้าอาจจะเป็นเรื่องดีของทั้งสโมสรและตัวผู้เล่นเอง ทั้งการมาของ เป็ป กวาร์ดิโอลา และการที่ โรแบร์โต้ มันชินี สนใจดึงกองกลางรายนี้ไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน

Yaya Toure Goal   Arsenal vs Manchester City 2 1 2015

ชตูเร่ทำประตูได้ในเกมกับอาร์เซนอล
 
แต่ไม่ว่าเจ้าตัวจะไปลงเอยที่ไหนในยุโรป สิ่งหนึ่งที่เขาต้องรีบทำก็คือเร่งฟอร์มตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุด
 
6. อิสโก้ (เรอัล มาดริด)

อีก 1 ผู้เล่นของเรอัล มาดริด ที่ถูกคาดหวังให้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม ทว่าอิสโก้กลับไม่ต่างอะไรกับฮาเมสที่กำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในฤดูกาลนี้ โดยนับตั้งแต่สิ้นเดือนมกราคมเป็นต้นมา อิสโก้มีโอกาสลงเล่นเต็ม 90 นาทีเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น อีกทั้งยังทำได้เพียง 2 ประตูตลอดทั้งฤดูกาลนี้อีกด้วย

ทัศนคติและความสามารถของอิสโก้ถูกตั้งคำถามเนื่องจากในตอนที่ แกเร็ธ เบล และ คาริม เบนเซมา ต่างได้รับบาดเจ็บ ทำให้บางทีในหน้าร้อนนี้ เจ้าตัวอาจจะถูกส่งต่อให้กับทีมอื่นๆ อย่างยูเวนตุส, แมนฯ ซิตี้หรืออาร์เซนอลก็ได้ แต่ถ้าเขามีโอกาสได้อยู่ในมาดริดต่อไป เขาจะต้องพิสูจน์ให้กับแฟนๆ และต้นสังกัดเห็นให้ได้ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง

อิสโก้ไม่ได้ลงสนามมากอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

7. เชส ฟาเบรกัส (เชลซี)

ฟาเบรกัสคือนักเตะอีก 1 คนจากค่ายสิงห์บลูที่ฟอร์มตกต่ำ โดยอดีตกองกลางของอาร์เซนอลรายนี้เล่นไม่โดดเด่นเอาเสียและยังอยู่ในช่วงขาลงของตัวเองอีกด้วย

โดยฟาเบรกัสคือ 1 ในผู้เล่นที่ฟอร์มย่ำแย่ที่สุดภายใต้บังเหียนของมูรินโญ่ช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล และแม้ว่าหลังจากที่ กุส ฮิดดิ้งค์ เข้ามาแทนที่ของมูรินโญ่ ฟอร์มของฟาเบรกัสจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องยอมรับว่าก็ยังไม่ได้ตามมาตรฐานที่ตัวเองเคยทำไว้ในฤดูกาล 2014/15

ฟาเบรกัสถูกตำหนิว่าเขาไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับเกมของเชลซีได้เลย อีกทั้งยังไม่ชอบเล่นเกมรับและเสียบอลง่ายๆ อีกด้วย ทำให้ความนิยมของเขาตกลงอย่างเห็นได้ชัด และถ้าหากเขาต้องการจะยังอยู่ใน 11 ตัวจริงของ อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมที่จะเข้ามาใหม่ในฤดูกาลหน้า เขาจำเป็นจำต้องฝึกซ้อมให้หนักขึ้นเพื่อเค้นฟอร์มเทพของตัวเองออกมาให้ได้

8. อารอน แรมซีย์ (อาร์เซนอล)

หลังจากที่ซานติ กาซอร์ล่า ได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นฤดูกาลนี้ ทำให้คู่กลางเทพอย่างกาซอร์ล่าและโกเกอแล็งต้องหยุดลง และเป็นแรมซีย์ที่ต้องเขามารับหน้าที่แทนกาซอร์ล่า ซึ่งแฟนๆ ก็ต่างคาดหวังฟอร์มการเล่นที่ดีจากเจ้าตัว

ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เมื่อแรมซีมย์เล่นได้น่าผิดหวังในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง โดยคุณสมบัติทุกอย่างที่ทำให้เขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดจอมทัพไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเติมเกมรุก,​ การวิ่งขึ้นลง และการส่งบอลกลับหายไปเฉยๆ 

ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่ออาร์เซนอลดึงตัว โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ เข้ามาร่วมทีม และดาวเตะทีมชาติอิยิปต์รายนี้ได้โอกาสลงเล่นแทนแรมซีย์ในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าเอลเนนี่จับคู่กับโกเกอแล็งได้ดีกว่า แม้ว่าแรมซีย์จะเพิ่งอายุ 25 ปี แต่อย่างไรก็ตาม เขาต้องแสดงให้เห็นความยอดเยี่ยมของเขาในฐานะมิดฟิลด์ตัวกลางให้ได้โดยเร็วที่สุด